Analysis

คุ้มทุกเพนนี! 10 การซื้อขายสุดคุ้มของ หงส์แดง ในยุค พรีเมียร์ลีก

Liverpool best bargains

การได้แมนออฟเดอะแมตช์ของ เจมส์ มิลเนอร์ ในเกมเปิดสนามทำให้ Matt Ladson แห่ง This Is Anfield ได้หวนนึกถึงดีลสุดคุ้มค่าของทีมหงส์แดงในยุคพรีเมียร์ลีก โดยมีตั้งแต่นักเตะฟอร์มเด็ดค่าตัวฟรี ไปจนถึงนักเตะที่ทำกำไรให้กับทีมได้ถึง 130ล้านปอนด์

We are part of The Trust Project What is it?

เจมส์ มิลเนอร์ (ฟรี)

มิลเนอร์ คือกองกลางตัวเก๋าที่ได้กลับมาโชว์ฟอร์มดีในบั้นปลายของการค้าแข้งให้กับลิเวอร์พูลแม้อายุจะก้าวเข้าสู่วัย 33 ในฤดูกาลนี้ อดีตนักเตะของ นิวคาสเซิล, แอสตันวิลล่า และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เข้ามาอยู่ในรั้วแอนฟิลด์อย่างไร้ค่าตัวในปี 2015 หลังหมดสัญญากับแมนฯซิตี้ เพราะเจ้าตัวต้องการที่จะลงเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางและ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็ได้ให้สัญญาว่าเขาจะได้ลงเล่นในตำแหน่งดังกล่าว

ร็อดเจอร์สได้จากทีมไปในปีต่อมา แต่ด้วยความสารพัดประโยชน์และความเป็นมืออาชีพของมิลเนอร์ก็ทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้สอบถามถึงการให้เขาปรับมาเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มิลเนอร์ยอมรับว่าเขาไม่ได้ชอบมันนัก แต่เขาก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ปัจจุบัน แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ได้ครองสัมปทานในตำแหน่งแนวรับทางฝั่งซ้ายไปเรียบร้อย ส่วนมิลเนอร์ได้กลับมาเล่นได้อย่างโดดเด่นในตำแหน่งกองกลางที่เขาโหยหามาตลอดชีวิตค้าแข้ง มิลเนอร์ใกล้ที่ลงสนามให้กับลิเวอร์พูลครบ 100 เกมในอีกไม่ช้า ช่างเป็นบั้นปลายการค้าแข้งที่สดใสมากๆสำหรับกองกลางวัยเก๋า

ซามี่ ฮูเปีย (£2.5m)

ในปัจจุบันลิเวอร์พูลเป็นทีมที่มีหนึ่งในกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก หลังจากตัดสินใจทุ่มเงิน 75ล้านปอนด์เพื่อซื้อ เวอร์กิล ฟานไดจ์เข้ามาเมื่อตลาดหน้าหนาวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่กองหลังที่ดีที่สุดของหงส์แดงในยุคพรีเมียร์ลีกนั้นมีค่าตัวน้อยกว่านั้นถึง 30 เท่า

ซามี่ ฮูเปีย เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแนวรับที่ถูกยกเครื่องใหม่ทั้งหมดภายใต้การคุมทีมของ เชราร์ อุลลิเย่ร์ ในปี 1999 โดยเขาใช้เงิน 2.5 ล้านปอนด์เพื่อจ่ายให้กับทีม วิลเลมทเวล หลังจากได้คำแนะนำมาจากตากล้องชาวฟินแลนด์ประจำทีม

ฮูเปียได้เข้ามากลายเป็นศูนย์กลางของแนวรับในยุคของอุลลิเย่ร์ในยุคที่ลิเวอร์พูลคว้าสามแชมป์ได้ในปี 2001 และเขาก็ยังคงเป็นนักเตะคนสำคัญภายใต้การคุมทีมของ ราฟา เบนิเตซ ที่ทีมหงส์แดงคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกได้ในปี 2005 ฮูเปียลงสนามรับใช้ทีมหงส์แดงไป 464 เกมก่อนที่จะจากทีมไปในช่วงปลายชีวิตค้าแข้ง

ฟิลิปเป้ คูตินโย่ (£8.5m)

คูตินโย่ถูกซื้อเข้ามาด้วยราคา 8.5ล้านปอนด์จาก อินเตอร์ มิลาน ในเดือนมกราคมปี 2013 และ 5 ปีต่อมาเขาก็ได้จากทีมไปด้วยค่าตัว 142ล้านปอนด์ สู่สโมสรบาร์เซโลน่า

