Analysis

ขุดปัญหากองหน้าไทย : ผลิตผลมากมาย...ทำไมใช้ไม่ได้?

ทุกโรงเรียน ทุกอคาเดมี ล้วนมีการสร้างหัวหอกสายเลือดไทย แต่เหตุใดกันผลผลิตเหล่านั้น กลับไม่สามารถต่อยอดในตำแหน่ง ศูนย์หน้า บนลีกสูงสุดได้… ฤ กองหน้าไทยแท้จะสูญพันธุ์ในไม่ช้า?

We are part of The Trust Project What is it?

เขียนโดย: อลงกต เดือนคล้อย

ในวันที่ลีกสูงสุดประเทศไทย ไม่มี “ธีรศิลป์ แดงดา” ดังวันวันวาน อันดับดาวซัลโวก็ได้สะท้อนบางเรื่องที่เป็นปัญหาออกมา

ขณะที่เรากำลังพิมพ์ต้นฉบับในวันที่ 20 พฤษภาคม ไม่น่าเชื่อว่าไม่มี นักเตะไทย แม้แต่คนเดียว ติดชาร์จ 1 ใน 10 ผู้ทำประตูได้มากสุดในโตโยต้า ไทยลีก

ที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือ 3 อันดับแข้งไทยที่ทำประตูได้มากสุด กลับเป็นผู้เล่นในตำแหน่ง กองกลางตัวรุก และ ปีก อย่าง สุมัญญา ปุริสาย, อมร ธรรมนาม และ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ หาใช่ กองหน้าอาชีพ

คำถามก็คือ เรามีนักเตะที่เล่นแบ็กทั้งซ้ายขวามากมาย, เรามีกองกลางคนไทย เบียดเสียดกันเต็มไปหมด, เซ็นเตอร์แบ็กคนไทยก็ไม่เคยขาดแคลน ยิ่งตำแหน่งปีก เมืองไทยมี นักเตะริมเส้นทุกรูปแบบ เยอะจำชื่อแทบไม่ครบ

ขณะที่ “กองหน้า” ไม่มีใครกล้าตอบได้เต็มปาก ว่าเรามีผู้เล่นคุณภาพสูง ในตำแหน่งนี้มากเพียงพอ ทั้งที่เมื่อย้อนดูเส้นทางการเกิดขึ้น ศูนย์หน้าระดับพระกาฬของเมืองไทย อย่าง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, วรวุธ ศรีมะฆะ, ศรายุทธ ชัยคำดี ฯ ต่างล้วนผุดกำเนิดขึ้นมาในลีกอาชีพบ้านเราทั้งสิ้น ในวันที่ลีกยังไม่แข็งแรงเช่นนี้

แต่ในวันที่โครงสร้างลีก-เยาวชน แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น มีผลผลิตมากมายป้อนสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง... เหตุไฉน เพชฌฆาตสายเลือดไทย กลับสวนทางลดน้อยถอยลงไปทุกที… เกิดอะไรขึ้นกับหัวหอกแดนสสยาม? และปัญหาที่แท้จริงคืออะไร โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย จะมาวิเคราะห์ถึงประเด็นนี้

สรีระ

ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ตาม สำหรับเด็กผู้ชายไทยที่เตะบอล ทุกคนย่อมเคยมีความฝันที่จะได้เป็น นักฟุตบอลอาชีพ หรือนักฟุตบอลทีมชาติสักครั้ง

ฟุตบอลไม่ใช่กีฬาที่ไกลตัวเด็กไทย มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า กีฬาชนิดนี้ ถูกนำเข้ามาสู่สยามประเทศ เป็นเวลานับ 100 ปี ดูได้จากโรงเรียนขนาดกลางขึ้นไป แทบทุกโรงเรียนจะต้องมี สนามฟุตบอลหรือสนามฟุตซอล

ดังนั้นเรื่องการเข้าถึงฟุตบอล แทบจะเป็นเรื่องพื้นฐานของเด็กไทยเลยก็ว่าได้ ต่อให้คุณไม่เรียน หรือไม่มีเงิน ขอแค่มีพื้นที่กว้างมากพอที่ยัดคนลงไปได้ มีแค่ลูกบอลพลาสติก หรือกระดาษห่อปั้นๆ หรืออยู่ห่างไกลบนยอดภูเขา, ในเกาะที่รายรอบไปด้วยน้ำทะเล คุณก็สามารถเตะฟุตบอลได้ เพราะฟุตบอลแทรกแซงอยู่ในพื้นที่ของประเทศนี้

เด็กๆส่วนมาก ต่างเริ่มต้นเล่นฟุตบอล ด้วยใจรัก ความชื่นชอบ ความสนุก...แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ความเก่งและสรีระ จะเป็นเหมือนมาตรวัด แบ่งว่า ใครควรเอาดีหรือเล่นตำแหน่งใด ซึ่งอาจจะด้วยพันธุกรรมคนไทย ที่ทำให้ ผู้ชายไทย ไม่ได้มีรูปร่างสูงใหญ่มากนัก

คนที่รูปร่างเล็กในวัยเด็ก จึงหันไปเอาดีหรือถูกจับไปยืน ในตำแหน่งที่ไม่ต้องเล่น ลูกกลางอากาศเยอะ กับแรงปะทะเยอะ แล้วใช้ความเร็ว ความคล่องตัว เทคนิค มาทดแทน อย่างเช่น กองกลาง, แบ็ก, ปีก ฯ ส่วนพวกตัวใหญ่ก็มักถูกส่งไปยืนเป็น กองหลังก็กองหน้า หรือผู้รักษาประตู….

