คู่ปรับทะลักองศาเดือด! รวม 50 สุดยอดดาร์บี้เขย่าโลก: อันดับ 30-21

ผ่านไปแล้วครึ่งทางสำหรับ 50 คู่ปรับทะลักองศาเดือด และนี่คืออีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ ซึ่งรับรองว่าดุเดือดไม่แพ้กันอย่างแน่นอน

30. เจนัว vs ซามพ์โดเรีย

การพบกันของทั้งสองทีมถูกเรียกว่า ดาร์บี้แมตช์แห่งประภาคาร (The Derby della Lanterna) เนื่องจากในเมืองเจนัวนั้น มีประภาคารที่โด่งดังชื่อ Torre della Lanterna ซึ่งชาวเจนัวเชื่อว่า สถานที่แห่งนี้คอยปกป้องเมืองท่าของพวกเขามาเกือบพันปีแล้ว

ด้านหนึ่ง คือ เจนัว ทีมฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศอิตาลี ที่ถูกก่อตั้งเมื่อปี 1893 กับอีกด้านหนึ่งคือ ซามพ์โดเรีย ทีมอายุน้อยที่สุดในฟุตบอลอาชีพของดินแดนรองเท้าบู้ต โดย “ลาซามพ์” ก่อตั้งเมื่อปี 1946

ครั้งหนึ่ง อดีตกุนซือแชมป์โลกและนักเตะเก่าของ ซามพ์โดเรีย อย่าง มาร์เชลโล่ ลิปปี้ เคยกล่าวถึงดาร์บี้แมตช์เกมนี้ว่า “เป็นศึกผ่าเมืองที่น่ากลัวน้อยที่สุด” เพราะว่า ส่วนใหญ่แล้วทั้งสองทีมจะเล่นหยอกล้อๆกันขำๆมากกว่า และหากทั้งสองทีมโคจรมาพบกันในช่วงท้ายปี แฟนๆของทั้งคู่ก็จะส่งการ์ดอวยพรคริสมาสต์และปีใหม่ให้แก่กันอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะเป็นเช่นนี้ เพราะในปี 1989 และ 2007 สาวกของ เจนัว และ ซามพ์โดเรีย ก็เคยปะทะมาก่อนเช่นกัน

29. โคโล โคโล่ vs ยูนิเวอร์ซิดัด เดอ ชิลี

เมืองหลวงของชิลีอย่างกรุงซันติอาโก เป็นที่ตั้งของสองยักษ์ใหญ่แห่งประเทศอย่าง โคโล โคโล่ และ ยูนิเวอร์ซิดัด เดอ ชิลี

ฝั่ง ยูนิเวอร์ซิดัด เดอ ชิลี นั้นมีฉายาว่า “นกฮูก” และแน่นอนว่าคำว่า “ยูนิเวอร์ซิดัด” ก็แปลว่า มหาวิทยาลัย ในภาษาไทย

ส่วน โคโล โคโล่ นั้นถูกเรียกว่า “ทีมยอดนิยม” โดยพวกเขาเคยมีประธานสโมสรเป็นถึงจอมเผด็จการของประเทศอย่าง ออกุสโต้ ปิโนเชต์ ผู้ที่ชาวชิลีเกลียดกันมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์

และการที่นักศึกษาต้องปะทะกับผู้นำจอมเผด็จการ ก็คงไม่ต่างกับหลายๆประเทศในโลก ซึ่งนั่นส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน

ขนาดอดีตนักเตะชิเลี่ยน อย่าง อิวาน ซาโมราโน่ ผู้เคยค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด และผ่านประสบการณ์ในเกม เอล กลาซิโก้ มาแล้ว ทั้งยังเคยเล่นให้กับ อินเตอร์ มิลาน ในการทำศึกผ่าเมืองกับ เอซี มิลานเช่นกัน ยังบอกเลยว่า นี่คือเกมที่ดุเดือดที่สุดในชีวิตของเขา

“จากเกมดาร์บี้แมตช์ทั้งหมดที่ผมเคยเล่น ผมคิดว่าเกมระหว่าง โคโล โคโล่ กับ ยูนิเวอร์ซิดัด เดอ ชิลี เนี่ยแหละที่มีความสำคัญที่สุดในชีวิต” ซาโมราโน่ ยืนยัน

28. เบนฟิก้า vs สปอร์ติ้ง ลิสบอน

ศึกนี้เป็นศึกการต่อสู้ของอดีตเพื่อนรักอย่างแท้จริง

เรื่องราวเกิดขึ้นตั้งแต่ 1904 หลังจากลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่งร่วมกันก่อตั้งสโมสรกีฬา เบนฟิก้า ขึ้นมา แต่แล้วความขัดแย้งภายในสโมสรในอีกสองปีต่อมา ก็ทำให้สมาชิกบางส่วน ตัดสินใจแยกตัวกันไปตั้งเป็นสโมสรใหม่ ชื่อ สปอร์ติ้ง คลับ เดอ โปรตุเกส

