Stories

ขึ้นบัญชีดำอเมริกา? : เรื่องวุ่นวายบั้นปลายอาชีพของตำนานแดนจังโก้ 'ราฟาเอล มาร์เกวซ'

Rafa Marquez U.S. blacklist

ดาวเตะผู้ลงเล่นให้กับทีมชาติเม็กซิโกไป 145 นัด ได้ลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 5 แต่ทว่าทุกการกระทำของเขาถูกจับตามอง เนื่องจากข้อกล่าวหาที่เขาได้รับจากกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มาดูเรื่องราวในบั้นปลายอาชีพของ ราฟาเอล มาร์เกวซ ตำนานนักเตะจังโก้ กันได้ที่นี่

We are part of The Trust Project What is it?

ในตอนนี้ เม็กซิโกดูจะเป็นทีมที่โดดเด่นที่สุดในการแข่งฟุตบอลโลกที่รัสเซีย หลังจากที่พวกเขาเอาชนะทีมแชมป์เก่าอย่างเยอรมนีได้ในนัดเปิดสนามของทีม

ดูเหมือนฟุตบอลโลกจะมีอะไรสักอย่างที่ดึงศักยภาพของเม็กซิโกออกมาให้กลายเป็น 1 ในทีมที่น่าจับตา เหล่านักเตะคนสำคัญของทีมๆ นี้ ดูจะเล่นกันได้เข้าขามาก ที่สำคัญคือทีมชุดนี้ส่วนใหญ่ได้ลงเล่นฟุตบอลโลกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และพาชาติของตัวเองเข้าไปถึงรอบ 16 ทีมได้ และในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทีมชุดนี้ก็ดูจะมีประสบการณ์และมีความกลมเกลียวกัน จนพร้อมเต็มที่สำหรับการแข่งขัน

แม้แต่ผู้จัดการทีมอย่าง ฮวน คาร์ลอส โอซอริโอ้ ซึ่งเคยโดนแฟนบอลโห่จากการถูกไล่ออกในเกมที่พวกเขาเอาชนะสก็อตแลนด์ ก็ได้รับการยอมรับจากแฟนบอล แต่ก็อย่างที่เขาบอกกัน บางสิ่งก็ไม่ได้ดูยอดเยี่ยมเหมือนกับที่เราเห็นนักหรอก

แฟนบอลต้องเงียบเสียงเชียร์

ราฟาเอล มาร์เกวซ เป็น 1 ใน 23 นักเตะของทัพเอล ตริ ที่ไปลุยศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ และนี้อาจเป็นสาเหตุให้แฟนบอลได้เฉลิมฉลองกัน แม้สภาพร่างกายของเขาจะเป็นเรื่องที่ถูกถกเถียง ว่าสมควรเรียกไปลุยรัสเซียหรือไม่  เนื่องจากเขาได้ลงเล่นเกมสุดท้ายในระดับสโมสรให้กับแอตลาสไปในเดือนเมษายน แต่ในด้านความเป็นผู้นำแล้ว ไม่มีใครสงสัยในตัวเขาอย่างแน่นอน

มาร์เกวซกลายเป็นผู้เล่นคนที่ 3 ที่ได้เล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถึง 5 ครั้ง และเป็นคนที่ 2 ที่เป็นผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ เมื่อกองหลังจอมเก๋ารายนี้ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามมาในช่วง 16 นาทีสุดท้ายในเกมกับเยอรมนี พร้อมกับสวมปลอกแขนกัปตันทีม ก็เป็นอันว่า เขาได้ทำสถิติดังกล่าวได้สำเร็จแล้ว

มาร์เกวซเป็นนักเตะที่เปรียบดังไอดอลของคนในประเทศ ยามที่ใส่เสื้อของทีมชาติเม็กซิโก กองหลังจอมเก๋ารายนี้มีชื่อเสียงจากการลงเล่นให้กับบาร์เซโลน่า และตำนานของทีมจังโกรายนี้ก็มีฉายาว่า ‘Kaiser de Michoacan’ (จักรพรรดิแห่งมิโชอคาน) ในวงการฟุตบอลของเม็กซิโก ความสำคัญของเขาถูกจดจำอยู่ในระดับเดียวกับที่ ฟรานซ์ เบ็คเคนบาวเออร์ มีต่อเยอรมนี

