Interviews

คนไทยหรือเปล่า! เหงียน มินห์ กัง หนุ่มเวียดนามผู้หลงเสน่ห์ช้างศึก

เหงียน มินห์ กัง เปิดใจคุยกับ FFT ถึง 12 ปีที่ทุ่มเทความรักและชื่นชมฟุตบอลไทย จนถูกสังคมฟุตบอลเวียดนามตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ

We are part of The Trust Project What is it?

ที่สนามเตือง นัทห์ เมืองโฮจิมินห์ ซิตี้ ประเทศเวียดนาม หากกวาดมองเผินๆ หนุ่มแว่นวัย 27 ที่สวมเสื้อช้างศึกสีน้ำเงินของทีมชาติไทย ชูธงไตรรงค์เข้าไปเชียร์แข้งสาวไทยในการแข่งขันฟุตบอลหญิง เอเอฟเอฟ แชมเปี้ยนชิพ อาจไม่แตกต่างจากแฟนฟุตบอลไทยทั่วไปที่ติดตามเชียร์ทีมบ้านเกิด

แต่เหงียน มินห์ กัง ไม่ใช่คนไทย 

หนุ่มนักทดสอบซอฟท์แวร์ของบริษัทในเมืองโฮจิมินห์ ซิตี้ เป็นชาวเวียดนามโดยกำเนิด แต่มินห์ กัง ยืนยันว่าหัวใจมีแต่ฟุตบอลไทยมาตลอด 12 ปี

จุดเริ่มต้น

ปี  2003 ซีเกมส์ครั้งที่ 22 ที่ประเทศเวียดนามเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เหงียน มินห์ กัง เป็นหนึ่งในแฟนฟุตบอลชาวเวียดนามที่ซื้อตั๋วเข้าสนามไปชมกีฬาที่ได้ชื่อว่าได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ทีมชาติไทยและเวียดนามเจ้าภาพ ต้องโคจรมาพบกันตั้งแต่นัดแรกของการแข่งขันฟุตบอลซีเกมส์ 

ท่ามกลางแฟนฟุตบอลชาวเวียดนามที่เข้ามาชมการแข่งขันจนเต็มความจุของสนามมาย ดินห์ ส่งเสียงให้กำลังใจทีมชาติ "เวียดนาม เวียดนาม....." พร้อมกับตะโกนโห่ฮา เป่าปากเยาะเย้ยนักเตะทีมชาติไทย บรรยากาศในสนามร้อนแรงไม่ต่างกับที่แฟนฟุตบอลดาวทองเรียกว่านรกของทีมเยือน เหงียน มินห์ กัง ในวัย 15 ปีได้แต่ยืนมองด้วยความเศร้าใจที่กีฬาฟุตบอลที่ควรจะเป็นกีฬาลูกผู้ชายบนผืนหญ้ากลับกลายเป็นโอกาสให้ผู้ชมแสดงความดุดันและไม่เป็นมิตร ทีมชาติเวียดนามที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะทีมชาติไทย

"ผมรู้สึกสงสารแฟนฟุตบอลชาวไทยกลุ่มเล็กๆ ที่ตามมาเชียร์ทีมรักในสนาม ผมไม่ชอบทัศนคติของแฟนฟุตบอลเวียดนามที่มีต่อทีมชาติไทย แม้จะเป็นเพื่อนร่วมชาติของผมเองแต่ผมก็ไม่เห็นด้วย แต่หลังจากผมได้เห็นนักเตะไทยที่ไม่หวั่นไหวกับความกดดัน พวกเขาไม่กลัวที่จะต้องเล่นในสนามกีฬานรก ตอนนั้นเองที่ผมเริ่มเชียร์ทีมชาติไทย และในซีเกมส์ครั้งนั้นทีมชาติไทยก็คว้าเหรียญทองด้วยการเอาชนะเวียดนามในนัดชิงชนะเลิศจากประตูชัยสุดสวยของณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์"

นับแต่นั้นมา เหงียน มินห์ กัง ก็หลงเสน่ห์ลูกหนังไทยและใช้เวลาตลอด 12 ปีศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทย ฟุตบอลไทยและทีมชาติไทย ยิ่งได้รู้จักความคิด วิถีชีวิตของคนไทยที่แตกต่างกับเวียดนามบ้านเกิด ก็ยิ่งหลงใหลฟุตบอลไทยมากขึ้น 

