ครูดีมีชัย : 3 กองหลังที่อาจพัฒนาจนปลุกวิญญาณสิงห์ให้ทีมชาติอังกฤษได้

การเข้ามาเขย่าลีกผู้ดีของ เป็ป , โจเซ่ และ เจอร์เก้น จะสามารถยกระดับของสามแนวรับของทีมชาติอังกฤษได้หรือไม่ ? 

พลพรรคทรีไลอ้อนส์ ได้รับคำยกย่องพอสมควรสำหรับนักเตะในแนวรุกที่พวกเขามีเมื่อครั้งที่มีการเตรียมทีมในศึกยูโร 2016 ... แต่แนวรับของพวกเขายังคงมีข้อบกพร่องมากมายและสิ่งนี้เปรียบดั่งจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวของพวกเขาเเบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเเข่งขันจริงแข้งสิงโตคำรามภายใต้การคุมทีมของกุนซือ รอย ฮอดจ์สัน กลับมีปัญหาในทุกๆตำแหน่งจนสร้างความน่าอับอายวายป่วงด้วยการพ่ายตอไอซ์แลดน์ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

หน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ของอังกฤษเริ่มเปิดเผยให้เห็นถึงความกังวัลมากขึ้นเรื่อยๆสำหรับตำแหน่งกองหลังของพวกเขาหลังจากหมดยุคของ แอชลี่ย์ โคล ,แกรี่ เนวิลล์ , ริโอ เฟอร์ดินานด์ , โซล แคมป์เบลล์ และ จอห์น เทอร์รี่ เป็นต้นมาทุกๆตำแหน่งของยอดขุนพลเหล่านี้ไม่อาจมีใครที่ก้าวขึ้นมาทดแทนได้สำเร็จเลยแม้แต่คนเดียว

แล้วมีโอกาสไหมที่ 3 กุนซือผู้นำเทรนด์แห่งโลกฟุตบอลในยุคนี้จะช่วยฟื้นฟูแนวรับของทีมสิงโตคำรามได้ ? และจากนี้ไปเราจะมาวิเคราะห์ถึง 3 นักเตะที่มีโอกาสจะพัฒนาจนเบ่งบานเจิดจรัสภายใต้ 3 กุนซือระดับโลกจะไปได้สุดทางแค่ไหน? และเรื่องนี้คงทำให้แซม อัลลาร์ไดซ์ ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษมีความสุขฉีกยิ้มจนเห็นฟันทั้ง 32 ซี่อย่างแน่นอน

1. นาธาเนียล ไคลน์ (ลูกศิษย์เจอร์เก้น คล็อปป์)

ไคลน์ พัฒนาก้าวมาเป็นหนึ่งในแบ็คขวาที่ดีที่สุดในประเทศได้ในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ที่สุดแล้วเขาก็เสียตำแหน่งให้กับ ไคล์ วอล์คเกอร์ ในทัวร์นาเม้นยูโร 2016 แต่นี่ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องก็เป็นได้เพราะฟูลแบ็คจากสเปอร์สก็มีฤดูกาลยอดเยี่ยมเช่นกัน เขามีส่วนร่วมกับการทำให้ไก่เดือยทองเสียประตูน้อยที่สุดในลีกในฤดูกาลที่ผ่านมานอกจากนี้เขายังทำได้อีก 1 ประตูและจัดไปอีก 3 แอสซิสต์ ขณะที่ไคลน์นั้นทำไป 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ให้กับลิเวอร์พูล

ไคลน์ ได้เล่นเกมบุกมาขึ้นกว่าเดิม ในฤดกาลนี้เขาได้แอสซิสต์ไปแล้ว 1 ลูกจากการวิ่งผ่าน นาโช มอนเรอัล และครอสบอลให้ เฟลิปเป้ คูตินโญ่ ยิงประตูเข้าไป

ตลอด 3 ฤดูกาลในพรีเมียร์ลีกก่อนที่จะไคลน์จะได้ทำงานร่วมกับคล็อปป์นั้นเขาทำไปทั้งหมด 3 ประตูและ 9 แอสซิสต์ นี่อาจจะเป็นจำนวนน้อยจนทำให้คุณต้องเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย แต่การมาถึงของ เจอร์เก้น ก็มีแนวโน้มที่จะทำให้เขาเป็นนักเตะทีดีกว่าเดิมได้

