ค้นพบระบบเทพ : การคว่ำตราหมีอาจทำให้สถานะของ BBC มีปัญหา

Atletico Madrid 0-3 Real Madrid

ผลการแข่งขันไม่เคยโกหกใคร! วันนี้ ธอร์ เฮาก์สตัด คอลัมนิสต์ของ FFT กำลังชื่อว่าสิ่งที่ ซีเนอดีน ซีดาน ทำอยู่นั้นช่วยให้ เรอัล มาดริด ดีขึ้นกว่าเดิมเเม้ แกเรธ เบล , คาริม เบนเซม่า และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ได้อยู่ในสนามพร้อมๆกัน

ก่อนเกมวันเสาร์ที่ผ่านมา ซีดาน บุกมายังรัง บิเซนเต้ กัลเดร่อน ด้วยการไม่มี กองกลางตัวคุมเกม , เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่ง และ 2 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวหลัก และนอกจากนี้พวกเขาก็เพิ่งเก็บคลีนชีทได้เพียงหนเดียวในรอบ 11 เกมหลังสุด โดยล่าสุดก็เพิ่งเสมอกับ ลีเกีย วอซอว์ 3-3

นั่นจึงทำให้ความคิดเห็นส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า แอตฯ มาดริด จะสามารถลงยัดเยียดความปราชัยให้ ราชัน ชุดขาว แต่ ซีดาน ก็ค้นพบแท็คติกที่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าครั้งนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม

ซีดาน เคยมาเยือนสังเวียนเเห่งนี้เเล้ว 1 ครั้งก่อนจะจบด้วยความพ่ายแพ้ 0-1 ในเกมนั้น ซีดาน ใช้ กาเซมิโร่ เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางโดยขึ้นมาทำหน้าที่แทน อิสโก้ หรือ ฮาเมส โรดริเกซ ซึ่งหลังจากเกมนั้น มาดริด ก็ค้วาแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ไม้แพ้ใครในลีกอีกเลย

 

Atletico Madrid 0-3 Real Madrid

การเจอกันหนนี้ ซีดาน มีการขยับตำแหน่งของนักเตะเล็กน้อย พวกเขาไม่มี คาริม เบนเซม่า และ โทนี่ โครส พร้อมทิ้งระบบการเล่นเก่าอย่าง 4-3-3 ปรับมาเล่นในระบบ 4-4-1 ซึ่งให้ อิสโก้ ทำหน้าที่ยืนอยู่หลัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ แกเร็ธ เบล ขณะที่ ลูคัส บาซเกซ ก็หุบเข้ามาช่วยงาน ลูก้า โมดริช และ มาเตโอ โควาซิช ทั้งหมดนี้ไม่ได้แค่ทำให้ มาดริด คว้าชัยชนะ 3-0 เท่านั้น พวกเขาจะได้แท็คติกใหม่เพิ่มเติมเพราะการไร้ BBC  ในเเดนหน้าเกมนี้เห็นได้ชัดว่าเกมมีมาดริดเป็นทีมที่พละกำลังสูงมากกว่าเดิม

ขโมยแท็คติกจากเพื่อนบ้าน

แอตฯ มาดริด คือทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดใน ลา ลีก้า ฤดูกาลที่ผ่านมา (18 ประตู) พวกเขามีเกมรับที่เหนียวแน่นที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมหนึ่ง ความพ่ายแพ้หนสุดท้ายใน บิเซนเต้ กัลเดร่อน เกิดขึ้นในเดือนกันยายนปี 2015 และสนามแห่งนี้นี่เองที่พวกเขาสามารถเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ได้ 1-0 ใน 2 เดือนก่อน ขณะที่สภาพมาดริดในเกมนี้จะขาดทั้ง เบนเซม่า , โทนี่ โครส , กาเซมิโร่ , เปเป้ และ เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีม

แท็คติกบางส่วนของ ซีดาน ดูจะมีคอนเซ็ปคล้ายๆกับของ ซิเมโอเน่ เพราะจากที่เคยเล่น 4-3-3 ระบบถนัดด้วยการวาง 3 กองหน้าคอยปั่นป่วนและมิดฟิลด์ 2 คนยืนปักหลักอยู่หน้ากองหลัง ในเกมนี้ มาดริด กับมีความสุขจากการแพ็คเกมให้เเน่นในเเดนตัวเองและปล่อยให้ แอตฯ มาดริด เล่นเพรสซิ่งได้อย่างเต็มที่

