Blog

ของฟรีและดีมีอยู่จริง:5 ตำนานนักเตะผู้ไม่เคยมีค่าตัว

นักเตะอย่าง นิโคล่า อเนลก้าที่ตลอดชีวิตการค้าแข้ง เขามีค่าตัวจากการย้ายทีมรวมกันสูงถึง 120 ล้านปอนด์ แต่มีนักเตะระดับโลกบางคน ที่ตลอดอาชีพการค้าแข้ง เขาไม่เคยมีค่าตัวเมื่อย้ายทีม และนี่คือ  5 ผู้เล่นระดับโลกที่ไม่เคยมีค่าตัวแม้แต่ปอนด์เดียว

We are part of The Trust Project What is it?

1. โซล แคมเบลล์ 

เมื่อพูดถึงนักเตะที่ไม่เคยมีค่าตัว คนแรกที่นึกถึงก่อนใครคือ  โซล แคมเบลล์ เพราะการย้ายทีมทั้งหมด 5 ครั้งของเขา ตลอดช่วงเวลา 18 ปีของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขาไม่เคยมีค่าตัวจากการย้ายทีมเลย โดยเริ่มจากหนึ่งในดีลประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก ที่แคมเบลล์ตัดสินใจย้ายจากสเปอร์ มาสู่ทีมคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง อาร์เซน่อล โดยที่สเปอร์ไม่ได้เงินแม้แต่ปอนด์เดียว จนเป็นที่มาของ ฉายา “จูดาส” หรือ ผู้ทรยศ ที่แฟนสเปอร์ตั้งให้ แต่เขาก็ช่วยให้อาร์เซน่อล คว้า พรีเมียร์ลีก 2 สมัย (2001/2002, 2003/2004) และเอฟเอ คัพ อีก สองสมัย (2001/2002, 2004/2005)

หลังจาก อาร์เซน่อล เขาย้ายมาเล่นให้ปอร์มสมัธแบบไม่มีค่าตัวในปี 2006 และช่วยให้ปอร์ทสมัธคว้าแชมป์เอฟเอคัพไปในซีซั่น 2007/2008 ก่อนที่จะย้ายไปซบ นอตต์ส เคาท์ตี้ ในปี 2009 แต่ลงเล่นให้กับ นอตต์ส เคาท์ตี้ได้เพียงนัดเดียวเขาก็ถูกอาร์แซน เวนเกอร์ ดึงกลับมาช่วยงานที่ไฮบิวรี่อีกครั้ง และทั้งสองครั้งนั้นก็เป็นการย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัว

หลังจากลงเล่นให้อาร์เซน่อลได้เพียง 11 นัด ในปี 2010 โซลตัดสินใจย้ายมาเล่นให้กับ นิวคาสเซิล และแน่นอนเขาย้ายแบบฟรีค่าตัวอีกครั้ง ก่อนลงเล่นได้เพียงแค่ 8 นัดและตัดสินใจแขวนสตั๊ดในปี 2012

2. เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่

ผู้เล่นที่ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นยอดเยี่ยมตลอดกาลอย่าง เอสเตบัน กัมปิอัสโซ่ มิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์นั้น ผ่านการเล่นให้กับ 6 สโมสร และแน่นอน เขาไม่เคยมีค่าตัวเกิดขึ้นจากการย้ายทีม

เขาเริ่มจากถูก เรอัล มาดริด ชุดบี ปล่อยยืมให้กับ อินดิเพนเดียนเต้ และ ริเวอร์ เพลท ทีมลีกในบ้านเกิดเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการ์ณ ก่อนกลับมายึดตัวจริงใน เรอัล มาดริด ชุดใหญ่ ได้ในปี 2002 และช่วยให้เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ ลา ลีก้า ได้ทันที ก่อนที่จะย้ายทีมอีกครั้งในปี 2004 เนื่องจากหมดสัญญา

เขาตัดสินใจเลือกอินเตอร์ มิลาน เป็นสโมสรต่อไป และเป็นที่นี่เองที่เขาโชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยม โดยลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลานกว่า 430 นัด ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมทีมเลสเตอร์ในปี 2014 เนื่องจากหมดสัญญากับอินเตอร์ มิลาน

หลังจากอยู่ช่วยเลสเตอร์ได้เพียงหนึ่งปี เขาตัดสินใจย้ายไปเล่นให้กับโอลิมเปียกอสในกรีซ และเล่นที่นั้นได้สองปีก่อนตัดสินใจแขวนสตั๊ดในปี 2017

3. สตีฟ แม็คมานามาน

เทพเจ้าผมหยักศกแห่งถิ่นแอนฟิลด์นั้นเริ่มต้นตั้งแต่การเป็นนักเตะเยาวชนของหงส์แดง ก่อนเคนนี่ ดัลกริช เรียกขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 1990 และลงเล่นให้ลิเวอร์พูลกว่า 300 นัด ก่อนที่จะถูกเรอัล มาดริด คว้าตัวไปเมื่อปี 1999

