Interviews

ขุดจุดกำเนิด...โม ซาลาห์ : กว่าจะเป็นราชาแห่งแอนฟิลด์

Mo Salah

ดาวเตะจากอียิปต์กลับมาที่อังกฤษอย่างยิ่งใหญ่ และทำให้เหล่าเร้ด แมชีน ลืมผู้ชายที่ชื่อ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ไปอย่างหมดสิ้น แทบไม่สงสัยว่าเหตุใดเขาจึงได้รับการสถาปนาให้เป็น “ราชาแห่งเหล่าเดอะ ค็อป”

We are part of The Trust Project What is it?

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เหลือบขึ้นไปด้านหน้า เขาเห็นลูกบอลพุ่งมาเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว เขารีบจัดระเบียบร่างกาย ควบคุมมันให้อยู่ที่เท้าซ้าย และสังหารมันด้วยแรงขาข้างที่ถนัด เขาเชิดหน้าขึ้น ผมที่ม้วนเป็นลอนของเขาสะบัดออก เขายังมุ่งมั่นกับการเล่นจังหวะต่อไป จากการที่อ่านเกมไว้แล้ว และเขาก็สัมผัสบอลแรกได้อย่างเนียนตา

อีกครั้งและอีกครั้ง ที่เขาครองบอลได้ด้วยสัญชาตญาณ เขามองหาทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่เร่งง้างเท้าในจังหวะแรก แต่เลือกที่จะจัดการอย่างเหนือชั้น และท้ายที่สุด เขาก็เอาชนะใจผู้ชมได้ ความเงียบถูกทำลาย กลายเป็นเสียงโห่ร้องดังลั่นสนาม แซ่ซ้องประตูสุดสวยของเขา

เรากำลังพูดถึงประตู 4-1 ที่เขายิงใส่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยการชิพบอลข้ามหัวเอแดร์สัน ในนาทีที่ 68 ยัดเยียดความปราชัยเกมแรกให้กับแชมป์พรีเมียร์ลีก และทำให้แฟนบอลนับห้าหมื่นคนดีใจอย่างบ้าคลั่งที่แอนฟิลด์ ก่อนหน้าจะถึงเหตุการณ์นั้นไม่นาน เขาสละเวลาในช่วงเช้าวันหนึ่ง เดินทางมาที่ห้องชุดในสต็อคพอร์ต เคาน์ตี้ เพื่อถ่ายรูปปกให้กับนิตยสารโฟร์โฟร์ทู

ภาพปกดังกล่าวเป็นแค่เมนูเรียกน้ำย่อย บทสัมภาษณ์ที่เต็มอิ่มตามมาในภายหลัง เรื่องราวที่เป็นไปด้วยธรรมชาติแต่เปี่ยมไปด้วยความมหัศจรรย์ ของผู้ชายที่ชื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

อุปสรรคกีดขวาง

เมื่อราว 3 ปีก่อน สถานการณ์ในฟุตบอลอังกฤษของซาลาห์ ต่างไปจากที่ทุกคนเห็นในเวลานี้ราวฟ้ากับเหว เขาได้ลงสนามเพียง 40 นาทีในเกมลีกคัพ รอบ 4 ที่เอาชนะชรูว์สบิวรี่ 2-1 แทบไม่ได้ลงสนามมากนักให้กับทีมของโจเซ่ มูรินโญ่ เกมนั้นเขาลองทำประตูจากการเล่นเป็นปีกขวา เขาตัดเข้ากลางและลองยิงด้วยเท้าซ้ายข้างถนัด มันไม่ได้โค้งเข้าประตูเหมือนที่ควรจะเป็น หากแต่กลับเลี้ยวออกข้างอย่างน่าหดหู่

ประตูที่ยิงใส่แมนฯซิตี้ ลูกนั้น เป็นประตูที่ 24 (ของซาลาห์ เวอร์ชั่น 2.0) ในฤดูกาล 2017-2018 ซึ่งเป็นเพียงเดือนที่ 6 เท่านั้นที่เขากลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีก หลังจากไปลับแข้งพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่องที่ฟิออเรนติน่า และโรม่า ในเวทีเซเรีย อา ค่าตัว 37 ล้านปอนด์ที่ดูเหมือนสูงในตอนแรก กลายเป็นดีลแห่งฤดูกาลในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขาเพิ่งได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีจากเพื่อนร่วมอาชีพ และพาทีมเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก การจากไปของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แทบไม่ส่งผลอะไรต่อ ลิเวอร์พูลเลยแม้แต่นิดเดียว

