คนจนผู้ยิ่งใหญ่ : ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก

ในภาวะถังแตกของสระบุรี เอฟซี...ชายติสต์ๆ บ้าๆ คนหนึ่งก้าวเข้ามา จับมือ “ขุนศึก” ที่กำลังจะตายคาสนามรบ หล่มหลอมความเป็นตัวตนของเขา เข้ากับเหล่าขุนศึกฝ่าฟันสงครามลูกหนังไทย...เขาอาจจะมีบุคลิกที่คนไม่ค่อยชอบใจนัก ไม่เท่ ไม่ดูดี แต่ปรัชญาแบบไหนกันที่เขาพาทีมรอดตกชั้นได้อย่างยิ่งใหญ่ และน่าอัศจรรย์ใจ

ทีมงาน FFT TH ได้โอกาสเปิดใจเกี่ยวกับแนวทาง ปรัชญา และแนวคิด การสร้างเรื่องปาฏิหาริย์แบบเหลือเชื่อของ “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ที่พา “ขุนศึก” สระบุรี รอดตกชั้นแบบสุดยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยลีก!   

FFT TH : ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับตำนานบทใหม่ที่ได้สร้างไว้กับสระบุรี

ไพโรจน์ : ครับ ขอบคุณ ผมว่านี่มันเป็นการรอดตกชั้นที่… ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลไทย 19 ปีนะ ผมกล้าพูดแบบนั้น มันจะมีที่ไหนอีก?

FFT TH : วินาทีที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหลังจบเกมกับชลบุรี เอฟซี นัดสุดท้าย...ถามจริงๆคิดอะไรอยู่?

ไพโรจน์ : (เงียบสักพัก) “มันรอดตกชั้นได้ไงว่ะเนี่ย" เฮ้ย! มันไม่น่าเชื่อนะ ผมยอมรับนะว่าวันแรกที่เข้ามา ผมคิดว่าไม่รอดแน่!  

นักเตะทุกคนสู้สุดฤทธิ์ดินสุดใจ จนรอดตกชั้นได้แบบปาฏิหาริย์ หลังชนะ ชลบุรี 3 - 0 ถึง ชลบุรี สเตเดี้ยม

FFT TH : อ้าว คิดว่าไม่รอด แล้วเข้ามารับเผือกร้อนแบบนี้ทำไม?

ไพโรจน์ : ผมขอท้าวความไปหน่อย ก็อย่างที่รู้ๆกันว่าผมอยู่สระบุรี ทำทีม โอสถสภา สระบุรี อยู่ 5 ปี และทีนี้ปีก่อนตอนผมทำทีมบางกอก เอฟซี ก็พาทีมไปแข่งนัดเยือนที่สระบุรี...หลังจบเกมแฟนคลับสระบุรี ตะโกนเรียกชื่อผม “โค้ชเบ๊ โค้ชเบ๊ โค้ชเบ๊!” และก็มาขอถ่ายรูป ผมก็แบบว่า เฮ้ย นี่ขนาดผมไม่ได้อยู่สระบุรีแล้วนะ แถมตอนอยู่ก็ไม่ได้ทำอะไรให้กับสระบุรี เอฟซี เลย พอเราได้มีโอกาสคุยกับผู้บริหาร ผมก็เลยพร้อมตกลงปลงใจมาทำงานที่นี่  

FFT TH : ตกลงปลงใจง่ายๆเลย? เอาเกณฑ์อะไรมาวัดว่าอยากทำทีมนี้

ไพโรจน์ : เงินไม่ใช่ปัจจัยในการเลือกทีมทำฟุตบอลสำหรับผม

FFT TH : ความท้าทายกับทีมท้ายตาราง?  

ไพโรจน์ : ไม่ใช่อีกแหละ...มันคืออารมณ์อยากจะทำ คุยแล้วสบายใจที่จะทำ แค่นั้นแหละ!

FFT TH : แต่สุดท้ายก็คือ...มาทั้งๆที่คิดว่าไม่น่ารอดตกชั้น?

ไพโรจน์ : ก็ใช่ทีแรกตอนผมเข้ามานักบอลตัวหลักๆ ออกจากทีมหมด พวกต่างชาติ และตัวไทยสำคัญๆอย่าง ดักล๊าส คาร์โดโซ่ ก็ย้ายออกไป (ไปอยู่กับ พีทีที ระยอง) กีย์ (อูแบร์) วันชนะ (รัตนะ) ก็ออกจากทีมไปหมด เพราะไม่มีงบแล้ว ทีมเรา… ผมมั่นใจว่าฐานะเงินเดือนอะไรก็น้อยที่สุดในไทยลีกแล้ว นักบอลเขาอยู่กินกับแบบบ้านๆ แต่ละคนเช่าหอพักเอง ไม่ได้มีที่พักหรูๆอะไรกัน เวลาไปแข่งนอกบ้าน แวะข้างทางเราก็แวะกินอาหารตามฟู้ดคอร์ตกันเอง แจกคูปองคนละ 150 บาท เราไม่มีนักโภชนาการเหมือนทีมอาชีพอื่นๆ ผมก็แค่แนะนำนักเตะกันว่า ควรกินอะไร ไม่ควรกินอะไร

..แต่มีคนพูดกับผมว่า ถ้าจะต้องตกชั้นก็ทำให้มันตกสวยๆหน่อย ไม่ใช่ตกตั้งแต่ 10 นัด 15 นัดก่อนหมดฤดูกาล ซึ่งตอนนั้นเราเพิ่งเก็บได้ 3 แต้มจาก 11 นัด มันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่เราจะกลับมา ผมก็ถามตัวเองนั่นแหละ...จะรอดยังไงว่ะ?  