แต่การเข้าร่วมฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 5 ของมาร์เกวซ ก็ไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีนัก เขาไม่ได้มีส่วนร่วมในเกมอุ่นเครื่องกับเวลส์ ที่สหรัฐอเมริกา ส่วนสาเหตุที่เขาไม่ได้เดินทางไปกับเพื่อนร่วมทีมก็คือเรื่องของกฎหมาย ตำนานกองหลังของทีมชาติเม็กซิโกไม่สามารถเดินทางเข้าไปในสหรัฐอเมริกาได้

ในเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ ของกระทรวงการคลังในสหรัฐอเมริกา ได้ระบุชื่อของราฟาเอล มาร์เกวซ และคนอื่นๆ อีก 20 คน ว่ามีสายสัมพันธ์กับองค์กรการค้ายาเสพติดของฟลอเรส เอร์นานเดซ และธุรกิจบางอย่างของเจ้าตัวก็ถูกกล่าวหาว่าใช้เป็นที่ฟอกเงินที่ได้มาจากกิจกรรมขององค์กรค้ายาเสพติด นั่นทำให้มาร์เกวซไม่สามารถเคลื่อนย้ายทรัพย์สินได้ อีกทั้งทำให้วีซ่าของตัวเองถูกยกเลิก และทำให้เขาไม่ได้เป็นที่ชื่นชมของแฟนบอลอีกต่อไป

Rafa Marquez Mexico 2002

ซึ่งอดีตกองหลังของโมนาโกเองปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด แต่มันก็ยังทำให้เขาต้องเผชิญกับความยากลำบากอยู่ดี ทันทีที่ข่าวเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป

“เรื่องนี้มันสาหัสมากสำหรับผม” มาร์เกวซบอกกับ ESPN “ผมคิดว่าผู้คนมากมายไม่ได้ตระหนัก และไม่รู้ความจริง ผมไมได้เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย นั่นก็เพราะผมไม่ใช่อาชญากรไงล่ะ ผมไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น”

จากเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทำให้ฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งที่ทุกอย่างดูจะติดขัดไปหมดสำหรับมาร์เกวซ เขาต้องแต่งตัวต่างจากเพื่อนร่วมทีม ต้องดื่มน้ำคนล่ะขวด เขาไม่สามารถให้สัมภาษณ์บริเวณที่ใกล้ป้ายโฆษณาต่างๆ ได้ เขาไม่สามารถไปพูดคุยกับทีมงานของฟีฟ่าที่เป็นชาวอเมริกันได้ และเจ้าตัวเองก็พยายามที่จะหลีกหนีจากสายตาของผู้คนให้มากที่สุดเช่นกัน

สองชาติในหนึ่งทีม

บ่อยครั้งที่มักมีคำกล่าวออกมาว่า ทีมชาติเม็กซิโกเป็นทีมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจาก 2 ประเทศ นั่นก็คือจากสหรัฐอเมริกา ที่มีคนเชื้อสายเม็กซิกัน-อเมริกันอาศัยอยู่ เห็นได้จากจำนวนแฟนบอลที่เข้าชมเกมกระชับมิตรระหว่างประเทศ ที่จัดขึ้นในสนามแข่งอเมริกันฟุตบอลทั่วประเทศ และเมื่อบวกกับผู้รับชมเกมจำนวนมากผ่านทางโทรทัศน์ ดูเหมือนว่าทัพจังโก้ทั้งทีมจะมีความสำคัญต่อสหรัฐอเมริกา ไม่ใช้แค่เพียงเอล ไกเซอร์ เท่านั้น

ดูเหมือนว่าชุดต่างๆ ของทีมชาติเม็กซิโก จะถูกประดับประดาไปด้วยสปอนเซอร์จากอเมริกาตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยเฉพาบริษัท Stateside Corporation พยายามทำให้มั่นใจ ว่าทุกคนจะเห็นตราสินค้าของพวกเขาบนเสื้อของทัพเอล ตริ

Rafa Marquez Mexico training

แต่การที่มาร์เกวซมีรายชื่ออยู่ในบัญชีดำของอเมริกา นั่นทำให้เสื้อซ้อมที่เขาสวมใส่ไม่มีตราสปอนเซอร์ใดๆ อยู่เลย บริษัทต่างๆ ในอเมริกา ไม่อนุญาตให้มีการดำนานการเกี่ยวกับธุรกิจใดๆ กับคนที่ติดบัญชีดำของ OFAC (สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศของสหรัฐฯ)