Mohamed Salah

Photo: Shamil Tanna

พวกเราถ่ายรูปเสร็จเรียบร้อย เก็บภาพจังหวะเขาเล่นกับลูกบอลสักพัก จากนั้น ซาลาห์ก็หันกลับมาหาเราพร้อมรอยยิ้ม เตรียมพร้อมสำหรับการให้สัมภาษณ์นิตยสารฟุตบอลแบบยาวๆ ครั้งแรกในชีวิต

มันมีหลายเรื่องที่เราอยากถาม เช่น อะไรบ้างที่เขาอยากจะทำเพิ่มอีกในพรีเมียร์ลีก , เจอร์เก้น คล็อปป์เป็นคนอย่างไร , อียิปต์จะไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลโลกครั้งแรกในรอบ 28 ปีของพวกเขา และการสืบทอดตำนานต่อจาก คูตินโญ่ กดดันบ้างไหม

ที่สำคัญ ซาลาห์คิดว่าตัวเองเจ๋งแค่ไหน?

จุดเริ่มต้น

ย้อนกลับไปยังปี 2008 เอล โมเคาลูน ทีมท้องถิ่นแห่งดินแดนฟาโรห์ ชุดยู-16 เพิ่งจัดการ ENPPI ในเกมลีกเยาวชนด้วยสกอร์ 4-0 นักเตะฝ่ายแรกควรจะดีใจที่ทีมชนะขาดลอย แต่ไม่ใช่แบ็กซ้ายคนหนึ่งที่นั่งกอดเข่าร่ำไห้อยู่ในห้องแต่งตัว

เขาเลี้ยงผ่านแนวรับคู่แข่งทั้งแผงก่อนไปดวลกับผู้รักษาประตูฝั่งตรงข้าม เขาทำแบบนั้นได้ถึง 5 ครั้งติดกัน เขาทุ่มเทกับจังหวะนั้น ใส่ทุกอย่างที่มี แต่ทำประตูไม่ได้

ซามี่ เอล ชิชินี่ โค้ชของทีมในเวลานั้น ให้รางวัลปลอบใจเด็กผู้โชคร้ายด้วยเงินจำนวน 25 ปอนด์ ที่สำคัญหลังจากนั้น เขาไม่เคยให้เด็กชายผู้โชคร้าย เล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายอีกเลย ตำแหน่งการเล่นของเขาเริ่มขยับขึ้นสูง โค้ชเล่าว่า เขาใช้เวลาไม่นานในการแต่งบอลก่อนจะตัดเข้ากรอบเขตโทษ นั่นทำให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้เริ่มเล่นในตำแหน่งที่เขาถนัด คือปีกขวา

“ผมบอกเขาว่า เขาจะเป็นดาวซัลโวของทีมชุดยู-16 แห่งลีกกรุงไคโร กับลีกยู-17 ของประเทศ จบฤดูกาลนั้น ซาลาห์ ทำไป 35 ประตูรวมกัน หลังจากนั้น เขาก็ไม่เคยหยุดยิงประตูอีกเลย”

ซาลาห์เกิดที่ นากริก หมู่บ้านเกษตรกร ท่ามกลางภูมิประเทศที่เขียวชะอุ่ม เหนือจากกรุงไคโรไปราว 100 กิโลเมตร เขาไม่เคยห่างจากลูกฟุตบอล ญาติของเขาอย่าง อบาดาห์ ซาอิด กาลี ที่ยังอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนั้น จำเด็กบ้าบอลคนนั้นได้เสมอ เขามักจะลากถุงใบหนึ่งไปด้วยเป็นประจำ ซึ่งในถุงนั้นคือลูกฟุตบอล

“ผมเล่นฟุตบอลข้างถนนกับพี่ชายและเพื่อนของผม ตอนนั้นผมอายุได้ 14 ปี” ซาลาห์เริ่มเล่า “ความจำแรกของผมคือการได้ดูเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ผมชอบดูซีเนดีน ซีดาน และ ฟรานเชสโก้ ต็อตติ รวมทั้งโรนัลโด้ของบราซิล มันเป็นความรู้สึกอันน่าตื่นเต้นเมื่อคุณได้ยินเพลงธีมของแชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนที่เกมการแข่งขันจะเริ่ม”