ที่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คล็อปป์ เริ่มปลุกปั้นฟูลแบ็คอันดับต้นๆของยุโรปขึ้นมาหนึ่งคนและนั่นคือ ลูคัสซ์ พิสซ์เช็ก นักเตะที่ลงเล่นในฤดูกาล 2011/12 ลากยาวจนถึงฤดูกาล 2013/14 และกดไปถึง 9 ประตูกับอีก 18 แอสซิสต์ในบุนเดสลีกา ซึ่งต้องขอบคุณสไตล์การเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของคล็อปป์เป็นอย่างมากเลยทีเดียว ... ในกรณีคล้ายๆกันไคลน์อาจจะได้รับประโยชน์จากแท็คติกการเล่นของคล็อปป์ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมตำแหน่งชาวโปแลนด์ก็เป็นได้

เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส กุนซือคนเก่านั้นชื่นชอบในการเล่นเกมเพรสซิ่ง แต่สิ่งสำคัญสำหรับแท็คติกในตอนแรกของเขาที่ต้องการจะให้ลิเวอร์พูลใช้คือการเล่นในสไตล์ที่คล้ายกับอาร์เซน่อล ในรูปแบบของทีมที่เน้นการเซ็ตบอลทำให้สิ่งนี้ส่งผลต่อการเล่นของไคลน์ คุณจะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นหากดูจากการเปรียบเทียบสถิติของไคล์ในสองเกมหลังสุดที่ลิเวอร์พูลเล่นเกมเยือนกับอาร์เซน่อลที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

Nathaniel Clyne

ไคลน์ผ่านบอลเข้าพื้นที่สุดท้ายมากกว่ายุคร็อดเจอร์สอย่างเห็นได้ชัด

ในฤดูกาลที่เเล้วผลการเเข่งขันจบลงด้วยการเสมอกัน 0-0 ภายใต้การทำทีมของบีอาร์ ... ไคลน์ โดนจำกัดการเล่นและถูกให้ลดบทบาทการลุยขึ้นหน้าให้น้อยลง แบ็คขวารายนี้ผ่านบอลทั้งหมด 17 ครั้งและมีเพียง 7 ครั้งเท่านั้นที่เกิดขึ้นในพื้นที่การเข้าทำสุดท้ายของอาร์เซน่อล และที่สำคัญคือเขาไม่ได้เลี้ยงบอลผ่านนักเตะอาร์เซน่อลแม้แต่ครั้งเดียวเลยสำหรับการดวลหนึ่งต่อหนึ่ง ถัดจากนั้นอีก 12 เดือนให้หลังในเกมวันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่จบลงด้วยชัยชนะอย่างระทึกขวัญ 4-3 ของหงส์เเดงภายใต้การคุมทีมของคล็อปป์ ไคลน์ผ่านบอลทั้งหมด 34 ครั้งและเป็นการผ่านบอลในพื้นที่สุดท้ายถึง 12 ครั้งเลยทีเดียว

อดีตแบ็คขวาของเซาธ์แฮมป์ตันชนะในการเลี้ยงผ่าน 2 ครั้งและผ่านบอลยาวอีก 4 ครั้งซึ่งหากเทียบกับสถิติเดิม 0 ครั้งในยุคของร็อดเจอร์สจะพบได้ว่า ไคลน์ ได้เล่นเกมบุกมาขึ้นกว่าเดิม ในฤดกาลนี้เขาได้แอสซิสต์ไปแล้ว 1 ลูกจากการวิ่งผ่าน นาโช มอนเรอัล และครอสบอลให้ เฟลิปเป้ คูตินโญ่ ยิงประตูเข้าไป อีกทั้งการจ่ายบอลของเขาก็สำเร็จทั้ง 100% ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายกลับหลังหรือจ่ายออกข้างก็ตาม

Nathaniel Clyne against Arsenal

ไคลน์เล่นได้อย่างมุ่งมั่นในเกมที่พบอาร์เซนอล

หากคล็อปป์ยังคงเลือกใช้บริการไคลน์อย่างต่อเนื่องนั่นอาจได้เห็นแบ็คขวารายนี้มีพัฒนาการในการเล่นเกมรุกพื้นที่สุดท้ายได้ดีขึ้น และเขาจะกลับมาทวงตำแหน่งแบ็คขวาตัวจริงของทีมชาติอังกฤษอย่างแน่นอน

