Stories

ครั้งหนึ่งในชีวิต : 13 นักเตะที่คุณอาจไม่เชื่อว่าเคยได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีกนัดชิง

Ryan Bertrand 2012 Champions League final

แชมเปี้ยนส์ลีกถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ไม่ว่าจะเป็นนักเตะคนไหนก็อยากมีโอกาสได้สัมผัสสักครั้ง แต่หลายคนอาจไม่เชื่อว่า นักเตะเหล่านี้จะเคยมีโอกาสได้ลงเล่นในนัดชิงดำ ที่สำคัญบางคนยังคว้าแชมป์ได้อีกต่างหาก

We are part of The Trust Project What is it?

ฌิมี่ ตราโอเร่ , ลิเวอร์พูล (2005)

Djimi Traore

ผลงานสุดยอดในการคุมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ คืออะไร? ไม่ใช่การนำ บาเลนเซีย คว้าแชมป์ลาลีกา 2 สมัย หรือแม้กระทั่งพา นิวคาสเซิล อยู่รอดในลีกสูงสุดทั้งๆ ที่ไม่มีงบเสริมทัพหรอก เพราะผลงานเพชรยอดมงกุฎนั้น คือการนำ ลิเวอร์พูล คว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2005 โดยมีสุดยอดนักเตะอย่าง ฌิมี่ ตราโอเร่ อยู่ในทีมต่างหาก

กองหลังชาวมาลีลงสนามกับทีมหงส์แดงมากถึง 42 นัดในฤดูกาลดังกล่าว (รวมถึงเกมสร้างชื่อกับท่า “ซีดานเทิร์น” ที่ส่งลิเวอร์พูลตกรอบเอฟเอคัพแบบหน้าตาเฉยด้วย) นัดชิงที่อิสตันบูลคราวนั้นเจ้าตัวได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเคียงข้าง สตีฟ ฟินแนน, เจมี่ คาร์ราเกอร์ กับ ซามี่ ฮูเปีย ก่อนทำผลงานงามหน้าอีกครั้งจน เอซี มิลาน นำห่าง 3-0 ในครึ่งแรกและเกือบถูกถอดออก ทว่าอาการบาดเจ็บของฟินแนนทำให้เจ้าตัวต้องเล่นต่อจนจบเกม เดชะบุญที่เขากลับมาได้สำเร็จ กลายเป็นเรื่องที่เอาไปเล่าได้ถึงรุ่นหลานว่า ถึงจะเป็นตัวเรียกเสียงฮา แต่ข้าก็มีเหรียญแชมป์ยุโรปนะ

คาร์ลอส อัลแบร์โต้ , ปอร์โต้ (2004)

Carlos Alberto

โชเซ่ มูรินโญ่ ส่งเขาแจ้งเกิดในฤดูกาล 2003/04 ซึ่ง ปอร์โต้ ช็อกโลกด้วยการเป็นทีมรองบ่อนทีมล่าสุดที่คว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก และแน่นอนว่าเกมแห่งความทรงจำบนเส้นทางสู่แชมป์ คือรอบ 16 ทีม ที่พวกเขาน็อก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกรอบ

แม้กองหน้าทีมชาติแอฟริกาใต้อย่าง เบนนี่ แม็คคาร์ธี่ จะเป็นกำลังสำคัญที่พาทีมมาถึงรอบชิง แต่ในเกมสำคัญที่เกลเซ่นเคียร์เช่น กลับเป็น คาร์ลอส อัลแบร์โต้ ที่ได้ลงสนาม ซึ่งเขาสามารถยิงประตูเบิกร่องสู่ชัยชนะ 3-0 เหนือ โมนาโก ได้อีกด้วย ทว่าหลายคนอาจหลงลืมชื่อไปบ้าง เพราะตัวรุกจอมพเนจรรายนี้ลงสนามให้ ปอร์โต้ เพียง 34 นัดรวมทุกรายการเท่านั้น

นอร์ดิน วูเตอร์ , อาหยักซ์ (1996)

Nordin Wooter

แฟนบอล วัตฟอร์ด เก็บความตื่นเต้นไม่อยู่เมื่อรู้ว่าเจ้าแตนอาละวาดทุบสถิติสโมสรคว้าตัวปีกผู้มีประสบการณ์ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกมาร่วมทีมในปี 1999 ด้วยค่าตัว 950,000 ปอนด์ แต่ 3 ฤดูกาลในถิ่นวิคาเรจ โร้ด กลับเต็มไปด้วยความผิดหวัง ลงสนาม 63 นัดยิงได้เพียง 3 ประตูเท่านั้น ก่อนย้ายออกไปอย่างเงียบเชียบ