จากแรงบันดาลใจ ต็อตติ กลายมาเป็นเพื่อนร่วมทีมที่โรม่าในภายหลัง

ฟุตบอลกลายเป็นชีวิตของซาลาห์ ในปี 2006 เอล โมเคาลูน สโมสรมหาอำนาจแห่งวงการฟุตบอลอียิปต์ในเวลานั้น สโมสรที่ผลิตดาวรุ่งขึ้นมาประดับวงการมากมาย (คุณอาจจะได้ยินชื่อ อาหรับ คอนแทรกเตอร์ส มาบ้าง นั่นล่ะ ทีมเดียวกัน) เริ่มหันมาสนใจเด็กบ้านนาคนหนึ่งที่ไปกับลูกบอลด้วยความเร็วขนาดที่ทุกคนเห็นแล้วยังทึ่ง

“นั่นคือช่วงเวลาเริ่มต้นฟุตบอลอาชีพของผม” เขาเล่าเมื่อครั้งยังเล่นให้กับทีมสมัครเล่นของทีมในนากริกและ ทันทา เมืองใหญ่ที่ใช้เวลาเดินทางจากบ้านของเขาไปชั่วโมงครึ่ง “คุณต้องใช้เวลา 4 ชั่วโมงครึ่งในการเดินทางไปอาหรับ คอนแทรกเตอร์ส หรือต่อรถเมล์ประมาณ 3-4 ต่อ ผมต้องทำแบบนั้น 5 วันต่อสัปดาห์”

“ผมมักขาดเรียน แต่มันก็ทำให้ผมไปซ้อมได้ทันเวลา บางครั้งผมใช้เวลาที่โรงเรียนเพียงสองชั่วโมง 7-9 โมงเข้า จากนั้นผมต้องวิ่งออกจากโรงเรียน ฟุตบอลคือความฝันของผม และตอนที่ยังเด็ก ความฝันเรามักจะยิ่งใหญ่เสมอ”

ชายหนุ่มช่างฝัน

แต่ไม่นานฝันนั้นก็เป็นจริง จากแบ็กซ้ายตกอับ เขากลายมาเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของเอล โมเคาลูน เขาประเดิมสนามในเดือนพฤษภาคมปี 2010 ในเกมที่เสมอกับ เอล มานซูร่า 1-1

“ตอนนั้นผมอายุ 16 ปี และผมรู้สึกดีมาก” ซาลาห์ ยิ้มภูมิใจ “ผมถูกล้อมรอบด้วยนักเตะที่ยอดเยี่ยม และมีประสบการณ์สูง ผมรู้สึกว่าพวกเขาปกป้องและดูแลผม”

เพียงแค่ 2 ปี เขาได้ประเดิมสนามให้กับทีมชาติอียิปต์ แต่ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไป ในเดือนมีนาคมปี 2012 ในเกมอุ่นเครื่องที่ทัพฟาโรห์ชุดยู-23 ต้องพบกับ บาเซิ่ล ทีมจากสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเกมอุ่นเครื่องเพื่อเตรียมตัวแข่งขันโอลิมปิก ซึ่งเป็นแมตช์แรกหลังจากฟุตบอลอียิปต์ต้องหยุดแข่งขันชั่วคราว หลังเกิดเหตุการณ์แฟนบอลตีกันจนมีผู้เสียชีวิต ที่สนามพอร์ต ซาอิด สเตเดี้ยม

เกมนั้น ซาล่าห์ลงมาเป็นตัวสำรองและยิงคนเดียว 2 ประตู ใส่ทีมดังจากสวิสที่ขณะนั้นมีนักเตะอย่างเซอร์ดาน ชาคิรี่ , ฟาเบียน ฟราย และ วาล็องแต็ง สต็อกเคอร์

เขากลายเป็นที่หมายปองของเอฟซี่ บาเซิ่ล ที่ยื่นข้อเสนอให้เขาไปทดสอบฝีเท้าเป็นเวลา 1 สัปดาห์ แน่นอน เขาผ่านฉลุย และเซ็นสัญญายาว 4 ปีหลังจากนั้น ต่อด้วยการพาอียิปต์ชุดโอลิมปิกผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย , เขาทำประตูใส่ทั้งบราซิล , นิวซีแลนด์ และเบลารุส