"ผมไม่เคยอยากให้ทีมชาติไทยกับเวียดนามต้องมาพบกันหรอก ผมเชียร์ทีมชาติไทยเพราะความชอบ แต่แฟนฟุตบอลเวียดนามถึงกับเรียกผมว่า 'คนทรยศ' ซึ่งถ้าจะว่ากันจริงๆ แล้วเขาก็พูดถูกนะ เพราะบางครั้งผมก็ยังรู้สึกผิดว่าทำไมไม่เชียร์ทีมชาติของตัวเอง" เหงียน มินห์ กัง กล่าว

"แต่ฟุตบอลคือกีฬา และผมควรจะมีอิสระที่จะเลือกเชียร์ใครก็ได้โดยไม่จำกัดว่าต้องยึดกับชาตินิยมหรือความจงรักภักดีกับทีมชาติ ผมจึงเลือกที่จะชอบและเชียร์ทีมชาติไทย ถึงแม้บางครั้งจะโดนหาว่า 'กาก' ก็เถอะ" 

แม้ความชื่นชอบและชื่นชมทีมชาติไทยจะแน่นอก แต่มินห์ กัง กล่าวว่าครั้งแรกที่เพื่อนและครอบครัวทราบว่าเชียร์ทีมชาติไทยก็ต่างพากันตกใจ

"ตอนแรกทุกคนพากันตกใจมากแล้วก็โวยวายกันใหญ่ แต่ผมก็พยายามอธิบาย แล้วก็เลยทำเป็นเมินๆ ไม่สนใจ จนตอนนี้ผมกับทีมชาติไทยก็กลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับครอบครัวแล้วล่ะ แต่สำหรับแฟนฟุตบอลเวียดนามคนอื่นๆ ตามเว็บไซต์ฟุตบอลเวียดนามยังพากันเรียกผมว่ายูดาห์ ยังเป็นคนทรยศของฟุตบอลเวียดนามอยู่เลย"

"แต่ผมนี่เป็นกรณีพิเศษนะ อย่าเลียนแบบผมจะดีกว่า......." มินห์ กัง กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะแบบไทยๆ

เชียร์ด้วยใจ

ตลอดเวลา 12 ปี เหงียน มินห์ กัง พยายาามศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศไทยจนสามารถพูดและฟังภาษาไทยได้เล็กน้อย รวมถึงยังติดตามเชียร์ทีมชาติไทยทั้งฟุตบอลชายและหญิงทั้งทางอินเตอร์เน็ตและเดินทางไปชมเกมถึงขอบสนาม

"ผมเป็นสมาชิกของกลุ่มแฟนฟุตบอลในเฟซบุค เชียร์ไทยพาวเวอร์ เพื่อติดตามข่าวสารทีมชาติไทย และติดต่อกับเพื่อนแฟนฟุตบอลชาวไทยที่ช่วยส่งลิงค์ดูฟุตบอลไทยมาให้ติดตามทีมชาติ ไม่ว่าจะเป็นไทยรัฐทีวีหรือ True4U"

"ส่วนตัวผมเป็นแฟนทีมเมืองทองยูไนเต็ด และเริ่มดูฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกช่วงปี 2010 เพราะตอนนี้เคเบิ้ลทีวีที่บ้านผมมีช่องทรูวิชันส์ 2 ที่ถ่ายทอดฟุตบอล แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ก็เลยต้องดูฟุตบอลไทยลีกจาก True4U ทางอินเตอร์เน็ตแทน"

"ผมชอบปิยะพล บรรเทา และมาริโอ ยูรอฟสกี้ ของเมืองทอง และก็ชอบธีราทร บุญมาทัน ของบุรีรัมย์ และชนาธิป สรงกระสินธ์ ของบีอีซี เทโร ด้วยครับ แต่จริงๆ แล้วเวลาดูฟุตบอลผมชอบที่จะดูสไตล์การเล่นของทีมมากกว่าจะชอบนักเตะคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษนะ"

คนทรยศของฟุตบอลเวียดนาม

เมื่อถูกถามถึงทีมชาติเวียดนาม และฉายา 'บาร์เซโลนา อาเซียน' มินห์ กัง หยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบช้าๆ

"ผมคิดว่ามันคือเซลฟี่ของเวียนดนาม เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่สไตล์การเล่นของเวียดนามจะคล้ายๆ ระบบติกิ-ตาก้า เคาะบอล ต่อบอลกันไปเรื่อยๆ แต่ที่สำคัญคือต่อบอลสวยแต่ยิงไม่ได้นี่ก็ไม่มีประโยชน์นะ"

