คุ้มค่า : 10 แข้งค่าเหนื่อยเกินเพดานที่ระเบิดฟอร์มร้อนแรงในศึกเมเจอร์ลีก

การย้ายทีมของเบ็คแฮมสู่สหรัฐอเมริกานั้นก่อให้เกิดโควต้านักเตะค่าเหนื่อยเกินเพดาน หรือ “กฎเบ็คแฮม” นับตั้งแต่วันนั้น จนวันนี้ มีผู้เล่นโควต้านี้กว่า 125 คน ทว่าใครจะทำผลงานได้ดีที่สุดนั้น ติดตามการจัดอันดับของเราได้ที่นี่  

Robert Hanashiro-USA TODAY Sports
เครดิต Robert Hanashiro-USA TODAY Sports

นับตั้งแต่ที่ เดวิด เบ็คแฮม ปีกระดับตำนานของเรอัล มาดริด และแมนฯ ยู ตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งบนแผ่นดินลูกหนังอเมริกา ก็เสมือนกับเป็นการเปิดประตูลูกหนังสู่โลกใหม่ของวงการ เพราะนับตั้งแต่นั้น มีดาวดังมากมายจากทั่วทุกมุมโลกเก็บข้าวของตบเท้าไปวาดลวดลายอยู่ที่อเมริกากันยกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น เธียร์รี่ อองรี ไล่มาจนถึง ดิดิเยร์ ดร็อกบา...

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของ กฎผู้เล่นแต่งตั้งของเมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ หรือ ที่มีชื่อเล่นว่า “กฎเดวิด เบ็คแฮม” โดยมันถูกนำมาใช้มาตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งกฎข้อนี้ได้เอื้อประโยชน์ให้บรรดาทีมในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาสามารถใช้เงินทุ่มค่าเหนื่อยเกินเพดานค่าเหนื่อยที่ลีกกำหนด ซื้อนักเตะดาวดังของโลกมาร่วมทีมได้

นับตั้งแต่นั้น ก็มีนักเตะที่ย้ายมาในโควต้าของกฎข้อนี้กว่า 125 คน ซึ่งมีทั้งนักเตะอเมริกันเอง และนักเตะต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทุกคนนั้นจะประสบความสำเร็จทั้งหมด และก่อนหน้านี้ เราได้แนะนำให้รู้จักกับ 5 แข้งที่ล้มเหลวไปแล้ว ดังนั้น ในวันนี้ เราจะขอพาทุกท่านไปรู้จักกับ 10 นักเตะค่าเหนื่อยเกินเพดานที่ทำผลงานได้ดีที่สุด จะมีใครบ้าง ติดตามได้เลย!

10. ฮวน ปาโบล อังเกล, นิวยอร์ก เร้ด บูลส์/ แอลเอ กาแล็คซี่ และ ชิวาส ยูเอสเอ

The Star Ledger-USA TODAY Sports

เครดิต The Star Ledger-USA TODAY Sports

หัวหอกชาวโคลอมเบียรายนี้คือแข้งโควต้านักเตะค่าเหนื่อยเกินเพดานรุ่นแรกของศึกเมเจอร์ลีก โดยเขาย้ายมาค้าแข้งที่ประเทศแห่งนี้ในปี 2007 กับสโมสร นิวยอร์ก เร้ด บูลส์ หลังจากที่ผ่านเวทีค้าแข้งมาพอสมควรกับ แอตเลติโก นาซิอองนาล, ริเวอร์เพลท และ แอสตัน วิลล่า ซึ่งช่วงเวลาของเขากับสโมสรนิวยอร์กนี้ ถือว่าดีทีเดียว เขาถูกยกให้เป็นกองหน้าที่ดีที่สุดคนหนึ่งของลีก เขาเป็นตัวรุกที่เล่นอย่างมีคลาส รูปร่างของเขาทำให้เขาเป็นกองหน้าที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดี แถมยังมีลูกยิงที่คมใช่เล่นอีก ทำให้ตลอด 5 ปีแรกในเวทีเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ เจ้าตัวสามารถทำประตูแตะเลข 2 หลักได้เสมอ

ในฤดูกาลแรกของเขา เจ้าตัวยิงไปทั้งสิ้น 19 ประตู ขณะที่ในปีต่อมาก็ยิงไป 16 ประตู พร้อมกับช่วยให้ทีมคว้าตำแหน่งรองแชมป์ เมเจอร์ลีก คัพ ได้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์สโมสร อย่างไรก็ตาม ในปี 2011 เจ้าตัวก็ตัดสินใจย้ายไปร่วมทัพ แอลเอ กาแล็คซี่ ทว่ากลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ดังเดิม จนทำให้สุดท้าย ก็มีอันต้องย้ายทีมอีกครั้ง โดยเป็นชิวาส ยูเอสเอที่รับตัวอังเกลไปชุบเลี้ยง ที่นั่น ดาวยิงรายนี้กลับมาโชว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง โดยเขายิงไป 7 ประตูจาก 9 นัดในช่วงท้ายฤดูกาล หลังจากนั้น เขาก็ค้าแข้งอยู่กับทีมอีก 1 ปีก่อนที่จะเก็บกระเป๋าย้ายไปค้าแข้งในลีกบ้านเกิดอีกรอบ ทิ้งสถิติ 75 ประตูในลีกตลอด 160 เกมไว้เป็นเพียงอดีต

9. ฆาเบียร์ โมราเลส , เรอัล ซอล์ต เลก

Brad Penner-USA TODAY Sports

เครดิต Brad Penner-USA TODAY Sports

กองกลางชาวอาร์เจนไตน์รายนี้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอด 10 ปีที่เขาอยู่กับทีมดังแห่งรัฐยูทาห์นี้ โดยเขาคือกำลังสำคัญที่พาทีมคว้าแชมป์บอลถ้วยได้สำเร็จในปี 2009 รวมถึงการได้เข้าชิงฟุตบอล คอนคาเคฟ แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2010-11 และ รอบชิงฟุตบอลเมเจอร์ลีก คัพ ปี 2013 ด้วย

ด้วยทักษะที่แพรวพราว บวกกับสายตาที่มักจะมองหาช่องส่งให้เพื่อนได้เสมอ ทำให้เขาคือคนที่ทำให้สโมสรแห่งนี้กลายเป็นทีมที่มีเกมรุกดุดันที่สุดทีมหนึ่งในลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่จับคู่กับ นิค ริมานโด้ และ ไคล์ เบ็คเกอร์แมน 2 ตำนานที่ยังโลดแล่นอยู่ของทีม โมราเลสสามารถทำแอสซิสต์แรกของตัวเองได้ตั้งแต่เกมแรกในสีเสื้อซอล์ต เลก โดยเขาใช้เวลาแค่ 40 วินาทีเท่านั้น ตลอดเวลาที่อยู่กับทีม โมราเลสสามารถทำแอสซิสต์แตะเลข 2 หลักได้ทั้งหมด 4 ครั้ง แถมปัจจุบันยังรั้งอยู่อันดับ 10 นักเตะจอมแอสซิสต์ของศึกเมเจอร์ลีกด้วย โดยทำไป 84 ครั้งจากการลงสนาม 240 เกม และ 9 ครั้งในการเล่นรอบเพลย์ออฟ 21 นัด

Pages