ขึ้นอย่างหงส์แต่ลงไม่สวย : 8 แข้งดังที่แขวนสตั๊ดด้วยฟอร์มพังจนหมดท่า

ยอดนักเตะหลายรายเลือกยุติชีวิตค้าแข้งแบบถูกที่ถูกเวลา พวกเขาเป็นที่รักของแฟนบอล,พวกเขาได้รับการยกย่องจากสื่อ และยังมักจะถูกกล่าวถึงในฐานะตำนานเสมอเมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ตามมีนักเตะเก่งๆหลายรายที่เคยดังถึงขีดสุดแต่กลับต้องผจญกับความตกต่ำในช่วงบันปลายและแขวนสตั๊ดไปแบบไม่มีใครจดจำ

1. ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

"เดอะ ก็อด" ของเหล่าสาวกหงส์เเดงคือดาวยิงที่เปลีย่นโอกาสเป็นสกอร์ได้ง่ายดั่งปลอกกล้วย...อย่างไรก็ตามช่วงท้ายชีวิตค้าแข้งของเขากลับสะบักสะบอมจนน่าเห็นใจ

ในฐานะ 1 ในตำนานของวงการฟุตบอลอังกฤษ ฟาวเลอร์ ที่เคยค้าแข้งกับทั้ง ลิเวอร์พูล,ลีดส์,แมนฯ ซิตี้ และ เเบล็คเบิร์น ตัดสินใจเก็บข้าวของออกค้าแข้งในเเดนเอเชียตั้งแต่ช่วงปี 2009-10 กับ นอร์ธ ควีนส์แลนด์ ฟิวรี่ ทีมใน เอ ลีก ออสเตรเลีย ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ เพิร์ธ กลอรี่ ในปี 2010-11 แม้จะยิงได้ 18 ประตูกับ 2 ฤดูกาลในเเดนจิงโจ้แต่ ฟาวเลอร์ ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จในฐานะแชมป์เลย

ก่อนที่ในปี 2011 เขาจะย้ายมาอยู่กับ เมืองทอง ยูไนเต็ด แต่ในช่วงที่วงการฟุตบอลไทยกำลังตั้งไข่และเปลี่ยนจากระบบกึ่งอาชีพมาเป็นฟุตบอลอาชีพเต็มตัวจึงทำให้การปรับตัวของ ฟาวเลอร์ ทำได้ไม่ง่ายนัก เขายิงให้ กิเลนผยองฯ ได้เพียง 4 ประตูเท่านั้น และกว่าจะยิงประตูแรกได้ก็ต้องรอเป็นกว่ากว่า 250 นาทีก่อนจะยิงในเกมที่เอาชนะเชียงราย ยูไนเต็ด ได้ 4-1 หลังจากนั้นไม่นานฟาวเลอร์ก็ผันตัวรับตำแหน่งผู้เล่น,ผู้จัดการทีมในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตามต้องบอกว่าเขาไม่ประสบความสำเร็จในทั้ง 2 บทบาท

ฟาวเลอร์ ไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรติดไม้ติดมือได้เลยในการค้าแข้งกับสโมสรสุดท้ายในอาชีพของเขานอกจากนี้เจ้าตัวยังให้สัมภาษณ์ในภายหลังถึงเหตุผลที่ยกเลิกสัญญากับ เมืองทอง ก็เพราะว่าทีมมีปัญหามากเกินกว่าที่เขาเพียงคนเดียวจะแก้ไขได้ "ผมออกมาเพราะผมรู้สึกว่าผู้เล่นหลายคนไม่ได้ทุ่มเทให้ผมอย่างเต็มที่" ฟาวเลอร์อธิบาย "ผมบอกกับเจ้าของทีมนานแล้วว่าผมอยากจะกลับบ้าน ก่อนที่ผมจะทำในสิ่งที่ผมทำลงไป"ทั้งหมดนี้เป็นเพราะผมรู้สึกว่าผู้เล่นบางคนไม่เป็นมืออาชีพพอ ผมบอกทางสโมสรให้กำจัดนักเตะบางคนออกไป ไม่ใช่ว่าพวกเขาฝีเท้าแย่ แต่พวกเขาไม่ควรจะได้ลงเล่นในเกมอาชีพ เหตุผลก็คือมาตรฐานเรื่องวินัยของทีมนั้นจำเป็นจะต้องดีเยี่ยมอยู่เสมอ"

2. พอล แกสคอยน์

อัจฉริยะในระดับ 100 ปีจะมีมาเกิด 1 คน ที่สื่ออังกฤษยกย่องกลับกลายเป็นแค่ชายแก่ที่แก่กะโหลกกะลาในเวลานี้

การประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นเหมือนดาบสองคมที่ทำให้กองกลางดีกรีทีมชาติอังกฤษรายนี้ใช้ชีวิตแบบไม่ยั้งคิดและสุดเหวี่ยงจนพบจุดจบที่น่าผิดหวังอย่างสุดแม้เขาจะมีฝีเท้าที่ฉกาจฉกรรจ์ก็ตาม

แกสคอยน์ ตัดสินใจแขวนสตั๊ดในปี 2004 หลังจากลงเล่นกับ บอสตัน ยูไนเต็ด ทีมระดับนอกลีกของอังกฤษได้เพียง 4 เกมเท่านั้น ก่อนที่เขาจะเบนเข็มทิศชีวิตด้วยการเป็นโค้ชฟุตบอล ... ด้วยชื่อเสียงที่มีทำให้เขาได้รับงานคุมทีมกับสโมสร เคทเทอร์ริ่ง ทาวน์ ในปี 2005 แต่มันก็ล้มเหลวไม่ต่างจากช่วงปลายชีวิตค้าแข้งของเขาเลย

เขายังคงทำตัวห่ามๆจนเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการเมาเเล้วขับ,ทำอนาจาร(แก้ผ้า)ในที่สาธารณะ และการคิดจะฆ่าตัวตาย นั่นคือสิ่งที่นักเตะผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขาไม่ควรได้ประสบพบเจอ เขาได้รับความช่วยเหลือจากทั้งสมาคมฟุตบอลอังกฤษ,อดีตเพื่อนร่วมทีม หรือแม้แต่นักมวยผู้เคยผ่านชีวิตที่ยากลำบากอย่าง ไมค์ ไทสัน ที่พร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเยียวยาวชีวิตอันแสนตกต่ำของแกสคอยน์

ถึงแม้จะได้รับน้ำใจมากมาย แต่ปัจจุบันเขายังคงสำมะเรเทเมาอยู่เช่นเคยและยังก่อคดีเล็กๆน้อยๆพอเรียกเสียงฮาให้ได้เห็นอยู่เสมอ ...สุดเเล้วแต่กรรมพาไป พอล แคสคอยน์ จะหลุดจากบ่วงนรกนี้ได้หรือไม่คำตอบนี้มีเพียงเขาเองเท่านั้นที่ตอบได้

Pages