ในส่วนของความรู้สึกเป็นอริกันของเวียดนามและทีมชาติไทย หนุ่มเวียดหัวใจฟุตบอลไทยกล่าวว่า "ผมคิดว่าที่แฟนฟุตบอลเวียดนามรู้สึกไม่ชอบทีมชาติไทย เพราะว่าเวียดนามมักจะแพ้ทีมชาติไทยบ่อยๆ ในหลายๆ รายการที่ต้องแข่งกัน การที่เอาชนะไทยได้จึงเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้เวียดนามมีความสุขมาก"

และบางครั้งความรู้สึกรุนแรงที่เกมฟุตบอลก็ต่อเนื่องออกมาถึงแฟนฟุตบอลด้วย เหมือนที่มินห์ กัง เคยได้สัมผัสมาแล้วด้วยตัวเองในการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน 2015 ที่โฮจิมินห์ ซิตี้ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

เหงียน มินห์ กัง ซื้อตั๋วเข้าไปให้กำลังใจนักเตะสาวไทยและมาดามแป้งทุกนัด จนผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงไทยเคยกล่าวชื่นชมไว้ผ่านหน้าเพจ Madame Pang

"วันนั้นผมเตรียมธงไตรรงค์ใส่กระเป๋าไปเชียร์ฟุตบอล" มินห์ กังเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ในเกมที่ทีมชาติไทยพบกับเวียดนามเจ้าภาพ

"ผมอยากจะไปนั่งเชียร์กับแฟนบอลไทย แต่ตรงนั้นเป็นมุมที่วิวไม่ค่อยดีเพราะพวกเขานั่งอยู่ข้างหลังประตู ผมจึงเลือกที่จะไปนั่งที่ช่วงกลางอัฒจรรย์ แต่ขยับขึ้นไปนั่งที่เก้าอี้สูงๆ ห่างจากแฟนฟุตบอลคนอื่นๆ แล้วก็เริ่มโบกธงไตรรงค์เชียร์ทีมชาติไทย"

"โชคดีที่วันนั้นไม่มีใครนั่งข้างๆ ผม แต่เมื่อนิสา ร่มเย็น ยิง 2 ประตู ผมก็เผลอลุกขึ้นตะโกนด้วยความดีใจ คนอื่นๆ หันมามองผมด้วยสีหน้าแปลกๆ โกรธๆ แต่ผมแกล้งทำเป็นไม่เห็น"

"หลังเกมนั้น แฟนฟุตบอลเวียดนามบางคนคิดว่าผมเป็นคนไทย เขาเดินเข้ามาหาผมแล้วพูดกับผมเป็นภาษาอังกฤษว่า "คืนนี้แกได้เล่นชกมวยแน่ๆ" ผมจึงตอบไปเป็นภาษาอังกฤษว่า "ไม่หรอก แค่เชียร์ตามเกมฟุตบอล แต่พี่เล่นโวนินาม*ด้วยนี่"

และแม้จะต้องเจอกับจังหวะหวาดเสียวแบบนี้บ่อยๆ แต่เหงียน มินห์ กัง คนทรยศของฟุตบอลเวียดนาม ก็ยังคงรักฟุตบอลไทยไม่เปลี่ยนแปลง

"ผมอยากบอกว่า ฟุตบอลไทยเป็นฟุตบอลที่น่าตื่นเต้นและมีชื่อเสียงในหมู่แฟนฟุตบอลต่างชาติ มารยาทฟุตบอลแบบไทยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาชาวต่างชาติ อย่าง สเวน เบย์ริช เพื่อนชาวเยอรมันของผมคนหนึ่งก็รู้จักกันผ่านฟุตบอลไทยที่เขาชื่นชอบ จนสร้างเว็บไซต์ฟุตบอลไทย http://www.thai-fussball.com/en/ เพื่อเผยแพร่ข่าวสารฟุตบอลไทย"

นี่ คือ เรื่องราวของ เหงียน มินห์ กัง... และในวันที่ ช้างศึกไทย บุกไปเยือน ทัพดาวทอง เวียดนาม ถึง หมิ ดิงห์ สเตเดี้ยม... เขาก็พร้อมเชียร์ไทย ทั้งที่ใจเป็นเหงียนต่อไป 

ผลจะเป็นอย่างไร รอชมกันได้วันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2558 เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่องไทยรัฐทีวี