ขุดตำนานอันโตนิโอ คอนเต้ : พาทีมตกชั้น / โดนกล่าวหาล้มบอล /สร้างชื่อผงาดโลก

Antonio Conte

FFT พาแฟนๆชาวไทยไปขุดจุดกำเนิดของ อันโตนิโอ คอนเต้ ก่อนที่เขาจะกลายเป็นกุนซืออิตาเลียนคนล่าสุดที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้... 

แม้จะเพิ่งย้ายเข้ามาทำงานในเมืองผู้ดีเป็นครั้งแรกในชีวิต ทว่า อันโตนิโอ คอนเต้ กลับสามารถพา เชลซี ผงาดกลับมาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม กว่าที่ นายใหญ่ชาวอิตาเลียน จะมีวันนี้ได้ คอนเต้ ต้องผ่านอะไรมามากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นสมัยเป็นนักเตะหรือตอนทำงานเป็นโค้ชใน อิตาลี ที่ อดีตดาวเตะยูเวนตุส ถึงขนาดโดนลงโทษห้ามคุมทีม หลังจากไปพัวพันกับคดีล้มบอล

และวันนี้ FFT จะพาทุกคนไปย้อนอดีตกับ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือผู้มีอารมณ์ร่วมกับเกมมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอล…

Antonio Conte

เคยถูกกล่าวว่ามีส่วนกับการล้มบอลในปี 2011

ชีวิตโค้ชเริ่มต้น

ในวัย 20 ปี คอนเต้ กำลังลงเล่นให้ เลชเช่ สโมสรบ้านเกิดของเขา และมีโอกาสได้เริ่มต้นงานโค้ชด้วยการคุมทีมของน้องชายตัวเอง

ในวัย 20 ปี คอนเต้ กำลังลงเล่นให้ เลชเช่ สโมสรบ้านเกิดของเขา และมีโอกาสได้เริ่มต้นงานโค้ชด้วยการคุมทีมของน้องชายตัวเอง

“ผมเข้าใจดีว่าผมมีพรสวรรค์บางอย่างตอนอยู่ข้างสนามมากกว่าตอนที่อยู่ในสนาม” อดีตกองกลางทีมชาติอิตาลี กล่าว “ตอนผมเป็นผู้เล่น ผมสามารถวิ่ง สู้ พยายามยิงประตู และเสียสละตัวเองเพื่อทีม แต่มันก็แค่นั้น”

Antonio Conte

อยู่กับ เลชเช่ 6 ปีก่อนย้ายมา ยูเวนตุส

จามปิเอโร เวนโตนี่ อดีตโค้ชฟิตเนตของ ยูเวนตุส ที่เคยดูแล คอนเต้ ในช่วงที่กำลังเล่นกับทัพ “ม้าลาย” บอกว่า นั่นคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เขากลายเป็นโค้ชได้ดี

“เขามีความเข้าใจถึงขีดจำกัดของตัวเองมากๆ” เวนโตนี่ อธิบายกับ FourFourTwo “เขามักจะอุทิศตัวเพื่อการทำงานหนักเสมอ เขาโฟกัสตอนซ้อม เขามักตั้งคำถามกับตัวเอง สุดท้ายเขาอยู่กับ ยูเวนตุส จนเลิกเล่น เป็นกัปตันทีม ได้แชมป์และความรักมากมาย แล้วก็เอาประสบการณ์ทั้งหมดมาใส่ในงานโค้ช”

และเชื่อหรือไม่ว่า ในสมัยที่ คอนเต้ คุมทีมช่วงแรกๆ เขาเคยเชิญอาจารย์อย่าง เวนโตนี่ มาร่วมทำงานกันอีกด้วย

กลับมาที่ช่วงที่ คอนเต้ ค้าแข้งกับทีมดังแห่งแห่งเมือง ตูริน นั้น ใน 13 ปี ตำนานยูเว่ คว้าแชมป์ เซเรีย อา 5 ครั้ง, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 ครั้ง, ยูฟ่า คัพ 1 ครั้ง, โคปป้า อิตาเลียอีก 1 ครั้ง และถ้วยเล็กถ้วยน้อยอีกหลายครั้ง

