ขอกำลังเสริม : เมื่อเค-ลีกเจอวิกฤติหนักจนต้องหวังพึ่งตลาดอาเซียน

เค-ลีก ของเกาหลีใต้ ถูกยกย่องเสมอว่าเป็นหนึ่งในลีกที่แข็งแกร่งที่สุดของเอเชีย และเป็นเยี่ยงอย่างสำหรับลีกอื่นๆ แต่จากรายงานของ พอล วิลเลียมส์ เผยว่าในปัจจุบันนั้นต่างกับที่หลายๆคนคิดเอาไว้โดยสิ้นเชิง

เขายังไม่สร้างผลงานบนสนามมากเท่าไหร่นัก อันที่จริงเขายังไม่ได้แม้แต่เป็นผู้เล่นสำรองด้วยซ้ำ แต่ดาวโรจน์ชาวเวียดนามวัย 21 ปี อย่าง เลือง ซวน เจือง (ภาพด้านบน) ได้สร้างอิมแพคอันยิ่งใหญ่นอกสนาม สำหรับทีมหนีตกชั้นเค-ลีกอย่าง อินชอน ยูไนเต็ด
 
ถึงพวกเขาจะนอนซมอยู่ท้ายตารางและไม่เจอคำว่าชัยชนะเลยในช่วงสองเดือนแรก แต่อย่างน้อยอินชอนก็ยังได้มีเรื่องให้ชื่นใจเมื่อทั้งแฟนบอลและภาคธุรกิจในเวียดนามนั้นให้ความสนใจทีมเพิ่มมากขึ้นอย่างน่าสังเกต นับตั้งแต่เซ็นสัญญากับเจืองเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
 
มันอาจพิสูจน์ได้ถึงความเจริญรุ่งเรื่องในอนาคตของสโมสร ทั้งที่ต้องต่อสู้กับปัญหาด้านการเงินหลายต่อหลายครั้ง
 
"ความสนใจจากเวียดนามนั้นสูงมาก" จอง อุย-ซอก ผู้จัดการทั่วไปของอินชอน ยูไนเต็ด บอกกับโฟร์โฟร์ทู "เป็นครั้งแรกของเคลีกที่มีการเซ็นสัญญานักเตะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับตั้งแต่ปิยะพงษ์ (ผิวอ่อน) จากไทย เมื่อ 20 ปีก่อน"
 
"มันเป็นข่าวใหญ่ไม่ใช่แค่ในโลกฟุตบอล แต่เกี่ยวเนื่องกับโลกธุรกิจอีกด้วย มีการสอบถามข้อมูลต่อเนื่องจากหลายบริษัทเกี่ยวกับเรื่องของเจือง"
 
"ตอนนี้เขาแค่ลงเล่นให้ทีมสำรอง (แต่) ถ้าเขาได้เล่นกับชุดใหญ่ ผมคิดว่าไม่ใช่แค่จำนวนผู้เข้าชมจะเพิ่มขึ้นอย่างเดียวเท่านั้น แต่การความสนใจจากสื่อจะเยอะขึ้นแบบสุดๆอีกด้วย"
 
สำหรับเรื่องนอกสนามนั้น อินชอน ยูไนเต็ด คืออีกหนึ่งในหลายๆทีมของเค-ลีก ที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด เนื่องจากมีช่องว่างมโหฬารระหว่างพวกเขากับสโมสรดัง เช่น ชอนบุก ฮุนได และเอฟซี โซล ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ ขณะที่สโมสร "ของประชาชน" ขนาดเล็กๆ แห่งนี้นั้นถูกถือครองโดยภาครัฐท้องถิ่น ซึ่งก็ต้องหาทางเจริญเติบโตกันต่อไป

เลืองโชว์ฟอร์มสุดยอดในทุกระดับที่เวียดนาม ภาพโดย : thethao247.vn

อินชอน ยูไนเต็ด ต้องเจอกับปัญหาในปี 2014 เมื่อพวกเขาไม่สามารถจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะได้ทันเวลาถึงสองครั้ง โดยเจ้าหน้าที่จากทางภาครัฐของอินชอนได้บอกกับสื่อเกาหลีในตอนนั้นว่า "สถานการณ์การเงินของสโมสรนั้นไม่ดีเอาเสียเลย"
 
ขณะที่รายงานเมื่อเดือนก่อนชี้ว่า อดีตนักเตะ 10 คน นั้นยื่นฟ้องสโมสรเพราะไม่ได้รับเงินค่าเหนื่อย ขณะที่สโมสรเองก็ค้างเงินโบนัสถึง 250,000 ดอลลาร์ กับนักเตะชุดปัจจุบัน