ยกเว้นเสียว่าคุณจะมีแววและพรสรรค์ด้านการจบสกอร์ ก็อาจจะสอดแทรกเล่นเป็น กองหน้า ตั้งแต่เด็กจนโต เหมือนกับ พิภพ อ่อนโม้ แต่นั้นเป็นส่วนน้อยมาก ยิ่งโดยเฉพาะยุคนี้

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กองกลางทีมชาติไทย เป็นอีกหนึ่งคนที่เคยถูกอาจารย์ จับไปยืนเป็น เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ สมัยเล่นฟุตบอลนักเรียนระดับมัธยมศึกษา เนื่องจากมีรูปร่างสูงใหญ่ ทั้งที่ถนัดเล่นตำแหน่ง กองกลางตัวรุก มากกว่า

ซ้ำร้าย การที่คนตัวเล็ก ไม่นิยมจะเล่นหรือไม่ถูกเลือกให้เล่น กองหน้า ถือเป็นตะแกรงร่อนขนาดใหญ่ที่ดักให้ เด็กไทยจำนวนมาก นับหมื่น นับแสน เริ่มต้นและฝึกฝนในตำแหน่งอื่นมากกว่า

พอเรามีเด็กที่เริ่มต้นฝึกฝนกองหน้า น้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น หรือเด็กตัวเล็กไม่มีความคิดอยากเป็น กองหน้า ก็ทำให้ผลผลิตตั้งต้น อาจจะน้อยกว่าความเป็นจริง โดยที่เด็กบางคนอาจไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่า ในอคาดตเขาอาจเป็นยอดศูนย์หน้าได้

ผลต่อมาของเรื่องสรีระ ทำให้สไตล์การเล่นของ ผู้เล่นไทย จึงเป็นพวกที่ถนัดเรื่องความสามารถเฉพาะตัว เบสิคดี และคล่องแคล่วปราดเปรียว เชื่อว่าในวัยเด็ก เราจะรู้สึกตื่นเต้นและมองว่า เพื่อนคนไหนยิ่งเลี้ยงได้ติดเท้า ความสามารถเฉพาะตัวสูงๆ จะจัดเป็นตัวเด่นและเก่งไปเลย

ดังนั้นการบูมขึ้นของ ฟุตซอลไทย ในเวทีโลก ก็ทำให้มีเด็กอีกจำนวนไม่น้อย ที่เลือกเปลี่ยนสายไปเอาดีทางฟุตซอลที่ค่อนข้างเหมาะกับ สไตล์การเล่นของนักเตะไทย ซึ่งมันก็ส่งผลดี เพราะฟุตซอล มีตัวเลือกเพิ่มขึ้นมาก ได้รับความนิยมเรื่อยๆ แถมยังสร้างชื่อในระดับทวีป และระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บางสถานศึกษาหรืออคาเดมีฟุตบอล เรื่องของสรีระก็เป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่นำเอามาใช้ในการพิจารณาเลือกเซ็นสัญญากับผู้เล่นเยาวชน เพราะมันสามารถบ่งบอกได้ถึง พัฒนาการ และการเจริญเติบโต

เด็กบางคนโตกว่านี้ไม่ได้ แข็งแรงกว่านี้ไม่ได้ บางคนตัวเล็ก แล้วไม่มีเทคนิคอื่นๆ มาทดแทน ก็มีโอกาสจะไม่ได้ไปต่อในการคัดตัว หรือเซ็นสัญญา บางคนเลยเลือกยุติเส้นทางนักฟุตบอลไปตั้งแต่อายุน้อยๆก็มี

ความจริงเรื่องสรีระเป็นปัญหามาอย่างช้านานของนักฟุตบอลไทย ยามไปแข่งในระดับนานาชาติ เราจะเห็นได้ชัดเจนว่า แรงปะทะ การเล่นลูกกลางอากาศ ตลอดจนสภาพความฟิต เราเป็นรองชาติอื่นอยู่มาก

“ญี่ปุ่น” เป็นตัวอย่างที่ดี พวกเขาใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา, โภชนาการเข้าไปสร้างเสริม จนทำให้ผู้เล่นญี่ปุ่นสูงขึ้น และสามารถเล่นลีกยุโรปได้มากมาย แบบชนกับฝรั่งไม่มีล้ม

แม้ ไทย จะมีนักเตะที่ทักษะดี ความสามารถเฉพาะตัวดี แต่บางครั้งก็ไม่เพียงพอ “ญี่ปุ่น” เป็นตัวอย่างที่ดี พวกเขาใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา, โภชนาการเข้าไปสร้างเสริม จนทำให้ผู้เล่นญี่ปุ่นสูงขึ้น และสามารถเล่นลีกยุโรปได้มากมาย แบบชนกับฝรั่งไม่มีล้ม

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลทีมชาติไทย ที่มีรูปร่างสูง มาจากการกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยครอบครัวของ ดาวเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจพา “เจ้าต้น” ไปยืดกระดูก เพื่อเพิ่มความสูงให้ได้มากสุด จนกลายเป็น นฤบดินทร์ ที่มีความสูง 180 ซม.อย่างที่เราเห็น

ฉะนั้นในยุคสมัยนี้ ปัญหาด้านสรีระ คงไม่สามารถไปโทษฟ้าดินหรือชาติพันธุ์ได้อย่างเดียว เพราะทางวิทยาศาสตร์นั้น สามารถแก้ไขได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้น เรื่องพวกนี้ จะหวังพึ่งแค่ครอบครัวใด ครอบครัวหนึ่งคงไม่ได้ ต้องมีการสนับสนุนจากระดับบน และให้ความรู้กันทั่วระบบ

แต่เรื่องสรีระก็ไม่ใช่ปัญหาเดียวที่ทำให้ กองหน้าไทยตกตามไหล่ทาง ติดตามต่อได้ในหน้าถัดไป…

Pages

Topics