กุญแจสำคัญในเกมนี้คือการเล่นของ เบล และ บาซเกซ  ที่มีความขยันสูงมากไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมรุกหรือถอนลงมาช่วย มาร์เซโล่ และ ดานี่ กาบาฆัล เล่นเกมรับรวมถึงการรับมือกับ ฆวนฟราน และ เฟลิปเป้ ลุยส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นของ บาซเกซ ที่สามารถเปลี่ยนจังหวะเกมได้อันตรายเสมอ

ลูคัส บาซเกซ ผู้เติมเต็ม

การสร้างสรรค์เกมในพื้นที่แนวรับของ แอตฯ มาดริด เป็นหน้าที่หลักของ โรนัลโด้ และ อิสโก้ ขณะที่ อิสโก้ เองก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการหาช่องว่างในแผงมิดฟิลด์นอกจากนี้ยังครอบครองบอลได้อย่างเหนียวแน่น นั่นทำให้ โรนัลโด้ สามารถเก็บพลังงานไว้ใช้เพื่อคอยป่วนทางฝั่งซ้ายอย่างเต็มที่ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ มาร์เซโล่ ทิ้งบอลตามที่ว่างสวยๆให้เขาเข้าไปดวลกับ สเตฟาน ซาวิช ในหลายๆครั้ง และนี่เป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้ แอตฯ มาดริด เจอกับเกมที่ยากลำบาก

สิ่งเหล่านี้ทำให้ทีมของ ซีดาน ทะยานไปข้างหน้าได้อย่างลงตัว การผ่านบอลพวกเขาเป็นจุดเริ่มต้นของจุดโทษที่ โรนัลโด้ ยิงเข้าไป ขณะที่ลูกจุดโทษซึ่งเป็นประตูที่สองก็เกิดจากจังหวะที่แทบจะไม่มีอะไรก่อนที่ วาราน จะโหม่งให้ โรนัลโด้ หลุดเข้าไปโดน ซาวิช พุ่งเสียบสกัด นอกจากนี้ในเกมรับที่หลายฝ่ายเคยมองว่า มาดริด ชุดนี้เล่นเกมรับไม่เป็นทว่าพวกเขาก็จับตาย อองตวน กรีซมัน จนทำได้แค่เพียงการส่งบอลกลับหลังเท่านั้น

นั่นหมายความว่า แอตเลติโก มีโอกาสได้ยิงแค่ไม่กี่จังหวะเท่านั้น จนกระทั่ง โรนัลโด้ ยิงแฮตทริกได้ ยานิค การ์ราสโก้ มีโอกาสยิง 2 ครั้ง ขณะที่ กรีซมันน์ ก็มีโอกาสยิงจากนอกกรอบเพียงครั้งเดียวเท่านั้น นั่นจึงเป็นเรื่องที่เลียงไม่ได้ที่จะทำให้ ซิเมโอเน่ ต้องการความสร้างสรรค์มากกว่านี้จนต้องส่ง เควิน กาเมโร่ และ อังเคล คอเรีย ซึ่งเขาก็ยิงเข้ากรอบได้อีกไม่กี่ครั้งเท่านั้น

รูปเเบบของ BBC

พิจารณาจากแท็คติกที่นำมาสู่ชัยชนะเกมนี้ มีสิ่งหนึ่งที่ ซีดาน เลือกมาใช้สำหรับระบบการเล่นนี้ กุนซือชาวฝรั่งเศสบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยระหว่างการเล่นแบบ 4-4-1-1 หรือ 4-4-2 ซึ่งเป็นนะบบที่ทำให้มีผู้เล่นที่เข้ามาช่วยวิ่งไล่บอลมากขึ้นทดแทนส่วนของ โรนัลโด้ , เบล และกองหน้าอีก 1 คนจากระบบ 4-3-3 ซึ่งมีการยืนยันด้วยสถิติก่อนเกมนี้เเล้วว่าการส่งสามประสาน BBC ลงเล่นในเกมเยือนเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาไม่ค่อยได้รับผลการเเข่งขันที่ดีนักในการเล่นเป็นทีมเยือน