2. จอห์น สโตนส์ (ลูกศิษย์เป็ป กวาร์ดิโล่า)

อย่างที่ทุกท่านรู้กันดีว่าเป็นกุนซือที่เด็ดขาดและมั่นคงในแนวทางของตัวเองเป็นอย่างมาก เขาได้เรียนรู้จากชายผู้เป็นส่วนหนึ่งในการคิดค้นแท็คติดนี้ขึ้นมานั่นคือ โยฮัน ครัฟฟ์ เขานำแท็คติกของครัฟฟ์มาประยุกต์ใช้จนทำให้เกิดปรัชญาฟุตบอลของตัวเขาเอง

สโตนส์อาจจะยังไม่เปร่งรัศมีออกมาอย่างชัดเจนแต่ทว่าเขาก็มีอายุแค่ 22 ปีเท่านั้น เขาอาจจะต้องมีคู่ขาที่เล่นได้อย่างดุดันและแข็งแกร่งเช่น ยาป สตัม และขณะเดียวกันทีมของกวาร์ดิโอล่าก็ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของการเล่นเกมบุกของพวกเขามาโดยตลอด

จอห์น สโตนส์คือกองหลังที่ถูกขนานนามว่าเล่นเกมรุกและหาโอกาสเติมขึ้นสูงได้ดีที่สุดในอังกฤษนับตั้งแต่หมดยุคของ บ็อบบี้ มัวร์ ตำนานเซ็นเตอร์ฮาล์ฟชุดแชมป์โลกปี 1966 จริงอยู่ที่สโตนส์อาจจะยังไม่เปร่งรัศมีออกมาอย่างชัดเจนแต่ทว่าเขาก็มีอายุแค่ 22 ปีเท่านั้น เขาอาจจะต้องมีคู่ขาที่เล่นได้อย่างดุดันและแข็งแกร่งเช่น ยาป สตัม และขณะเดียวกันทีมของกวาร์ดิโอล่าก็ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของการเล่นเกมบุกของพวกเขามาโดยตลอด

3 ซีซั่นของสโตนส์ในพรีเมียร์ลีกกับเอฟเวอร์ตันพวกเขาเสียประตูทั้งหมด 144 ลูกในลีก ขณะที่ ซิตี้ เสียไป 116 แต่ 3 ฤดูกาลของเป็ปกับบาเยิร์นนั้นทีมของเขาเสียประตูไปเพียง 58 ลูกเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีสถิติเกมรับอันยอดเยี่ยมยิ่งกว่านี้อีกเมื่อการคุมทีมปีที่ 4 ของเขากับ บาร์เซโลน่า ทีมดังจากแคว้นคาตาลันกลายเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดในลา ลีก้าเลยทีเดียว

แล้วเป็บจะทำมันกับสโตนส์ได้ไหม ? มาร์ติ เปราร์นัว นักเขียนที่เคยเขียนเรื่องราวของเป็ปเคยเขียนถึงยอดโค้ชรายนี้ไว้ว่า " เป็ปได้สร้างปรัชญาฟุตบอลของเขาขึ้นมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะเเล้ว ก่อนจะนำมันมาใช้และประสบความสำเร็จในฐานะโค้ช ... การใช้สปีดบอลที่มีความเร็วสูง และบอกให้รู้ว่านี่คือบอลบุกขนานแท้ ! และยืนยันวลีที่ว่าการเล่นเกมรุกคือเกมรับที่ดีที่สุด นอกจากนี้สไตล์ของเป็ปยังอยู่ที่การผ่านบอลที่มีประสิทธิภาพ การครองบอล และเลี่ยงการเข้าปะทะให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"

เป็ป ไม่ได้ต้องการเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ลอกสไตล์มาจาก จอห์น เทอร์รี่ เขากำลังมองหาทีมที่สามารถครองบอลได้ และจากสถิติในเกมแรกกับซันเดอร์แลนด์ได้บอกเราว่าอดีตดาวเตะของเอฟเวอร์ตันมีการสกัดบอลอันตรายเพียง 2 ครั้งเท่านั้น เขาตัดบอลได้อีก 1 ครั้ง และไม่มีการเข้าแท็คเกิ้ลใส่ลูกทีมของเดวิด มอยส์เลย แต่ทว่าในเกมดังกล่าวซิตี้ก็ครองบอลได้ถึง 77% และนี่คือสถิติการครองบอลที่สูงที่สุดในเกมเปิดสนามพรีเมียร์ลีกทุกคู่!