เพลย์เมกเกอร์ชาวบราซิลที่มีฉายาว่าพ่อมดน้อยได้เซ็นสัญญาเข้ามาในยุคของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เขาลงสนามให้ทีมไป 201 เกม ทำประตูได้ 54 ประตู และประตูทำได้ 41 ประตูในลีกนั้น 19 ประตูมาจากการยิงจากนอกกรอบเขตโทษ ซึ่งมากกว่านักเตะคนอื่นในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก

เปเป้ เรน่า (£6m)

เดี๋ยวนี้ผู้รักษาประตูไม่ได้มีค่าตัวจิ๊บๆอีกต่อไปแล้ว (ลิเวอร์พูลรู้ดี) ในฟุตบอลยุคนี้ผู้รักษาประตูนั้นไม่ใช่แค่มีปฏิกริยาที่ยอดเยี่ยมและความสามารถในการเซฟลูกยิง แต่พวกเขายังต้องสามารถออกบอลได้ดีด้วย

เบนิเตซ รับรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้วทำให้เขาเซ็นสัญญา เปเป้ เรน่า มาจาก บียาเรอัล ในปี 2006 ด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติผู้รักษาประตูที่แพงที่สุดของทีมก่อนการย้ายเข้ามาของ ซิมอน มินโญเลต์ ด้วยราคา 9 ล้านปอนด์ ในปี 2013

อดีตนายทวารของบาร์เซโลน่าลงเฝ้าเสาไปถึง 400 เกมให้กับหงส์แดง เขากลายเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่เหล่าเดอะค็อปชื่นชอบ โดยเฉพาะความสามารถในการออกบอลจากแดนหลังและการสื่อสารกับแนวรับที่เป็นสิ่งที่ลิเวอร์พูลขาดไปหลังเขาได้ย้ายออกไปในปี 2014 แต่การเซ็นสัญญา อลิสสัน เข้ามาจะเข้ามาช่วยเติมเต็มได้ในที่สุด

แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ (ฟรี)

ฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของมิลเนอร์ในช่วงนี้ทำให้เหล่าเดอะค็อปต้องหวนไปนึกถึงอดีตนักเตะชาวสก็อตวัยเก๋าอายุ 35 ปี นามว่า แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ ที่ถูกเซ็นสัญญาเข้ามาฟรีโดยอุลลิเย่ร์ในปี 2000

“เรารักเท้าขวาของเขา เราเซ็นเขามาฟรี เขาคือชายแก่หัวล้าน เขาคือแกรี่ แม็ค” คือบทเพลง(อย่างย่อๆ)ที่เดอะค็อปร้องให้กับ แม็คอัลลิสเตอร์ ผู้ที่ทำประตูได้ 7 ลูกในฤดูกาล 2000/01 เขาลงสนามไป 49 เกมและเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เขายังมีส่วนร่วมในการช่วยฟูมฟักกองกลางหนุ่มของทีมอย่าง สตีเวน เจอร์ราร์ด ก่อนที่เขาจะได้กลายมาเป็นตำนานของทีม และในตอนนี้ แม็คอัลลิสเตอร์ ก็ได้เป็นผู้ช่วยผู้ชัดการทีมของเจอร์ราร์ดที่ เรนเจอร์ส

ซาบี อลอนโซ่ (£10.7m)

เงินจำนวน 10.7 ล้านปอนด์นั้นถือว่าไม่ใช่น้อยๆเลยในปี 2014 เมื่อเบนิเตซถูกแต่งตั้งให้เข้ามาคุมทีมหงส์แดง เขาได้จ่ายให้กับ เรอัล โซเดียดาด เพื่อนักเตะกองกลางหนุ่มชาวสเปนที่ทุกคนสงสัยว่าเขาคือใคร แต่ไม่กี่ปีหลังจากนั้นเงินจำนวนนี้ก็ดูจะคุ้มค่าทุกเพนนีที่จ่ายไป

อลอนโซ่เป็นนักเตะคนสำคัญที่มีส่วนช่วยยทำประตูให้ลิเวอร์พูลพลิกกลับมาชนะได้ในนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก เขากลายมาเป็นหนึ่งในกองกลางที่คลาสสิกที่สุดในยุโรป ในภายหลังอลอนโซ่ได้ย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิก หลังจากนั้น ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าแข้งที่สุดยอดที่สุดที่นักฟุตบอลคนนึงวาดฝันไว้ในโลกฟุตบอล

โอ้ แล้วก็เขายังเคยทำประตูให้กับลิเวอร์พูลจากครึ่งสนามถึงสองครั้ง