นับตั้งแต่ ซีดาน เข้ามาคุมทีมในเดือน มกราคม มาดริด เสียประตูมากกว่า 2 ประตูในการเล่นเป็นเกมเยือนถึง 5 นัด และในจำนวนนั้นมีถึง 4 เกมที่ เบล  และ โรนัลโด้ ออกสตาร์ทร่วมกับกองหน้าอีก 1 คนไม่ว่าจะเป็น เบนเซม่า หรือ โมราต้า พวกเขาแพ้ โวล์ฟสบวร์ก 0-2 , เสมอ ลาส พัลมาส 2-2 , เสมอ ดอร์ทมุนด์ 2-2 และ เสมอ เลเกีย วอซอว์ 3-3 ยกเว้นเกมที่ชนะ ราโย บาเยกาโน่ 3-2 ที่กองหน้าคนที่ 3 นอกจาก โรนัลโด้ และ เบล คือ เฆเซ่ โรดริเกซ ที่ทำหน้าที่เป็นยิ่งกว่ากองหน้านั่นคือการลงมาช่วยลดช่องโหว่ระหว่างเเดนกลางถึงแดนหน้านั่นเอง

Lucas Vazquez

ตรงกันข้ามกับการเล่นเป็นเกมเยือนที่ไม่มี BBC ลงพร้อมกันอย่างพร้อมหน้าในฤดูกาลนี้ เริ่มจากเกมกับ เรอัล โซเซียดัด ที่ เบล , โมราต้า และ มาร์โก อเซนซิโอ้ ลงเป็นสามผสานก่อนจะชนะไป 2-0 ขณะที่เกมกับ เอสปันญ่อล ก็เป็นการชนะด้วยสกอร์เดียวกันทว่า 3 ผสานในเกมนั้นคือ อเซนซิโอ , เบนเซม่า และ บาซเกซ ก่อนทีมเกมล่าสุดที่ บิเซนเต้ กัลเดร่อน จะเป็น โรนัลโด้ , เบล และ บาซเกซ นอกจากนี้ในเกมที่เสมอกับ แมนฯ ซิตี้ 0-0 ที่เอติฮัดเมื่อเดือนเมษายนก็ยังเป็น บาซเกซ ที่ได้ลงสนาม

 

เคล็ดลับจาก อันเชลอตติ

มาดริด ในยุคของ อันเชลอตติ เคยคว้าชัย 22 เกมติดต่อกันมาเเล้วในช่วงครึ่งหลังของปี 2014 และระบบการเล่นส่วนใหญ่ก็เป็นแผน 4-4-2 ที่ให้ โรนัลโด้ เล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวต่ำ เช่นเดียวกับเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาที่มีนักเตะ 2 คนทำหน้าที่ไล่บอลในแผงมิดฟิลด์ 4 ตัว ซึ่ง อันเชลอตติ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงระบบการเล่นนี้ว่า "4-4-2 คือระบบที่เล่นเกมรับได้ดีที่สุด"

นั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้ ซีดาน นำมาคิดละพิจารณาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่โปรเเกรมชุกชุมไม่ว่าจะเป็นเกมทีมชาติหรือเกมบอลถ้วยในเดือนธันวาคามที่มาดริดจะต้องออกไปเยือน สปอร์ติ้ง ลิสบอน ที่ โปรตุเกส หลังจากนั้นต้องเยือนทั้ง บาร์เซโลน่า , บาเลนเซีย , เซบีญ่า และ เซลต้า ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเกมทดสอบแนวรับของพวกเขาทั้งนั้น และถ้าหาก ซีดาน ได้ผลการเเข่งขันที่ยอดเยี่ยมที่ บิเซนเต้ กัลเดร่อน แบบนี้ ไม่แน่ว่าเขาเองก็อาจจะเตรียมแผนการเล่นคล้ายๆกันเพื่อรองรับสัปดาห์มหาโหดที่จะเกิดขึ้นก็เป็นได้