Analysis

ครั้งหนึ่งในอดีต! ‘ยูรอฟสกี้’ เผยเหตุชวดเซ็นเลเวอร์คูเซ่นแทน ‘โทนี่ โครส’

เพลเมคเกอร์อัจฉริยะ เผยกับโฟร์โฟร์ทู ถึงเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ทำให้เขาเกือบได้ย้ายไปเล่นกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และแวร์เดอร์ เบรเมน แต่ดีลล่มเพราะการเจรจาระหว่างต้นสังกัดของเขากับ 2 ทีมยักษ์ใหญ่เยอรมันไม่ลงตัว

We are part of The Trust Project What is it?

มาริโอ ยูรอฟสกี้ กองกลางของแบงค็อก ยูไนเต็ด เล่าถึงเรื่องราวครั้งหนึ่งที่โดนสองทีมยักษ์ใหญ่ของบุนเดสลีก้า เยอรมัน ทั้ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และแวร์เดอร์ เบรเมน สนใจดึงตัวเขาไปร่วมทีมสมัยระเบิดฟอร์มร้อนแรงกับวอจโวดิน่า ทีมดังในเซอร์เบีย แต่ดีลต้องล่มลงเพราะการเจรจาไม่บรรลุผล โดยเขาต้องย้ายไปอยู่กับ เมตาเลร์ค โดเนตส์ค ที่ยูเครน แทน ก่อนไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ และย้ายมาเมืองไทยเมื่อปี 2012 ก่อนสถาปนากลายเป็นหนึ่งในนักเตะต่างชาติที่ดีที่สุดของไทยลีก

มาริโอ ย้ายไปอยู่กับ วอจโวดิน่า ตั้งแต่ปี 2007 ถึง 2010 ยิงได้ถึง 10 ประตูจาก 57 นัดที่ลงสนาม โดยฟอร์มของเขาไปเข้าตาไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่ขณะนั้นเพิ่งปล่อยตัว โทนี่ โครส กลับคืนให้ต้นสังกัดแม่อย่าง บาเยิร์น มิวนิค ตอนปี 2010 พอดิบพอดี รวมถึงเบรเมนก็ให้ความสนใจ

“โห ถ้าพูดเรื่องนี้มันต้องเล่ายาว” มาริโอ เริ่มเท้าความถึงเรื่องราวครั้งนั้นกับโฟร์โฟร์ทู พร้อมกับเสียงหัวเราะ ตั้งแต่ปี 2016

“คืองี้ถ้าจะให้อธิบายก็คือที่ยุโรป ฟุตบอลมันคือธุรกิจขนาดใหญ่ มันไม่ใช่เพราะผมไม่อยากไป แต่ผมเลือกไม่ได้เสียหน่อย ประธานสโมสรคือผู้ตัดสินใจว่าจะให้ไปไหน และกำหนดค่าตัวต่างๆนานาๆ และมันอาจจะสูงเกินไปสำหรับพวกเขา และผมก็โชคร้ายที่ไม่ได้ย้ายไปที่นั้น แต่มันก็น่าประทับใจที่ 2 สโมสรยักษ์ใหญ่ขนาดนั้นให้ความสนใจ ตอนนั้นผมโดดเด่นมากๆ เลยแหละ เล่นในสโมสรที่ดี และช่วงนั้นแมวมองมากมาย มุ่งหน้ามายังเซอร์เบีย เพื่อคว้าหานักเตะอายุน้อยๆ เพราะช่วงนั้นเรามีนักเตะดีๆเยอะมาก แต่ก็เอาน่า ผมก็แค่โชคร้ายที่ไม่ได้ย้ายไป มันไม่ใช่แค่ เลเวอร์คูเซ่น หรือแวร์เดอร์ เบรเมน มันมีทีมที่เล็กกว่านั้นด้วยที่สนใจ ซึ่งมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผม มันขึ้นอยู่กับกลไกตลาด การเจรจาต่อรอง และค่าตัว มันเป็นเรื่องที่ยาวนานมาแล้ว ผมไม่ได้สนใจมันอีก มันแบบ… เป็นเรื่องที่นานมาแล้วน่ะ”

“ชีวิตมันแบบนี้แหละ… บางทีถ้าผมอยู่ยุโรปต่อไปผมอาจจะประสบความสำเร็จก็ได้ แต่มันอาจเป็นเรื่องของโชคชะตา บางคนต้องอยู่ยุโรปต่อไป บางคนถูกกำหนดให้ออกไปหาความท้าทายและหาความสุขที่อื่น"

“ชีวิตมันแบบนี้แหละ… บางทีถ้าผมอยู่ยุโรปต่อไปผมอาจจะประสบความสำเร็จก็ได้ แต่มันอาจเป็นเรื่องของโชคชะตา บางคนต้องอยู่ยุโรปต่อไป บางคนถูกกำหนดให้ออกไปหาความท้าทายและหาความสุขที่อื่น ซึ่งช่วงเวลากับ เมตาเลร์ค โดเนตส์ค ที่ยูเครน ระหว่างปี 2010 - 2011 ผมไม่ค่อยได้มีโอกาสลงสนามเท่าไหร่ (ตามสถิติ ยูรอฟสกี้ ลงแค่ 7 เกมเท่านั้นตลอด 2 ฤดูกาล) และผมก็ได้ข้อเสนอจากที่เมืองไทย"

“เอาตรงๆ คือก่อนหน้านี้ผมไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับฟุตบอลไทย แน่นอนล่ะ คนยุโรป” โดยเฉพาะนักฟุตบอลเราไม่ค่อยรู้จักฟุตบอลในแถบนี้กัน… กับเมืองทองฯ ผมรู้แค่ว่า ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เคยมาค้าแข้งที่นี่ และผมก็มีโอกาสได้พูดคุยกับ มิลอส โยซิช เราเจอกันที่กรุงเบลเกรด เขาเคยเป็นผู้ช่วยของ ฟาวเลอร์ และเขาก็เล่นเรื่องราวเกี่ยวกับสโมสรให้ผมฟัง 2-3 วันก่อนที่ผมเดินทางมาที่เมืองไทย แต่มันไม่ใช่ปัญหา คุณดูอย่าง ริยาด มาห์เรซ ซิ ตอนก่อนเขาย้ายไปเลสเตอร์ ซิตี้ เขาก็คิดว่าเป็นทีมรักบี้เหมือนกัน ชีวิตมันก็แบบนี้” มาริโอ ทิ้งท้าย

สำหรับ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ย้ายมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่ปี 2012 ถึง 2015 โดยยิงไปถึง 76 ประตู และ 48 แอสซิสต์ ให้กับกิเลนผยอง ก่อนย้ายไปเป็นตัวหลักของแบงค็อก ยูไนเต็ด จนถึงปัจจุบัน

เตรียมติดตามพบกับนักฟุตบอลต่างชาติที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอาเซียนจากการจัดอันดับของโฟร์โฟร์ทู เอเชีย ได้เร็วๆ นี้