John Stones

และหากเราลองเปรียบเทียบกับสโตนส์ในเกมเปิดฤดูกาลของพรีเมียร์ลีกซีซั่นที่แล้ว(2015) ภายใต้การเน้นเกมรับของโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ สโตนส์เข้าสกัดบอลได้ 5 ครั้ง เข้าปะทะ 4 ครั้ง และตัดบอลอีก 4 ครั้ง แต่ผลลับที่ออกมากลับเป็นการเสมอกับวัตฟอร์ด 2-2 เท่านั้น ... อิทธิพลของเป็ปได้ครอบคลุมเข้ามาเเล้ว เขาทำให้การเล่นของสโตนส์ชัดเจนและลดความซับซ้อนลงได้อีกโขเลยทีเดียว

John Stones, Jerome Boateng

สโตนส์ - บัวเต็ง

แน่นอนว่าการผ่านบอลเปรียบดั่งลายเซ็นสำหรับความสำเร็จของเป็ปอยู่เเเล้ว และนี่จะเป็นอีกครั้งกับสโตนส์ที่เขาได้อยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง สโตนส์ผ่านบอลสำเร็จถึง 70 จาก 78 ครั้งในเกมกับซันเดอร์แลนด์ และนั่นก็ดูเหมือนว่าสโตนส์นั้นทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากเป็ปอย่างสมบูรณ์แบบ

หากมองจากสถิติตามรูปที่แนบมา สโตนส์ ผ่านบอลบริเวณหน้ากรอบเขตโทษของตัวเอง 17 ครั้ง ผ่านบอลไปยังกลางสนาม 51 ครั้ง และเล่นกับพื้นที่สุดท้ายของทีมแมวดำอีก 2 ครั้ง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไปตามความต้องการของกวาร์ดิโอล่าที่ต้องการให้ลูกทีมของเขาดันพื้นที่ในสนามให้สูงขึ้นไปอีก และเขาจะเห็นได้เลยว่าสโตนส์นั้นจะมีอนาคตที่ก้าวหน้าและยอดเยี่ยมยิ่งดียิ่งขึ้นไปอีก

ลองพิจารณาจากฟอร์มการเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟของ เจอโรม บัวเต็ง สำหรับเกมนัดเปิดสนามที่บาเยิร์น(ทีมเก่าของเป็ป)ชนะฮัมบูร์ก 5-0 ในบุนเดสลีก้าปีที่เเล้ว จอมแกร่งชาวเยอรมันผ่านบอลถึง 80 ครั้งและมี 15 ครั้งที่เขาผ่านบอลเข้าสู้พื้นที่สุดท้ายของคู่แข่ง หากเปรียบเทียบกับสโตนส์แล้วล่ะก็ คงอนุมานได้ว่าช่วงเวลาของเขากำลังจะเดินทางมาถึง ไม่มีกุนซือคนไหนเหมาะสมกับเขายิ่งกว่าเป็ป กวาร์ดิโอล่าอีกเเล้ว ณ ตอนนี้ !

John Stones debut against Sunderland

สโตนส์ได้ประเดิมสนามในฐานะแข้งเรือใบสีฟ้าเป็นทีเรียบร้อยแล้ว

3. คริส สมอลลิ่ง (ลูกศิษย์โจเซ่ มูรินโญ่)

หากคุณกำลังครุ่นคิดถึงความสำเร็จของทั้ง มูรินโญ่ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่แล้วล่ะก็ คุณจะพบว่ามีหนึ่งความคิดที่ปิ๊งเข้ามาในหัวของคุณเลย ... นั่นก็คือว่าการจะเป็นยอดทีมนั้นต้องแนวรับระดับโลก ในส่วนของยูไนเต็ดนั้นมีทั้ง ยาป สตัม , ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ เนมันย่า วิดิช  ขณะที่ทางฝั่งของ มูรินโญ่ ก็ประกอบไปด้วย จอห์น เทอร์รี่ และ ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ ทั้งหมดที่กล่าวมาคือนักเตะที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยส์ลีกมาเเล้วทั้งสิ้น ... แน่นอนว่าพวกเขาเหล่านี้ถูกกล่าวขานว่าเป็นตำนานของวงการฟุตบอล

