คู่ปรับทะลักองศาเดือด! รวม 50 สุดยอดดาร์บี้เขย่าโลก: อันดับ 40-31

ยกที่สองของการนับถอยหลังคู่อริตลอดกาลของโฟร์โฟร์ทู รวมไปถึงตำรวจปราบจลาจล, บาร์เซโลน่า (ไม่ใช่เจ้าบุญทุ่ม) และศึกดาร์บี้ไม่รู้จบ...

40. อเมริกา vs เดปอร์ติโว กาลี่

ถ้าหากคุณอยากเอาชนะในศึกโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส รอบชิงชนะเลิศล่ะก็ อย่ามาจากเมืองทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของโคลอมเบียอย่างกาลี่เลยเชียว เดปอร์ติโวแพ้ทั้งสองนัดในรอบชิงชนะเลิศของพวกเขา ขณะที่เพื่อนบ้านอย่างอเมริกาคือเพื่อนเจ้าสาวจากแห่งวงการฟุตบอลอเมริกาใต้ แพ้เรียบทั้ง 4 นัดที่เข้าชิง สามหนติดต่อกันเมื่อปี 1985 ถึง 1987 ทว่าทั้งคู่กลับไปได้สวยในบอลลีก เดปอร์ติโวคว้าแชมป์ลีก 9 ครั้ง และอเมริกา 13 ครั้ง ทำให้พวกเขามีสถิติเป็นแชมป์มากที่สุดตลอดกาลอันดับ 3 ของฟุตบอลโคลอมเบีย ตามหลังแอตเลติโก นาซิอองนาลและมิลโลนาริออสเพียงสองทีมเท่านั้น และเมื่ออเมริกาก่อตั้งสโมสรอย่างเป็น ทางการเมื่อปี 1921 ไม่ต้องรอกันนานก็เกิดศึกดาร์บี้ระหว่างทั้งสองทีมนี้แล้ว
 
การพบกันครั้งแรกของพวกเขาเกิดขึ้นเมื่อปี 1931 ในรอบชิงชนะเลิศบอลถ้วย เดปอร์ติโวเอาชนะไปได้ 1-0 หลังจากอเมริกายิงได้สองหนแต่ไม่เป็นประตู ลอส ไดอาบลอส โรฮอส (คุณเดาได้ไม่ยากหรอกว่าแปลว่าอะไร) จัดการตีพิมพ์บทความประท้วงผลการแข่งขันเป็นชุดๆด้วยความโกรธเกรี้ยว ทำให้พวกเขาถูกแบนจากทัวร์นาเมนต์ท้องถื่นเป็นเวลาหนึ่งปี เพื่อเป็นการแก้ปัญหา อเมริกาเลยจัดการออกทัวร์นอกบ้านเสียเลย ซึ่งเป็นทีมแรกของโคลอมเบียที่ทำแบบนี้ และการร่อนเร่พเนจรแบบนี้ก็กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปเสียแล้ว ในเดือนมกราคม 2016 ทั้งสองต้องโคจรมาพบกันในเกมกระชับมิตรช่วงปรี-ซีซั่นที่ไมอามี ใช้เวลาแค่ 17 นาทีเท่านั้นก็มีใบแดงใบแรกให้เห็น

39. ฮัมบูร์ก vs ซังต์ เปาลี

เป็นหนึ่งดาร์บี้ที่ออกจะแปลกไปสักนิดสำหรับอริคู่นี้ หรือไม่ก็ซังต์ เปาลีเป็นสโมสรแปลกๆ ปล่อยให้ฮัมบูร์กเป็นลูกคู่ในความประหลาดบ้าๆบอๆของพวกเขา ว่ากันอีกแบบก็คือเกมนี้ถูกตำรวจเยอรมันตั้งธงไว้ว่าเป็นเกมดาร์บี้ที่รุนแรงที่สุดในวงการฟุตบอลเมืองเบียร์ แน่นอนว่าฮัมบูร์กเป็นทีมใหญ่กว่า แชมป์ลีก 6 ครั้ง, เข้าชิงถ้วยยุโรป 5 ครั้ง และมีสถิติทิ้งแบบไม่เห็นฝุ่นในศึกดาร์บี้ ขณะที่ซังต์ เปาลี กลายเป็นขวัญใจของฮิปสเตอร์รุ่นดั้งเดิม โปรดปรานเพลงร็อคและย่านโคมแดง ขณะที่ทำตัวเป็นฮูลิแกนชาตินิยมคอยรังควานทีมอื่นในปี 1980
 