เราลงทุนไปมากกับสโมสรนี้ตลอดสองปีที่ผ่านมา แต่ผลตอบแทนกับเป็นหายนะ

ส่วนอีกทีมประจำเมืองอย่างคยองนัม เอฟซี เรียกได้ว่าใกล้จะล่มสลายหลังตกชั้นเมื่อปี 2014 โดยรัฐบาลท้องถิ่นมีทีท่าว่าจะถอนทุนออกจากทีม
 
"เราลงทุนไปมากกับสโมสรนี้ตลอดสองปีที่ผ่านมา แต่ผลตอบแทนกลับเป็นหายนะ" ผู้ว่าราชการคยองซังใต้ ฮง จุน-เปียว กล่าวในตอนนั้น
 
"ฟุตบอลอาชีพต้องถูกตัดสินโดยผลลัพธ์ ไม่ใช่กระบวนการ และหลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด (ถึงกับผลการดำเนินงานของสโมสร) การยุบทีมจะถูกพิจารณา"
 
โดยพวกเขาเอาตัวรอดได้ แต่ปัจจุบันอยู่ในระดับเค-ลีก ชาลเลนจ์ ลีกระดับดิวิชั่นสองของฟุตบอลเกาหลี ซึ่งหลังเริ่มซีซั่นพวกเขาถูกตัด 10 แต้ม เนื่องจากมีส่วนพัวพันกับการล็อคผลการแข่งขัน
 
จองรู้ดีว่าลีกมีปัญหาเรื่องโครงสร้างที่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้
 
"ใช่ มีปัญหาใหญ่เรื่องโครงสร้าง" เขายอมรับ "ทีมที่มีเอกชนคอยหนุนมีเงินมากพอที่จะซื้อนักเตะราคาแพง และมีสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับนักเตะ จึงทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาจะมีผลตอบแทนที่ดีกว่า"
 
ขณะที่ ลี ยอง-เปียว อดีตดาวดังทีมชาติที่บางคนมองว่าอาจจะได้เป็นนายกสมาคมฟุตบอลเกาหลีในอนาคต ยอมรับและบอกกับโฟร์โฟร์ทูว่าจำเป็นต้องมีนโยบายเพื่อสนับสนุนสโมสรเล็ก
 
"ผมคิดว่ามันสำคัญที่ต้องยอมรับว่าสโมสรใหญ่นั้นยังสามารถแกร่งได้มากกว่านี้ ขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องมีนโยบายบางอย่างหรือกลไกที่จะมอบโอกาสให้ทีมเล็กได้แข็งแกร่งขึ้นเทียบเคียงกับทีมใหญ่ในลีก" อดีตกองหลังท็อตแน่ม และโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กล่าว

อดีตดาวดังทีมชาติอย่างลี ยอง-เปียว เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง

ในที่สุดแผนของจองก็คือการสร้างโมเดลทางธุรกิจขึ้นมาใหม่โดยไม่ง้อพวกข้าราชการขี้เหนียวที่มักจะเอาเรื่องการเมืองมาก่อนฟุตบอลเสมอ
 
"แผนระยะเวลา 5 ปี ของเราคือพัฒนาและลงหลักปักฐานกับโมเดลธุรกิจของอินชอน ยูไนเต็ด เพื่อยืนด้วยลำแข้งของตัวเองโดยไม่มีเงินทุนจากเมืองอินชอน" เขากล่าว
 
"ในเวลาเดียวกัน ความมีอิสระโดยสมบูรณ์จากการเมืองก็อยู่บนลิสต์ของเราเช่นกัน"

ผมคุยกับลี ชอง-ยง ประจำว่าเค-ลีก จะดีกว่านี้ได้ยังไง ... แต่ยังคงสงสัยว่าเราจะเปลี่ยนอะไรได้บ้างหากทำแบบนั้น

- คี-ซอง ยอง

อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ลีกต้องเผชิญคือขาดการสนับสนุนจากแฟนบอล เมื่อจำนวนผู้เข้าชมเฉลี่ยดิ่งลงเรื่อยๆเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา
 
โดยปีก่อนจำนวนผู้เข้าชมเฉลี่ยอยู่ที่ 7,720 คนทั้งที่เคยพุ่งสูงถึง 12,901 คนในปี 2008
 
ไม่ใช่แค่ผู้บริหารที่กังวลกับตัวเลขดังกล่าว คี ซอง-ยง กัปตันทีมชาติเกาหลีคนปัจจุบัน ก็บอกกับสื่อเกาหลีเมื่อปีก่อนเช่นกันว่าเขากังวลกับอนาคตของเค-ลีก
 
"มีหลายความคิดในหัวของผมเมื่อเห็นจำนวนผู้เข้าชม (ที่มีน้อย) รวมถึงที่เอฟซี โซล ไม่มีแฟนบอลเพิ่มขึ้นเลยนับตั้งแต่ผมเล่นให้พวกเขา" เขากล่าว โดยคีเริ่มอาชีพค้าแข้งกับโซล และอยู่ที่นั้นตั้งแต่ปี 2006-09
 