เรื่องวุ่นวายต่างๆ ยังไม่จบลงเท่านี้ เมื่อสื่อของอเมริกาอย่างนิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า เงินจำนวน 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถูกเปลี่ยนเส้นทางการนำเงินมาให้ โดยเม็กซิโกเลือกให้เงินผ่านมาทางธนาคารในยุโรป โดยที่ไม่ผ่านสหรัฐอเมริกา ส่วนตำนานกองหลังของจังโก้อย่างมาร์เกวซ เลือกจะไม่รับเงินที่ได้จากการเข้าร่วมการแข่งขันที่รัสเซียแม้แต่สลึงเดียว

ความฝันของเม็กซิโก

ดูเหมือนว่ามาร์เกวซจะสร้างแรงกระตุ้นกับทีมได้เล็กน้อยเท่านั้น แต่เขาก็ยังสงบนิ่ง แต่ในที่สุด เขาก็โชว์ฟอร์มการเล่นออกมา โดยเฉพาะในนาทีสุดท้ายจากเกมเปิดสนามของทีม กองหลังวัย 39 ปี โชว์การหยุดแนวรุกระดับพระกาฬของเยอรมนี และเป็นอีกครั้งที่เอล ไกเซอร์ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญต่อทัพเอล ตริ

นอกจากนี้ เรายังเห็นได้ว่ามาร์เกวซให้การสนับสนุนต่อกุนซือ และเพื่อนร่วมทีมอย่างเต็มที่ อดีตกองหลังของบาร์เซโลน่าไม่เพียงแต่เป็นตำนานสำหรับคนในชาติเท่านั้น แต่เขายังเป็นตำนานสำหรับเพื่อนร่วมทีม ที่นั่งอยู่ด้วยกันในห้องแต่งตัวด้วย นักเตะหลายคนล้วนบอกว่า มาร์เกวซเป็นนักเตะต้นแบบสำหรับพวกเขาในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา

Rafa Marquez Mexico Germany

กุนซือของทัพเอล ตริ อย่างโอซอริโอ้ มั่นใจในการพานักเตะที่ผ่านจุดพีคของตัวเองมาแล้วอย่างมาร์เกวซ มาลงเล่นที่รัสเซีย เรื่องนี้เป็นการยืนยันได้อย่างดี ถึงความสำคัญของเอล ไกเซอร์ ที่มีต่อทีม มีนักเตะหลายคนที่ถูกคาดว่าจะขึ้นมาแทนที่เขา แต่ก็ยังไม่มีผู้เล่นเม็กซิกันคนไหนเลย ที่จะมีความสามารถในการผ่านบอลที่แม่นยำ เพื่อคุมเกมจากแนวลึก และแสดงภาวะผู้นำอยู่ในแนวหลังของทีม ได้เท่ากับกองหลังวัย 39 ปีคนนี้

เม็กซิโกเป็นหนึ่งในไม่กี่ทีมที่ผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ แล้วสามารถผ่านเข้าไปเล่นรอบน็อคเอาท์ได้ทุกครั้ง นับตั้งแต่ปี 1994 แต่พวกเขาก็ยังห่างไกลจากการประสบความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะพวกเขาเองตกรอบ 16 ทีม จากการแข่งขันฟุตบอลโลก 6 ครั้งหลังสุด ทำให้เป้าหมายหลักของทัพเอล ตริ ในครั้งนี้ คือการผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายให้ได้

หลังจากที่มาร์เกวซต้องเผชิญกับเรื่องราวที่ไม่น่ายินดีนัก ทีมของเขาก็ยังคงมีเป้าหมายที่จะผ่านกำแพงที่ชื่อว่า ‘รอบ 16 ทีมสุดท้าย’ ไปให้ได้ โดยที่กัปตันทีมวัย 39 ปี ซึ่งถือเป็นผู้นำคนสำคัญของเม็กซิโกทั้งในสนามและนอกสนาม ก็หวังจะทำความฝันนี้ให้สำเร็จร่วมกับลูกทีมของเขาเช่นกัน

“ผมมีความฝันที่จะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับทีมชาติ” มาร์เกวซบอกกับ ESPN “มันเหมือนเป็นหนามที่ทิ่มแทงอยู่ในใจผม เรามีโอกาสถึง 4 ครั้งที่จะทำ แต่เราก็ยังทำมันไม่สำเร็จ ในช่วงเวลานี้ และในวันนี้ ผมอยากบอกว่า ผมไม่อยากรอต่อไปอีก 4 ปีแล้ว กับการสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกับทีม”

นี่ถือเป็นเรื่องที่พิเศษสำหรับเอล ไกเซอร์จริงๆ

New features you’d love on FourFourTwo.com