กับทีมชาติอียิปต์ในโอลิมปิกปี 2012

เขาไม่ได้เจอช่วงเวลาที่ง่ายในสวิตเซอร์แลนด์ เขาไม่มีเพื่อน และพูดไม่ได้ทั้งภาษาอังกฤษ , สวิส และเยอรมัน เขาเดินเดียวดายจากสนามซ้อมกลับไปที่โรงแรมคนเดียว แต่เขายังมีความตั้งใจเต็มเปี่ยม ที่จะประสบความสำเร็จในยุโรปให้ได้ เหล็กต้องถูกตีจนร้อนฉันใด จิตใจที่มุ่งมั่นของซาลาห์ ก็เหมือนกัน ภายใต้รอยยิ้มอันสดใส แต่เขาเป็นคนชัดเจน เขามีเป้าหมาย และจะไม่เดินทางผิด ไม่ทำในสิ่งที่เขาไม่ต้องการ

การมาถึงของโมฮัมเหม็ด เอลเนนี่ ที่ต่อมากลายเป็นกองกลางของอาร์เซน่อล ในเดือนมกราคมปี 2013 กลายเป็นผลดี เอลเนนี่ และ ซาล่าห์ ช่วยกันพาทีมประสบความสำเร็จในยูโรปา ลีก , ซาล่าห์ ทำประตูสำคัญเขี่ย สเปอร์ส ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย และยิงได้อีกครั้งในรอบตัดเชือกที่พ่ายให้กับ เชลซี แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อบาเซิ่ลยังได้แชมป์ลีกสวิส ซูเปอร์ลีกอีกสมัย

เขาทำประตูใส่เชลซีได้อีกครั้ง ในแชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลต่อมา ทั้งเกมเหย้าและเยือน เขายิงเท้าซ้ายข้างถนัดผ่านมือปีเตอร์ เช็ก และอีกลูกคือการยิงข้ามตัวอดีตนายทวารแรนส์ ที่พยายามออกมาตัดบอล ลักษณะการยิงคล้ายกับประตูเครื่องหมายการค้าที่เขาทำได้ในแอนฟิลด์ฤดูกาลนี้ ฟอร์มของซาลาห์ไปเตะตา มูรินโญ่ ที่จ่ายเงิน 11 ล้านปอนด์ดึงตัวเขาจากสวิส ไปเล่นที่ลอนดอน

Salah Chelsea

หยุดหมอนั่นไม่ได้ทำไงดี? ซื้อมาร่วมทีมเลยสิ

ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เขาได้ลงสนามส่วนใหญ่ในฐานะตัวสำรอง เขาทำประตูได้ในเดือนมีนาคม นัดที่ถล่มอาร์เซน่อล 6-0 จากนั้นได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมพบสโต๊ค และ สวอนซี

นั่นเป็นช่วงที่ดีที่สุดในฤดูกาลของเขากับเชลซี แต่มันก็ไม่เท่ากับเกมที่เขาลงสนามเจอกับต้นสังกัดปัจจุบันของเขาในเวลาต่อมา เขาได้ลงสนาม 1 ชั่วโมงเต็ม ในเกมแห่งประวัติศาสตร์นัดนั้น ที่สตีเว่น เจอร์ราร์ด พลาดลื่นล้ม เชลซีชนะ 2-0 ในเกมที่พวกเขาได้รับคำชมจากเกมรับอันเหนียวแน่น เขาได้ลงเล่นในเกมสำคัญก็จริง แต่ซาลาห์ ไม่ต้องการหยุดเพียงเท่านั้น

“ตั้งแต่สมัยที่ผมเป็นเด็ก ผมคือแฟนบอลของลิเวอร์พูล พวกเขาเป็นทีมขวัญใจของผมในพรีเมียร์ลีก”

“มันเป็นเรื่องที่วิเศษมากกับการได้เล่นในแอนฟิลด์ และได้ซึมซับบรรยากาศในเกมวันนั้น มันเป็นสถานที่ที่พิเศษของผม และทำให้ผมมีความสุขมากในการเล่นฟุตบอล”