คุณคิดว่าการย้ายทีมครั้งนั้นของแม็คมานามานควรมีค่าตัวเท่าไหร่ คำตอบที่ถูกต้องคือ 0 ปอนด์ แม็คมานามานย้ายไปรีล มาดริดแบบไม่มีค่าตัว ลงเล่นให้เรอัล มาดริด กว่า 150 นัด และกลายเป็นผู้เล่นจากเกาะอังกฤษคนแรกที่คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับสโมสรต่างชาติ

แมคมานามานย้ายทีมอีกครั้งหลังจากไม่มีตำแหน่งในรีล มาดริด โดยเขาเลือกมาเล่นให้กับ แมนฯ ซิตี้ ในปี 2003 ก่อนแขวนสตั๊ดในปี 2005 โดยตลอดการเล่นให้กับแมนฯ ซิตี้ เขาทำประตูไม่ได้เลย ปิดฉากอาชีพนักเตะไปอย่างน่าเศร้า

4. มาติเยอ ฟลามินี่

แม้ว่าปัจจุบัน ฟลามีนี่ จะยังไม่แขวนสตั๊ด แต่คงยากที่ปัจจุบัน จะมีสโมสรไหนมายื่นเงินเพื่อซื้อเขาไปร่วมทีม ดังนั้นเขาจึงเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ไม่เคยมีค่าตัวเช่นเดียวกัน

มิดฟิลด์ตัวตัดเกมชาวฝรั่งเศส ย้ายจากมาร์กเซยเข้าสู่การเป็นหนึ่งในสิบเอ็ดตัวจริงของอาร์เซนอล ในปี 2004 และกลายมาเป็นผู้เล่นที่ อาร์แซน เวนเกอร์ จะขาดไม่ได้นับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ปัญหาจากเรื่องค่าเหนื่อย ฟลามีนี่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับอาร์เซน่อลหลังจากลงเล่นไปกว่า 100 นัดให้สโมสรจากลอนดอน เขาเลือกที่จะย้ายไปเล่นให้กับ เอซี มิลาน ในอิตาลี่ เมื่อปี 2008 และลงเล่นกว่า 97 นัดในเวลา 5 ปีที่เขาอยู่กับปีศาจแดงดำ

หลังจากที่มิลานตัดสินใจไม่ต่อสัญญาใหม่กับเขา ฟลามีนี่ตัดสินใจกลับสู่อาร์เซน่อลอีกครั้งแบบไม่มีค่าตัวในปี 2013 และอยู่กับปืนใหญ่จนหมดสัญญาในปี 2016 ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้กับ คลิสตัล พาเลซอยู่ 1 ปี ล่าสุดฟลามีนี่ เพิ่งได้รับการเซ็นสัญญาใหม่กับสโมสร เกตาเฟ่ ในเดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกปล่อยตัวอีกครั้งหลังจบฤดูกาล  และด้วยอายุกว่า 34 ปี ของฟลามีนี่ นี่น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการแขวนสตั๊ดของเขาแล้วหรือยัง ซึ่งก็คงอยู่ที่การตัดสินใจของเจ้าตัว

5. ราอูล กอนซาเลซ

ไม่ผิดอะไรเลย ที่คนส่วนใหญ่จะมองว่า ราอูล คือ ตำนานนักเตะระดับโลกของเรอัล มาดริด เพียงเท่านั้น เพราะตลอดช่วงเวลาการค้าแข้งของเขา ราอูลใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับ เรอัล มาดริด สร้างผลงานกว่า 320 ประตูจาก 740 นัด จนคนอาจจะลืมไปว่า เขาได้ย้ายไปเล่นให้อีกสามสโมสร หลังจากที่หมดสัญญาในถิ่น เบอร์นาเบว เมื่อปี 2010

ราอูลตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่เยอรมันกับสโมสร ชาลเก้ 04 และลงเล่นไปกว่า 96 นัด ในสองซีซั่น ทำประตูให้กับ ชาลเก้ไปกว่า 66 ประตู จนทางสโมสรต้องยกเลิกการใช้เสื้อเบอร์ 7 เพื่อเป็นเกียรติให้กับเขา หลังจากที่เจ้าตัวหมดสัญญาและย้ายออกไปเล่นให้กับทีมในกาตาร์อย่าง อัล ซาดด์ ด้วยสัญญา 2 ปี

สโมสรสุดท้ายที่ราอูลย้ายไปเล่นด้วยคือ นิวยอร์ค คอสมอส ซึ่งเป็นการไปเล่นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เพราะเขาได้ตัดสินใจแขวนสตั๊ดเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ยุติชีวิตพ่อค้าแข้งลงในวัย 38 ปี และนั้นก็เพียงพอแล้วที่จะยกให้ราอูลเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมตลอดการอีกคนหนึ่งของโลกลูกหนังทุกวันนี้