"ผมรู้ดีว่ามีหลายคนที่พยายามพัฒนาเกมลูกหนัง และทำให้ประสบความสำเร็จ แต่คงต้องบอกว่าหนทางยังอีกยาวไกล"
 
"ผมคุยกับ อี ชอง-ยง ประจำว่าเค-ลีก จะดีกว่านี้ได้ยังไง เราปรึกษากันว่าจะกลับไปในเค-ลีก เมื่อช่วงเวลาของเราในยุโรปสิ้นสุดลง แต่ยังคงสงสัยว่าเราจะเปลี่ยนอะไรได้บ้างหากทำแบบนั้น"

คี กัปตันทีมชาติเกาหลี เผยว่ามีงานอีกเยอะที่ต้องทำ

"การกลับไปจะเกิดประโยชน์ต่อลีกมั้ย? นั่นคืออีกหนึ่งคำถามเช่นกัน และไม่นานมานี้เราได้เห็นกันแล้วว่าลีกจีนโปรยเงินเป็นตัน ซึ่งไม่ใช่แค่เงินที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่จำนวนผู้ชมและความสนใจจากสื่อก็เพิ่มขึ้นอย่างมากอีกด้วย"
 
"นั่นทำให้ผมกังวลเกี่ยวกับเค-ลีกยิ่งกว่าเดิมเสียอีก"
 
อินชอน ยูไนเต็ด ต้องทนทุกข์กับยอดแฟนบอลที่ลดลงเรื่อยๆ แม้จะย้ายสนามเหย้าจาก อินชอน มอนฮัก สเตเดี้ยม ความจุ 49,000 ที่นั่ง ไปยังสนามฟุตบอลซอนกุย อารีน่า ปาร์ค ที่มีแค่ 20,000 ที่นั่งเมื่อปี 2012 แล้วก็ตาม
 
โดยในปี 2007 สโมสรมีจำนวนแฟนบอลเฉลี่ย 16,000 คน ในเกมเหย้าแต่ละเกม แต่ในปี 2015 กลับลดลงถึง 4,863 คน 
 
ซึ่งจองชี้ไปที่ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้เข้าชมที่เกิดขึ้นในช่วงสองถึงสามปีหลัง รวมถึงเหตุการณ์เรือเฟอร์รี่เซวอล ในปี 2014 และเชื้อเมอร์ส ในปี 2015 จนทำให้แฟนบอลไม่มีกะจิตกะใจเข้าชมเกมฟุตบอล แต่ก็ยอมรับว่านั่นเป็นแค่เหตุผลส่วนหนึ่ง และสโมสรจำเป็นต้องเข้าถึงชุมชนท้องถิ่นของอินชอนให้ได้มากกว่านี้
 
"พื้นฐานแล้วมันตกเป็นความรับผิดชอบของสโมสร ดังนั้นเราจำเป็นต้องพัฒนาการสื่อสารกับแฟนบอลให้ได้" เขากล่าว
 
"เรารู้สึกว่าสโมสรเค-ลีกไม่ดึงดูดชุมชนท้องถิ่นมากพอ ซึ่งสโมสรท้องถิ่นนั้นมีอยู่เพื่อสร้างความสุขและคุณภาพของท้องถิ่น ดังนั้นเมืองอินชอนต้องได้รับความรักจากผู้คนก่อน แล้วค่อยมาถึงสโมสรฟุตบอล"
 
"นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคำคมของสโมสรในปี 2016 จึงเป็น 'พวกเราคืออินชอน'"
 
และการรักษานักเตะให้อยู่กับทีมคืออีกหนึ่งปัญหาที่ทั้งลีกต้องประสบพบเจอเช่นกัน
 
โดยสโมสรเล็กต้องดิ้นรนในการเก็บนักเตะที่ดีที่สุดของพวกเขาไม่ให้ย้ายร่วมทีมใหญ่ ขณะเดียวกันเงินจากองค์กรเอกชนที่สนับสนุนพวกเขาก็ลดน้อยถอยลง จนทำให้สโมสรยักษ์ก็ต้องสูญเสียนักเตะที่ดีที่สุดเช่นกัน ไม่ใช่แค่ให้กับทีมในยุโรป แต่รวมถึงจีน, ญี่ปุ่น และตะวันออกกลางด้วย
 
ซึ่ง จอห์น มู ผู้อำนวยการบริหารของเรปูคอม โคเรีย บริษัทที่ปรึกษาด้านกีฬาและบันเทิงอธิบายกับสื่อว่าเมื่อตอนต้นปีมาว่ามีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นกับสโมสรในเค-ลีก

สโมสรเค-ลีก ถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดีในไม่กี่ปีที่ผ่านมา