(คง) ย้ายแน่แค่รอเวลา : รวมแข้งไทยลีก ที่ไม่น่าอยู่กับต้นสังกัดต่อไปฤดูกาลหน้า

บางคนก็ฟอร์มดีจนสโมสรที่ค้าแข้งอยู่เล็กไป…

แต่บางคนก็นั่งสำรองนาน จนไม่น่าจะได้อยู่ในแผนการทำทีมซีซั่นหน้า และนี่คือเหล่านักเตะไทยลีกที่คาดว่า น่าจะต้องเก็บกระเป๋าย้ายออกจากทีมในฤดูกาล 2018

ชิตชนก ไชยเสนสุรินธร

อดีตเยาวชน ซามพ์โดเรีย เพื่อนร่วมรุ่น เมาโร อิคาร์ดี กลายเป็น เทวดาตกสวรรค์ นับตั้งแต่ย้ายมาค้าแขงในเมืองไทย แม้จะมีวาสนาได้อยู่กับทีมบิ๊กเนมทั้ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เมืองทอง ยูไนเต็ด, บีอีซี เทโรศาสน รวมถึงช่วงที่ถูกปล่อยให้ พีทีที ระยอง  ยืมตัว แต่ทั้งหมดที่ว่ามา ริมเส้นลูกครึ่ง ไทย-ลาว ยังไม่สามาถเรียกฟอร์มเก่งออกมาได้นัก

กระทั่งในช่วงเลกสอง ปี 2015 สุพรรณบุรี เอฟซี ได้คว้าตัว “ชิชา” มาร่วมทัพด้วยความคาดหวังที่เค้นศักยภาพของ ลูกครึ่งดีกรีสูงอย่างเขา แต่ครึ่งฤดูกาลแรกของเขากับ สุพรรณฯ ชิตชนก ได้ลงเล่นแค่ 5 เกม ปีต่อมาได้ลงเล่นทั้งฤดูกาลแค่ 12 เกม (ตัวจริง 7 นัด)

จนมาถึงซีซั่นที่ 3 ในทีมช้างศึกยุทธหัตถี สถานการณ์ของ ชิตชนก ยังไม่ดีขึ้น จนถึงตอนนี้เขาเพิ่งได้ลงสนามแค่ 8 นัด (336 นาที) ซึ่งดูเหมือนว่า แข้งวัย 23 ปี และสโมสรคงรับรู้อยู่ในใจแล้วว่า คงไม่สามารถเดินไปต่อด้วยกันได้ หรือบางทีฟุตบอลที่ไทยอาจไม่เหมาะเขา?  

กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์

จากอดีตปีกตัวความหวังของเมืองทอง ยูไนเต็ด... เวลาผ่านพ้นไป 2 ปี เขากลับเป็นเพียง ส่วนเกินของหลายๆสโมสร ที่ยังหาโอกาสลงสนามแทบไม่ได้เลย

“โจ๋” กษิดิ์เดช ฉายแววดาวรุ่งอนาคตไกลมาตั้งแต่เริ่มค้าแข้งกับ อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด จนได้เซ็นสัญญากับ กิเลนผยอง รวมถึงถูกส่งไปฝึกวิชาลูกหนังกับ แอตเลติโก มาดริด ก่อนจะกลับมายึดตัวหลักให้กับเมืองทอง ในปี 2014 โดยแข้งวัย 20 ปี ลงสนามไปถึง 24 นัด

ซีซั่นต่อมา กษิดิ์เดช ยังปักหลักลากเลื้อยให้ เมืองทอง ต่อ ลงเล่นไป 22 นัด พร้อมกับได้รับการต่อสัญญา 4 ปี พ่วงด้วย รถยนต์หรู เมอร์ซิเดส เบนซ์ เพื่อหวังหมัดใจให้เขาปักหลักอยู่ที่นี่ไปยาวๆ แต่แล้วปี 2016 กษิดิ์เดช เจอช่วงเวลาที่ยากลำบาก เมื่อต้นสังกัดคว้าสตาร์มาหลายราย และท้ายที่สุดเขาถูกปล่อยให้ นครราชสีมา ยืมตัว

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ในปี 2017 เขาไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ ธชตวัน ศรีปาน และต้องเก็บเสื้อผ้าย้ายไป บีอีซี เทโรศาสน ช่วงเลกแรก แต่ยังต้องนั่งเป็นสำรองเหมือนเคย ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม พัทยา ยูไนเต็ด ในช่วงเลกสอง แต่นั่นกลับทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลง เพราะจนถึงตอนนี้ “โจ๋” เพียงได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองแค่ 2 เกม รวมแล้ว 58 นาทีเท่านั้น

คาดว่าปีหน้า กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ ยังคงต้องชีพจรลงต่อไป ไม่ว่าจะถูกปล่อยยืมหรือขาดขายกับทีมอื่น เพราะดูแล้ว เขาคงหมดอนาคตกับ เมืองทองฯ ไปโดยปริยาย

พิทักษ์พงษ์ กุลสุวรรรณ

แบ็กขวาคนสำคัญของ บีอีซี เทโรศาสน ในฤดูกาล 2016 ย้ายมาหาความท้าทายครั้งใหญ่ในชีวิต กับ เมืองทอง ยูไนเต็ด หลังจากไต่เต้าขึ้นมาจากลีกภูมิภาค จนได้มาร่วมทีมแถวหน้าของเมืองไทย

เขาเบียด ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ที่มาร่วมฝึกซ้อมกับ เมืองทองฯ ในช่วงปรีซีซั่นได้สำเร็จ พร้อมกับความคาดหวัง ว่าน่าจะสอดแทรกและดีพอเป็นตัวซัพพอร์ทอันดับ 1 ในตำแหน่งแบ็กขวา ถัดจาก ทริสตอง โด เนื่องจากปีที่ผ่านมา พิทักษ์พงษ์ ลงเล่นกับ เทโรฯ มากถึง 21 นัด

“อ๊อฟ” พิทักษ์พงษ์ มีคุณสมบัติแทบทุกอย่างที่เหมาะกับบอลเมืองทอง ทั้ง พละกำลัง เล่นวิงแบ็กได้ เกมรุก เกมรับ แต่่ทว่าภายใต้การแข่งขันที่สูงภายในทีม พิทักษ์พงษ์ แทบไม่ได้รับความไว้วางใจให้ลงสนามเลย เขากลายเป็นแบ็กขวาตัวเลือกท้ายๆ เพราะโค้ชแบน ธชตวัน ศรีปาน เลือกที่จะใช้ อดิศร พรหมรักษ์ เซ็นเตอร์แบ็กอาชีพ ก่อนเจ้าตัวนั่นเอง

แม้กระทั่งในช่วงท้ายฤดูกาล ที่ ทริสตอง โด และ อดิศร พรหมรักษ์ เจ็บพร้อมกัน แต่แบ็กขวาเลือดอีสาน รายนี้ ยังเคยถูกมองข้ามมาแล้ว อย่างเช่นในเกมรอบรองชนะเลิศ โตโยต้า ลีก คัพ

ที่สำคัญ ปีหน้า เมืองทองฯ ต้องไปเล่นรายการใหญ่ในถ้วยเอเชียอีกครั้ง รวมถึงต้องหาแข้งมาทวงคืนแชมป์ลีก ดังนั้น พิทักษ์พงษ์ จึงเข้าข่ายว่ามีแนวโน้มสูงที่ อาจจะไม่ได้ไปต่อกับกิเลนผยอง โดยมีทีมระดับกลางไทยลีก พร้อมอ้าแขนรับเขาอยู่

Pages