อดีตบิ๊กบอสของ เรอัล มาดริด จะเปลี่ยนสมอลลิ่งให้อยู่ในมาตรฐานระดับพรีเมี่ยมสำหรับแท็คติกการเล่นเกมรับ

ในส่วนของ ยูไนเต็ด และ มูรินโญ่ ที่ได้เวียนมาพบบรรจบกัน สำหรับสมอลลิ่งนั้นไม่มีโอกาสที่ดีกว่านี่อีกเเล้วที่เขาจะได้พัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดด

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟในนิยามของโจเซ่ตลอดประวัติการคุมทีมของเขานั้นดูจะแตกต่างจากไป เป็ป กวาร์ดิโอล่า โดยสิ้นเชิง เป็ป นั้นชอบกองหลังที่สามารถขึ้นเกมกับมิดฟิลด์ได้ แต่ของ มูรินโญ่ นั้นเขาชอบกองหลังที่ควบคุมแนวรับทั้งหมดได้ รวมถึงมีจิตวิญญาณและหัวใจสำหรับการเล่นเกมรับอย่างเต็มเปี่ยม เมื่อกุนซือชาวโปรตุกีสเข้ามารับงานที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เทอร์รี่ พลาดเพียงแค่ 4 เกมเท่านั้นสำหรับทีมชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกของมูรินโญ่ เทอร์รี่ ลงเล่นในเกมลีก 110 นัดและทำได้ 7 ประตูจาก 6 ฤดูกาล ขณะที่ทางฝั่งของ สมอลลิ่ง กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีความคล้ายคึลกันเป็นอย่างมากเพราะสมอลลิ่งลงเล่นไปทั้งหมด 135 เกมและยิงไปอีก 6 ประตูจากการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 6 ฤดูกาล

นี่อาจจะเป็นการเจอคู่ขาที่ลงตัวก็ได้ เมื่อมีนักเตะที่เพิ่งซื้อมาใหญ่อย่าง เอริค ไบญี่ รวมถึงการกลับมาอีกครั้งของ ลุค ชอว์ ...เชื่อว่า มูรินโญ่ จะต้องการปลุกปั้นให้ สมอลลิ่ง เป็นผู้นำในเกมรับของทีมเหมือนที่เขาเคยทำเทอร์รี่ให้เป็นหัวใจสำคัญของเชลซีจนถึงทุกวันนี้ และหาก สมอลลิ่ง สามารถทำเช่นนั้นได้มันจะเป็นประโยชน์ต่อเขาเป็นอย่างมาก เขาจะได้เป็นพี่ใหญ่ในเเนวรับของทีมชาติอังกฤษและได้ลงเล่นเคียงข้างกับนักเตะอย่าง สโตนส์ และ ไคลน์

Chris Smalling

สมอลลิ่ง vs สเปอร์ส เมื่อเดือนสิงหาคม 2015

ชัยชนะของ ยูไนเต็ด ต่อ สเปอร์ส 1-0 ในเกมเปิดสนามของพรีเมียร์ลีกปี 2015-16 สมอลลิ่ง เข้าปะทะแย่งบอลสำเร็จถึง 5 ครั้ง , ตัดบอลได้อีก 3 ครั้ง และ สกัดจากจังหวะอันตรายได้ 5 ครั้ง เหนือสิ่งอื่นใดเขานั้นเขาผ่านบอลสำเร็จ 46 จาก 55 ครั้งและเขาอยู่ทุกๆที่ในพื้นที่เกมรับของทีม และนี่คือสิ่งที่ มูรินโญ่ ต้องการและมองหาอยู่ในเวลานี้

อดีตบิ๊กบอสของ เรอัล มาดริด จะเปลี่ยนสมอลลิ่งให้อยู่ในมาตรฐานระดับพรีเมี่ยมสำหรับแท็คติกการเล่นเกมรับ เขาจะสอนให้สมอลลิ่งรู้จักเหลี่ยมบอลและชั้นเชิงของศิลปะการเล่นตุกติกที่จะทำให้ทีมคว้าแชมป์

สมอลลิ่งมีความสามารถ ขณะที่มูรินโญ่ก็เปี่ยมไปด้วยจิตวิทยาและไอเดียอยู่เต็มหัวสมอง เชื่อเถอะว่านี้มันยิ่งกว่าพรหมลิขิตเสียด้วยซ้ำ !