หลังจากนั้นวูเตอร์ก็กลายเป็นแข้งพเนจรร่อนเร่ไปทั่วยุโรป จนหลายคนลืมไปแล้วว่า นี่คืออดีตดาวรุ่งเลือดดัตช์ที่ทำให้โลกลูกหนังสั่นไหวช่วงกลางยุค 90 แถมยังเคยได้เล่นเกมแชมเปี้ยนส์ลีกนัดชิงปี 1996 ทว่าน่าเสียดายที่ อาหยักซ์ ของเขาพ่าย ยูเวนตุส ในการดวลจุดโทษ

มาริโอ เลมิน่า , ยูเวนตุส (2017)

Mario Lemina

กราฟชีวิตของดาวเตะทีมชาติกาบองผู้เคยมาเล่นศึกคิงส์คัพที่เมืองไทยรายนี้ช่างพลิกผัน เพราะฤดูกาลนี้เขาต้องมาหนีตกชั้นสุดชีวิตกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ทั้งๆ ที่ไม่กี่เดือนก่อนหน้า ยังมีบทบาทบนเส้นทางสู่รอบชิงแชมเปี้ยนส์ลีกกับ ยูเวนตุส อยู่เลย

เลมิน่าได้ลงสนามเกมนัดชิงเมื่อปี 2017 ในฐานะตัวสำรองช่วง 12 นาทีสุดท้าย ทว่าดูจะสายไปสำหรับการพลิกสถานการณ์ เมื่อ เรอัล มาดริด คุมเกมได้เบ็ดเสร็จก่อนชนะไป 3-1

ฟาบิโอ ดา ซิลวา , แมนฯ ยูไนเต็ด (2011)

Fabio da Silva

แฝดพี่อย่าง ราฟาเอล มีช่วงเวลาการค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดที่น่าจดจำกว่า กับการลงเล่น 169 เกมให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากกว่าแฝดน้องถึง 113 นัด ทว่ากลับพลาดลงสนามเกมนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2011 จากอาการบาดเจ็บ ทำให้ ฟาบิโอ มีโอกาสได้ลงสนามในเกมสำคัญ

ทว่าในวันนั้น เจ้าตัวต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากับตัวรุกสุดอันตรายของ บาร์เซโลน่า ทั้ง ลิโอเนล เมสซี่, เปโดร และ ดาบิด บีย่า ซึ่งสุดท้ายทีมปีศาจแดงก็เอาไม่อยู่ โดนบาร์ซ่าสอนบอลพ่ายในการเจอกันรอบชิงชนะเลิศ 2 ครั้งซ้อน

ไรอัน เบอร์ทรานด์ , เชลซี (2012)

Ryan Bertrand

ปัญหาเด็กปั้นของ เชลซี ที่มีน้อยเหลือแสนได้รับการกล่าวถึงมานานแสนนาน ทว่าหลายคนกลับลืมชื่อของ ไรอัน เบอร์ทรานด์ ไป ทั้งๆ ที่เขาย้ายจาก จิลลิ่งแฮม มาอยู่กับทีมสิงโตน้ำเงินครามตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี แถมยังได้เป็นส่วนหนึ่งในค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรในปี 2012 อีกต่างหาก

กัปตันทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ในปัจจุบันลงสนามเกมดังกล่าวด้วยการถูกดันไปเล่นเป็นปีกซ้าย เพื่อให้ แอชลี่ย์ โคล นักเตะรุ่นพี่ได้ลงสนามตำแหน่งแบ็กซ้ายที่ถนัด โดยงานของเขาคือการทำให้ อาร์เยน ร็อบเบน ตัวแสบ บาเยิร์น มิวนิค เล่นไม่ถนัด และที่สุดแล้วมันได้ผล เมื่อ เชลซี ชนะไปในการดวลจุดโทษคาอัลลิอันซ์ อารีน่า ของทีมเสือใต้

กาเอล ชิเว่ต์ และ เซบาสเตียน สกิลลาชี่ , โมนาโก (2004)

Gael Givet, Sebastien Squillaci

แฟนบอลพรีเมียร์ลีกอาจจะจำผลงานของสองคนนี้ได้จากตอนที่ ชิเว่ต์ เล่นให้ แบล็กเบิร์น และ สกิลลาชี่ ลงให้ อาร์เซน่อล ซึ่งมีทั้งช่วงดีบ้างแย่บ้างตามประสา แต่ก่อนถึงตอนนั้น พวกเขาเคยเป็นภูผาหินให้กับทาง โมนาโก มาก่อน

เกมดังกล่าวชิเว่ต์ได้ลงสนามเป็นตัวจริง ก่อนแปะมือให้สกิลลาชี่มาเล่นแทนนาที 72 ซึ่งพวกเขาต้านทาน ปอร์โต้ ไว้ไม่อยู่ พ่ายไป 0-3 พลาดโอกาสครองเจ้ายุโรปสมัยแรกแบบเจ็บช้ำ