FFT TH : ฟังดูหดหู่จัง (ฮา)…

ไพโรจน์ : จะว่าไปก็ใช่ มีเด็กบางคนในทีมพูดตัดพ้อว่า ปีนี้เละแน่ แย่แน่ และผมคิดและพูดกับนักเตะในทีมว่า “ถึงแม้เราจะตาย แต่เราจะตายอย่างขุนศึก” อย่างไรก็ตามผมขอชื่นชมประธานสโมสร วีระพล อดิเรกสาร ถึงแม้ทีมจะมีปัญหาด้านการเงิน แต่เขาก็ยังพยายามหาเงินมาจ่ายนักเตะได้ตรงตามเวลา เรื่องเงิน ไม่มากมาย แต่ไม่มีขดตกบกพร่อง พอเงินไม่มีปัญหา ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของโค้ชแล้วที่จะต้องปลุกระดมเด็กในทีม  

FFT TH : ช่วงแรกที่คุมทีมเป็นยังไง?

ไพโรจน์ : แมตช์แรก ผมเข้ามาคุมทีม คือ เกมกับชัยนาท ผมยังไม่ได้เข้ามาคุมทีมซ้อมก่อนเกมเลย เพราะเพิ่งเข้ามารับงาน จึงนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ และคอยแนะนำทีมสต๊าฟฟ์โค้ชผ่าน ว. แล้วเราก็เสมอพวกเขาได้ ซึ่งมันเป็ฯการเก็บแต้มนอกบ้านครั้งแรก ก่อนที่แมตช์ต่อมา เราจะชนะนครราชสีมา กลายเป็นการชนะคู่แข่งนัดแรกในลีก… ตอนนั้นผมคิดว่า “เฮ้ย! เราก็ทำได้เหมือนกันนี่หว่า ผมทำให้นักเตะมั่นใจขึ้น”

FFT TH : สถานการณ์เป็นแบบนี้ แต่ต้องทำให้ทุกคนสู้… โค้ชเบ๊ทำยังไง?

ไพโรจน์ : เราทำให้เด็กทำตามแบบแผน ทำตามเราได้ ถ้าชนะเด็กจะเกิดความมั่นใจเอง ต่อให้ชนะ แต่ชนะแบบไร้เหตุผล ใจเด็กก็ไม่มาหรอก มันเหมือนกับชนะแบบฟลุ๊คๆ แล้วคนเรามันจะฟลุ๊คกันได้สักกี่นัด

FFT TH : ปลุกจิตใจกระตุ้นเด็กยังไง บอกเราทำได้ ทำได้แบบนี้เหรอ?

ไพโรจน์ : ปรัชญาของผม คือ ทำดี ถ้าคิดดี ทำดี ทีมดี ผลงานมันดีตาม เพราะอย่างที่บอก...เมื่อเด็กเห็นว่าวิธีทำงานของเรามันได้ผล พวกเขาจะมีความมั่นใจเอง แต่ไม่ใช่ว่ามั่นใจไปซะทุกอย่าง แบบนั้นเขาเรียกว่า “ขี้โม้” เราต้องรู้จักประเมิน เกมไหนเราน่าจะชนะได้ ผมก็จะบอกเด็กว่า เฮ้ย เราชนะได้ อย่าไปกลัว แต่ถ้าบอกเราชนะได้หมด มันเหมือนกับเราไปไซโคเด็ก ถ้าผมบอกว่าเราเจอบุรีรัมย์ ที่บ้านบุรีรัมย์ แล้วเราบอกพวกเขาว่าเราชนะได้ พอเราแพ้ แล้วอีกวันหนึ่งเรามาเจออีกทีมแล้วก็บอกว่า เราก็ชนะได้อีก เด็กจะยิ่งไม่เชื่อคำพูดเรา

"โค้ชเบ๊" ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาเสมอกับลูกทีมว่าเกมไหนสู้ได้ และสู้ไม่ได้

FFT TH : แล้วมั่นใจเมื่อไหร่ว่าทีมจะไม่ตกชั้น?

ไพโรจน์ : ไม่มั่นใจ

FFT TH : อ้าว แล้วที่บอกสื่อเสมอว่ามั่นใจ?

-อ่านเรื่องของ "โค้ชเบ๊" ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ได้ต่อในหน้าถัดไป-