จากนั้นในปี 2004 คอนเต้ เริ่มร่ำเรียนวิชาโค้ช ก่อนที่อีกไม่ถึงปีต่อมา ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ เซียน่า อย่าง จิออจิโอ้ เปรินเน็ตติ จะยื่นข้อเสนอให้เขามาเป็นมือขวาของ ลุยจิ เด คานิโอ้

Luigi De Canio

โฉมหน้าของ เด คานิโอ้

เบอร์ 2

เด คานิโอ้ ยอมให้โอกาส คอนเต้ ในการใช้วิดีโอ คลิป เพื่อฝึกซ้อม และบางครั้งก็อนุญาตให้ อดีตเด็กฝึกเลชเช่ พานักเตะชุดใหญ่ไปวิเคราะห์เกมด้วยตัวเอง

คอนเต้ ตกลงทำงานกับ เซียน่า พร้อมกับได้รับเสียงชื่นชมจากหลายฝ่าย

“ตอนอยู่กับ เด คานิโอ้ อันโตนิโอ นั้นแสดงความฉลาดสุดๆ” เปรินเน็ตติ รำลึก “เขายอมรับในตำแหน่งนั้นและโตขึ้นอย่างมาก”

เวนโตนี่ บอกว่า คอนเต้ แสดงออกถึงความสามารถทั้งหมดตั้งแต่ตอนแรกเริ่มแล้ว

“เด คานิโอ้ โชคดีและต้องรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีผู้ช่วยซึ่งเป็นโค้ชที่เก่งที่สุดในสามอันดับต้นๆของโลกมาร่วมงานด้วย” อดีตโค้ชฟิตเนตยูเว่ กล่าว “คอนเต้ มีแนวทางที่ชัดเจน คุณเห็นได้เลยว่า เขาไม่เหมือนอดีตนักฟุตบอลทั่วไปที่ไม่รู้ทำอะไรต่อถึงมาเป็นโค้ช อันโตนิโอ มีเป้าหมายที่แน่วแน่ เขาพยายามพัฒนาเรื่องฟุตบอลตลอดเวลา ซึ่งมันไม่เหมือนกับของ เด คานิโอ้”

เด คานิโอ้ ยอมให้โอกาส คอนเต้ ในการใช้วิดีโอ คลิป เพื่อฝึกซ้อม และบางครั้งก็อนุญาตให้ อดีตเด็กฝึกเลชเช่ พานักเตะชุดใหญ่ไปวิเคราะห์เกมด้วยตัวเอง

Luigi De Canio

เด คานิโอ้ ใจดีให้ คอนเต้ เข้ามามีส่วนร่วม

อันที่จริงต้องบอกว่า เซียน่า และ ยูเวนตุส มีความเหมือนกันไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะเป็นสีประจำสโมสรที่ใช้ “ขาวดำ” เหมือนกัน หรือจะเป็นการที่ คอนเต้, เปรินเน็ตติ และ เวนโตนี่ เคยมีส่วนร่วมในสโมสรแห่งนี้ นอกจากนี้ นักเตะในทีมชุดนั้นของ เซียน่า ยังประกอบด้วย อดีตเด็กเก่ายูเว่ ไม่น้อยกว่า 8 คน ยกตัวอย่างเช่น นิโกล่า เลกร็อตตาเย่ และ อิกอร์ ทูดอร์

ที่สำคัญที่สุด ในวันสุดท้ายของเดือนเมษายน ปีนั้น “ม้าลาย” ต้องบุกมาเยือน เซียน่า และหากได้รับชัยชนะ พวกเขาจะเป็นแชมป์ลีกอีกครั้ง(ต่อมาที่กลายเป็นข่าวฉาวเรื่องล้อบอลและโดนยึดแชมป์) ขณะที่ เซียน่า จำเป็นต้องเก็บแต้มเพื่อจะหนีตายต่อไป

เกมผ่านไป 10 นาที ยักษ์ใหญ่แห่งตูริน บุกมานำ 3-0 จนทำให้แฟนๆเจ้าถิ่นเริ่มสงสัยในความบังเอิญของพวกเด็กเก่า ยูเวนตุส

