ขงเบ้งอินเตอร์รุ่น 4 แห่งพรีเมียร์ลีก : เปเยกรินี่, โซลชาร์, คูมัน และ ฟาน กัล

และนี่คือภาค 4 ของซีรี่ย์ “ผู้จัดการต่างชาติในพรีเมียร์ลีก” จะมีใครกันบ้าง เชิญติดตามได้เลย…

เปาโล ดิ คานิโอ (ซันเดอร์แลนด์ 31/03/13 - 22/09/13)

อดีตแบดบอย เริ่มต้นงานคุมทีมกับ สวินดอน ซึ่ง ดิ คานิโอ ก็ยังคงไว้ลายความบ้า หลังมีข่าวทะเลาะกับผู้ตัดสินและลูกทีมเรื่อยๆ
ในปี 2013 อดีตดาวเตะเวสต์แฮม ได้รับการติดต่อจาก “แมวดำ” หลัง มาร์ติน โอนีล ทำผลงานได้ย่ำแย่ จนทำให้ ทีมดังแห่งอีสาน กำลังร่อแร่ใกล้ตกชั้น
สุดท้าย ดิ คานิโอ ช่วยให้ ซันเดอร์แลนด์ รอดตาย ในวงเล็บที่ว่า ทีมอื่นห่วยกว่าพวกเขาเอง แต่ก็นั่นแหละ “แมวดำ” ไม่ต้องตกชั้น และเขาสามารถพาทีมถล่มคู่แค้นอย่าง นิวคาสเซิล 3-0 ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้ว

Paolo Di Canio

ท่าทางของดิ คานิโอยามอยู่ข้างสนามยังคงเป็ฯที่จดจำของแฟนๆ

อย่างไรก็ตาม ซีซั่นต่อมา ฟอร์มของทีมยังไม่ดีขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล ทำให้แฟนๆเริ่มพากันโห่ไล่ อดีตกองหน้าผู้ไม่เคยติดทีมชาติ เจอปัญหาอย่างหนัก และในที่สุด บอร์ดบริหารก็ตัดสินใจปลดเขา
สรุปแล้ว 13 นัดในพรีเมียร์ลีก ดิ คานิโอ พาทีมชนะได้แค่ 3 เท่านั้น และจากวันนั้น เขาก็ไม่เคยได้คุมทีมไหนอีกเลย

มานูเอล เปเยกรินี่ (แมนฯ ซิตี้ 14/06/13 - 30/06/2016)

ดิ คานิโอ ช่วยให้ ซันเดอร์แลนด์ รอดตาย ในวงเล็บที่ว่า ทีมอื่นห่วยกว่าพวกเขาเอง แต่ก็นั่นแหละ “แมวดำ” ไม่ต้องตกชั้น และเขาสามารถพาทีมถล่มคู่แค้นอย่าง นิวคาสเซิล 3-0 ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้ว

ตลอดสามปีในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม นั้น กุนซือชาวชิลี พาทีมได้แชมป์ลีก 1 ครั้ง โดยนั่นเกิดขึ้นในซีซั่นแรกของเขาบนเกาะอังกฤษซะด้วย
ก่อนที่ปีต่อมา เปเยกรินี่ จะพาทีมได้แค่รองแชมป์ และได้อันดับ 4 ในปีสุดท้ายนี่เอง และเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่มารับไม้ต่อจากเขาเมื่อช่วงปิดซีซั่นที่ผ่านมา

Manuel Pellegrini

เปเยกรินีก็ได้รับความนิยมพอสมควรจากแฟนๆ

สถิติส่วนตัวของ อดีตนายใหญ่เรอัล มาดริด ถือว่ายอดเยี่ยม เมื่อ เปเยกรินี่ เป็นผู้จัดการทีมนอกทวีปยุโรปคนแรกที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก นอกจากนี้ เขายังได้รับการชื่นชมในเรื่องของการเล่นเกมรุกที่สุดยอด โดยในปีที่ได้แชมป์ลีกนั้น “ซิตี้” ยิงไปถึง 102 ลูก
และเชื่อได้เลยว่า อีกไม่นาน เปเยกรินี่ อาจจะคัมแบ็คกลับมาที่อังกฤษอีกครั้งแน่นอน

กุส โปเยต์ (ซันเดอร์แลนด์ 08/10/13 - 16/04/15)

เปเยกรินี่ เป็นผู้จัดการทีมนอกทวีปยุโรปคนแรกที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก

โปเยต์ เริ่มต้นเส้นทางโค้ชกับ ไบรท์ตัน โดย อดีตดาวเตะทีมชาติอุรุกวัย พาทีมเลื่อนชั้นจากลีกวันมาสู่แชมเปี้ยนชิพได้
และเมื่อ ดิ คานิโอ โดนไล่ออก “แมวดำ” ก็หันมาหา โปเยต์ แทน อย่างไรก็ตาม เกมประเดิมการคุมทีมของเขากลับย่ำแย่สุดๆ เมื่อ ซันเดอร์แลนด์ พ่ายยับให้แก่ สวอนซี 0-4 และเมื่อถึงกลางเดือนเมษายน สถานการ์ณของ ยักษ์ใหญ่แห่งอีสาน ใกล้ตายเต็มที่ หลังเก็บได้แค่ 2 คะแนนจาก 9 เกมหลังสุด
ทว่า ปาฎิหาริย์ ก็เกิดขึ้น เมื่อหลังจากนั้น พวกเขาปราบ เชลซี, ทุบ คาร์ดิฟฟ์, พลิกชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด และพิชิต เวสต์บรอมวิชฯ เก็บชัยชนะ 4 นัดรวดจนรอดตกชั้นอย่างเหลือเชื่อ

ปีต่อมา โปเยต์ ยังได้รับโอกาสต่อไป แต่ผลงานของทีมก็ยังไม่ดีขึ้น อีกทั้ง อดีตกองกลางเชลซี ยังมีปัญหากับผู้อำนวยการสโมสรเรื่องการซื้อขายนักเตะอีกด้วย 
สุดท้าย โปเยต์ อยู่ได้ถึงเดือนเมษายน พร้อมกับลาทีมไปแบบเงียบๆ

เรเน่ มูเลนสตีน (ฟูแล่ม 01/12/13 - 14/02/14)

หลังจากนั้น 5 เกม แอดโวคาท เค้นฟอร์มเก่งของลูกทีมได้ โดยเขาพาทีมชนะ 2 เสมอ 3 จนรอดตกชั้นได้

ประสบการณ์ 12 ปีกับการเป็นทีมงานสต๊าฟโค้ช ทำให้ตอนนั้น มูเลนสตีน คิดว่า ตัวเขาพร้อมที่จะรับบทเจ้านายใหญ่แล้ว
โดยตอนนั้น อดีตลูกน้องเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้รับการติดต่อจาก “เจ้าสัวน้อย” ให้มาทำหน้าที่แทน มาร์ติน โยล ที่ทำผลงานได้ไม่ดีออกไป
อย่างไรก็ตาม การคุมทีมครั้งแรกของเขาก็มีอายุสั้นเพียง 3 เดือนเท่านั้น

Sir Alex Ferguson, Rene Meulensteen

ครั้งหนึ้งเขาเคยเป็นผู้ช่วยของเซอร์ เอล็กซ์ เฟอร์กูสัน มาก่อน

โดย มูเลนสตีน มีความทรงจำแย่ๆ ไม่ว่าจะเป็นพา ฟูแล่ม แพ้ ฮัลล์ 0-6, ตกรอบ เอฟเอ คัพ ด้วยน้ำมือของทีมลีกวันอย่าง เชฟฯ ยูไนเต็ด และ แพ้ 4 เกมรวดในพรีเมียร์ลีก
ทำให้เจ้าของสโมสรอย่าง ซาลิด ข่าน ต้องปลดเขาหลังผ่านไปเพียง 10 สัปดาห์เท่านั้น
ปัจจุบัน หลังจากที่ว่างงานมาหลายปี มูเลนสตีน เพิ่งเข้ารับตำแหน่งนายใหญ่ที่ มัคคาบี้ ไฮฟา เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

Rene Meulensteen

อยู่กับฟูแล่มได้แค่ 2 เดือนครึ่ง

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ (คาร์ดิฟฟ์ 02/01/14 - 18/09/14)

Considered by Crystal Palace as a replacement for Ian Holloway, he was instead parachuted in to assist his countryman Martin Jol at Fulham, struggling in the drop zone

ตำนานแมนฯ ยูไนเต็ด สร้างชื่อกับทีมเยาวชนของ “ปีศาจแดง” ก่อนผันตัวเป็นนายใหญ่ของทีมดังในบ้านเกิดอย่าง โมลด์
จากนั้น โซลชาร์ ก็เป็นที่จับตามองของหลายทีมในอังกฤษมาโดยตลอด ทว่าสุดท้าย เขาเลือก คาร์ดิฟฟ์ ที่ตอนนั้นกำลังอยู่ที่ 15 ของตาราง
ทว่าเมื่อ อดีตดาวยิงหน้าทารก เข้ามา ทุกอย่างกลับย่ำแย่ลงไปอีก เมื่อ โซลชาร์ พาทีมเก็บได้แค่ 12 คะแนนจาก 18 เกมลีก จนทำให้ทีมตกชั้น

จากนั้น อดีตกองหน้าผู้ยิงประตูชัยในรอบชิงยูซีแอลปี 99 ก็คุมทีมลุยแชมเปี้ยนชิพต่อไป แต่ว่าอยู่ได้อีกไม่นาน ก็โดนปลด
ปัจจุบัน โซลชาร์ กลับไปทำงานกับ โมลด์ และนับวันรอที่จะกลับมาพิสูจน์ตัวเองในอังกฤษอีกครั้ง

ติดตามต่อได้ที่หน้าถัดไป