คู่บุญ : 9 แข้งแจ้งเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกกับกุนซือคนเดิม

บางคนจะกลายเป็นยอดกองหน้าจอมถล่มประตู เมื่อได้อยู่คู่กับกุนซือคนนั้นๆ, บางคนตามโค้ชคนเดิมไปค้าแข้งทั่วไทยถึง 5 สโมสร, และบางคนก็ถึงขั้นติดทีมชาติได้ เพราะโค้ชคนนี้ 

นี่ คือ 9 นักเตะที่มักย้ายทีมประหนึ่งว่าเป็นนักเตะที่เกิดมาเพื่อกันและกันกับกุนซือคู่บุญของพวกเขา... มีใครบ้าง และช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันเป็นอย่างไร? ติดตามได้ที่นี่ 

1. ดิยุฟ บิรัม - สมชาย ชวยบุญชุม

ไอวอรี่ โคสต์ คือหนึ่งในประเทศที่ส่งออกนักเตะฝีเท้าดีไปค้าแข้งอยู่ทั่วทุกมุมโลก และเด็กหนุ่มจากแดนกาฬทวีปรายนี้ คือหนึ่งในหลายๆคนที่ตัดสินใจเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลออกไปหากินนอกบ้านเกิด

ลีกในประเทศไทยคือเป้าหมายของดาวยิงผิวสีรายนี้ โดยมี โรเบิร์ต โปรคูเรอร์ เป็นผู้ดึงตัวไปอยู่กับทัพ เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อครั้งยังโลดแล่นในระดับดิวิชั่น 1 พร้อมกับพรรคพวกอย่าง ซูมาโฮโร่ ยาย่า และ ดั๊กโน่ เซียก้า แต่ชีวิตในรัง “กิเลนผยอง” ของไม่ราบรื่นนัก เมื่อต้นสังกัดเลือกเก็บแค่ ยาย่า กับ ดั๊กโน่ ไว้ใช้งานแค่ 2 ราย แม้จะไปทดสอบฝีเท้ากับ ธนาคารกรุงไทย สมัยนั้นที่ “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษปาคม ทำทีมอยู่ ก็ยังไม่ผ่านการคัดเลือก

จนกระทั่งในปี 2008 “โค้ชหมี” สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์ กุนซือของยอดทีมย่านเมืองนนท์ในตอนนั้น ได้แนะนำให้ บิรัม ไปอยู่กับ สมชาย ชวยบุญชุม ด้วยสัญญายืมตัว ซึ่งในปีดังกล่าว สมุทรสงคราม เอฟซี ได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นไทยลีกเป็นครั้งแรกอีกด้วย ก่อนที่ “น้าฉ่วย” จะรีบคว้าตัวมาร่วมทัพทันที โดยได้รับเงินเดือนจาก “ปลาทูคะนอง” แค่ 20,000 บาท เท่านั้น แต่ “น้าฉ่วย” เผยว่าคุณภาพฝีเท้าของเขาจัดว่าอยู่ในแนวหน้าของลีก แถมเสริมต่ออีกว่าเก่งกว่า ซูมาโฮโร่ ยาย่า เสียอีก

บิรัม เป็นนักเตะที่ตอบโจทย์สไตล์การทำทีมระดับกลางอย่าง “ปลาทูคะนอง” ได้เป็นอย่างดีนั้น เป็นตัวทีเด็ดสำหรับแผนตั้งรับรอสวนกลับ ใช้ความเร็ว, ความคล่องตัว, กระชากลากเลื้อยฉีกแนวรับ อีกทั้งยังสามารถจ่ายบอลทะลุทะลวงให้เพื่อนเข้าไปทะลวงตาข่ายได้อีกด้วย แถมเป็นนักเตะขยันวิ่ง ชนิดที่ว่าลูกไม่ออกจากเส้นก็ไม่หยุดวิ่ง

สำหรับทีมน้องใหม่ การเล่นในลีกสูงสุดครั้งแรก ถือเป็นเรื่องยากเสมอ แต่พวกเขาได้ บีรัม ช่วยให้รอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ ทำให้แข้งผิวสีรายนี้ สถาปนาตัวเองเป็นลูกรักของน้าฉ่วย ถ้าหากไม่เจ็บหรือติดโทษแบน ก็จะลงสนามเป็นแนวรุกลำดับแรกของกุนซือรายนี้อยู่เสมอ

ทว่าหลังจากทีมแดนแม่กลองขาดสภาพคล่องทางการเงิน “น้าฉ่วย” ก็ไขก็อกลาออกไปทำทีม “กระต่ายป่า” จันทบุรี เอฟซี ส่วน บิรัม ก็ออกพเนจรไปตามล่าหาความสำเร็จกับ ชลบุรี เอฟซี, สุพรรณบุรี เอฟซี และ สระบุรี เอฟซี แต่ผลงานก็ไม่ได้ถึงกับเปรี้ยงปร้างเหมือนตอนอยู่ที่สมุทรสงคราม

อาจเพราะโชคชะตาและฟ้าเป็นใจ เมื่อก่อนเปิดฤดูกาล 2016 “น้าฉ่วย” ทำทีม สุโขทัย เอฟซี เลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยลีกได้ ขณะเดียวกันกับที่ สระบุรี เอฟซี ที่แม้จะรอดพ้นจากการตกชั้น แต่ไม่มีงบทำทีมต่อ เป็นเหตุให้ต้องลอยแพนักเตะในทีมทั้งหมด รวมไปถึง บิรัม ด้วย แต่ก็ได้ กุนซือคู่บุญคนเดิม ที่มีส่วนผลักดันให้บอร์ดบริหารของ “ค้างคาวไฟ” รีบเจรจาดึงตัวแข้งลูกรักไปร่วมทัพ

แม้อายจะถึงเลขหลัก 30 ปี แล้ว แต่ “น้าฉ่วย” เป็นโค้ชที่มีคู่มือและรู้วิธีการใช้งานดาวยิงชาวไอวอรี่ โคสต์ เป็นอย่างดี จึงสามารถจัดวางให้ลงเล่นในตำแหน่งที่ลงตัว ส่งผลเขาตะบันไปกว่า 11 ประตู จาก 29 นัด เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา...ปัจจุบัน เขายังคงค้าแข้งอยู่กับ "ค้างคาวไฟ" ส่วนกุนซือคู่บุญของเขานั้น ย้ายไปคุมทีม ราชนาวี เอฟซี เรียบร้อยแล้ว

Pages