จบเกมสกอร์ไม่เปลี่ยน แต่ด้วยผลของอีกคู่ ทำให้ เซียน่า รอดตาย

สุดท้าย บอร์ดบริหารตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับ เด คานิโอ้ ซึ่งนั่นหมายความว่า คอนเต้ เองก็ไม่ได้ไปต่อเช่นกัน

เริ่มต้นใหม่ด้วยตัวเอง

เขาอยู่กับทีมได้เพียง 3 เดือน พาทีมลงเตะเกมลีกไป 8 นัด เก็บได้ 4 แต้ม และลูกทีมพลาดจุดโทษ 3 ครั้ง

ในเดือน กรกฎาคม ปี 2006 ระหว่างที่ คอนเต้ กำลังเดินเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ใน อีเกีย กับภรรยาอยู่นั้น สายของผู้อำนวยการกีฬาของ อาเรสโซ่ อย่าง เออร์มาโน่ ปิแอร์โรนี่ ก็ดังขึ้นมา

เรื่องของเรื่องก็คือ ปิแอร์โรนี่ ชวนให้ คอนเต้ ไปทำงานเป็นผู้จัดการทีมของสโมสร และคำตอบที่ออกจากปากของ อดีตตำนานยูเว่ ก็คือ เยส

ในตอนนั้น อาเรสโซ่ ถูกตัด 6 คะแนนจากคดีล้มมบอล นอกจากนี้นักเตะตัวหลักๆจากชุดที่พาทีมเลื่อนชั้นเพลย์ออฟเมื่อปีที่แล้วก็ย้ายออกไป ขณะเดียวกัน คอนเต้ ก็ไม่ใช่ตัวเลือกแรกในตำแหน่งเทรนเนอร์คนใหม่

และที่สำคัญที่สุด ใน 25 ซีซั่นล่าสุดของ อาเรสโซ่ มีกุนซือเพียงสองคนเท่านั้นที่ได้ทำงานจนจบฤดูกาลเต็มๆ

Maurizio Sarri

เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือนาโปลีก็เคยผ่านงานกับ อาเรสโซ่

สรุปแล้ว คอนเต้ ไม่ต่างจากคนอื่น เมื่อเขาอยู่กับทีมได้เพียง 3 เดือน พาทีมลงเตะเกมลีกไป 8 นัด เก็บได้ 4 แต้ม และลูกทีมพลาดจุดโทษ 3 ครั้ง

ถึงตรงนั้น อดีตดาวเตะผู้ติดทีมชาติ 20 นัด รู้แล้วว่า เขาล้มเหลว แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ตัว คอนเต้ รู้ว่า เขายังไม่พร้อมที่จะเป็นกุนซือเต็มตัวและยังขาดความรู้อีกมากในการทำทีม

คอนเต้ ใช้เวลาในช่วงวันหยุดบินไป ฮอลแลนด์ เพื่ออยากขอดูการทำงานของ หลุยส์ ฟาน กัล(เสียดายที่ไม่ได้ดวลฝีมือกัน ฮา)

โดย เทรนเนอร์จอมแพสชั่น เข้าชมการฝึกซ้อมของ อาแจกซ์ฯ แต่สุดท้าย ฟาน กัล ไม่อนุญาต พร้อมกับขอให้ทีมปิดประตูสนามซ้อม และบอกให้ทีมรักษาความปลอดภัยไปเชิญ คอนเต้ กลับบ้าน หลังจากที่เขามาขอลายเซ็นกับ อดีตกุนซือทีมชาติฮอลแลนด์

จากนั้น คอนเต้ กลับมา อิตาลี และไปดูงานของทีมนอกลีกแทน ซึ่งสโมสรเหล่านั้นไม่เคยมีใครมาไล่ตัวเขาไปเลย

หลังจากนั้นอีก 4 เดือน อาเรสโซ่ ที่เพิ่งปลด คอนเต้ ไปไม่นาน กลับมาง้อเขาอีกครั้ง หลังจากที่ทีมอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ด้วยการจมบ๊วย

โดยตอนนั้น พวกเขาตามหลังพื้นที่ปลอดภัยถึง 10 คะแนน ทว่า คอนเต้ มองว่า นี่คือโอกาสที่จะแก้ตัวอีกครั้ง และเขาก็รับมันอย่างเต็มใจ

Pages