จากวันนั้น ทั้งสองทีมต่างเป็นไม้เบื่อไม้เมามาตลอดหลายสิบปี มีเรื่องราวเหตุการณ์ดราม่าหลายครั้ง โดยเฉพาะเกม รอบชิงชนะเลิศ ศึกโปรตุกีส คัพ เมื่อปี 1966 ที่ก่อนเกมเกิดเหตุการณ์น่าสลดใจเกิดขึ้น

เหตุการณ์ดังกล่าว คือ วันที่ แฟนบอลสปอร์ติ้ง นามว่า รุย เมนเดส ถูกฆ่าโดยกลุ่มแฟนบอลอุลตร้าของฝั่งเบนฟิก้า จนเป็นเหตุให้ เมนเดส เสียชีวิต อย่างไรก็ตามเกมการแข่งขันในวันนั้นก็ยังเตะต่อไป โดยแฟนๆ สิงโตแห่งลิสบอน ต่างพากันตะโกนว่า “ฆาตกร ไอ้ฆาตกร” อย่างต่อเนื่องทั้งเกม แต่เมื่อจบ 90 นาที ทั้งสนามกลับเงียบอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งหมดเป็นการแสดงความเคารพต่อผู้เสียชีวิต และ ฮูโก้ อินาซิโอ้ แฟนบอลของ เหยี่ยวลิสบอน ผู้เป็นมือจุดพลุ ก็ถูกตำรวจเข้าจับกุม พร้อมกับต้องไปนอนตารางนานถึง 4 ปี

27. ไฮจ์ดุ๊ก สปลิต vs ดินาโม ซาเกร็บ

ทีมงาน FFT ขออนุญาตเปลี่ยนกฎนิดหน่อย เพราะว่า ทั้งสองทีมนี้ไม่ได้อยู่เมืองเดียวกัน แต่รับรองว่า เมื่อใดก็ตามที่ ไฮจ์ดุ๊ก สปลิต และ ดินาโม ซาเกร็บ โคจรมาพบกันละก็ รับรองว่า โครเอเชีย ได้แตกแน่นอน

ทั้งสองทีมนั้นอยู่ห่างกันราวๆ 250 ไมล์ ซึ่งเราคงไม่สามารถเรียกมันว่า เกมดาร์บี้แมตช์ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แต่ฝรั่งเลือกใช้คำว่า Eternal Derby หรือแปลเป็นไทยง่ายๆว่า คู่แค้นชั่วนิรันดร์ แทน เพราะทั้งสองทีมเปรียบเสมือน ตัวแทนของดินแดนฝั่งเหนือและใต้ที่มาหั่มหั่นกันในสนามฟุตบอล

ทั้ง ไฮจ์ดุ๊ก และ ดินาโม ต่างเป็นยักษ์ใหญ่ของประเทศ ซึ่งประสบความสำเร็จมาอย่างล้นหลาม แต่ช่วงหลายปีมานี้ ระดับชั้นของทั้งสองทีมต่างกันยังไม่เชื่อ หลังจากที่ ซาเกร็บ คว้าแชมป์ลีกมาถึง 10 ปีติดต่อกัน และทุกวันนี้สาวก ไฮจ์ดุ๊ก สปลิต ก็ได้แต่นั่งทนมองคู่แค้นตลอดกาลหัวเราะใส่หน้ามาทุกปี

26. ราจา คาซาบลานก้า vs วีแดด คาซาบลานก้า

เกมนี้ดาร์บี้แมตช์เมือง คาซาบลานก้า เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศโมร็อคโค กับสองทีมที่ใช้สนามร่วมกันอย่าง ราจา และ วีแดด

โดยฝั่ง ราจา เริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปี 1949 โดยชนชั้นแรงงานผู้มีใจรักชาติและต่อต้านฝรั่งเศสที่เข้ามาล่าอาณานิคมในขณะนั้น  ที่นี่จึงถูกขนานนามว่า สโมสรของประชาชน ขณะที่ วีแดด เกิดขึ้นตามมาในอีกทศวรรษต่อมา  โดยพวกเขาถูกตั้งโดยพวกชนชั้นสูงในประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ภาพลักษณ์นี้ก็ค่อยๆเลือนหายไปจากทีม นอกจากนี้ วีแดด ยังสร้างชื่อให้ประเทศชาติด้วยการก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์สโมสรแห่งแอฟริกาได้อีกด้วย

สำหรับการปะทะกันครั้งใหญ่ของแฟนๆทั้งสองทีมเกิดขึ้นเมื่อปี 2007 ซึ่งส่งผลให้มีคนตาย 1 คน นอกจากนี้ในปี 2010 สาวกทั้งสองทีมกว่า 100 คนทะเลาะวิวาทก่อนเกม จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมด้วย