แม้ผลงานบนสนามของพวกเขาจะไม่ค่อยถึงขั้นเสมอไป แต่ซังต์ เปาลีก็เอาชนะได้ในปีที่ฮัมบูร์กคว้าแชมป์ และสถาปนาเป็นปฏิปักษ์ต่อกันจนถึงทุกวันนี้ ในปี 2011 ฮัมบูร์กปรับพื้นหญ้าใหม่สี่วันก่อนศึกดาร์บี้ ซึ่งต่อมาได้ถูกเลื่อนการแข่งขันออกไปเพราะฝนตกหนัก ทำให้เหล่าแฟนบอลซังต์ เปาลี ที่ผิดคิวจากเกมการแข่งขัน ก็ถูกโจมตีโดยฮูลิแกนของฮัมบูร์กในผับของทีมคู่อริ และในแมตช์ที่จัดแข่งกันใหม่ ซึ่งเป็นชัยชนะของซังต์ เปาลี ในศึกดาร์บี้ครั้งแรกรอบ 34 ปี ตำรวจปราบจลาจลต้องโหมเข้ายับยั้งเหตุการณ์และฉีดสเปรย์พริกไทยรอบๆอัฒจันทร์ฝั่งทีมเยือนเลยทีเดียว...

38. อลิอันซ่า ลิม่า vs ยูนิเวอร์ซิตาริโอ

พบกับสองสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเปรู ก่อตั้งเมื่อปี 1901 โดยกรรมกรและคนเลี้ยงม้าท้องถิ่น อลิอันซ่าเคยเป็นแชมป์ถึง 26 ครั้ง มากกว่าเพื่อนบ้านเมืองลิม่าอย่างยูนิเวอร์ซิตาริโอถึง 4 รั้ง (ก่อตั้งตรงตามชื่อสโมสร โดยเหล่านักศึกษาและศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยนานาชาติซาน มาร์กอส ในปี 1924) ศึกดาร์บี้ครั้งแรกเริ่มในปี 1928 ที่ยูนิเวอร์ซิตาริโอขึ้นนำก่อน และทีมยักษ์ใหญ่อย่างอลิอันซ่าก็ทำได้ไม่ดีนัก เสียผู้เล่นถึง 5 คน จากการโดนใบแดงไล่ออกจากสนามก่อนเกมจะถูกยกเลิก กองเชียร์ของอลิอันซ่าพยายามบุกเข้าไปในส่วนอาคารที่พักของแฟนบอลยูนิเวอร์ซิตาริโอ ที่ตอบโต้โดยฟาดไม้เท้าใส่ ทำให้เกมนี้ถูกเรียกในชื่อว่า เอล กลาซิโก้ เดอ ลอส บาสโตนาซอส (ไม้ตะบอง)
 
อลิอันซ่าเอาชนะได้ 131 ครั้ง ส่วนยูนิเวอร์ซิตาริโอ 115 ครั้ง แต่ยูนิเวอร์ซิตาริโอมีสนามที่ใหญ่กว่า จุคนได้ถึง 80,000 คน ในสนามเอสตาดิโอ โมนูเมนตัล มากกว่าขนาดสนามของอลิอันซ่าอย่าง เอสตาดิโอ อเลฮันโดร บียาบูเอบา ถึงสองเท่า บางคนอาจคิดว่าการเสียชีวิตของผู้เล่นอลิอันซ่าทั้งทีม จากเหตุเครื่องบินตกในปี 1987 จะทำให้ความเป็นอริกันเบาบางลง แต่มันไม่ใช่เลย เมื่อทั้งสองพบกันในศึกโคปา ลิเบอตาดอเรส ในปีถัดมา และการแข่งขันก็ต้องถูกยกเลิก (อีกครั้ง) หลังอลิอันซ่ามีผู้เล่นโดนไล่ออกสามคน และต้องจำเป็นต้องออกจากสนามเนื่องจากบาดเจ็บอีกสองคน แต่เหตุการณ์ที่ช็อคที่สุดคนหนีไม่พ้นในปี 2011 เมื่อฮูลิแกนของยูนิเวอร์ซิตาริโอพังเข้าไปในโซนฝ่ายบริหารของสนามโมนูเมนตัล และเหวี่ยงแฟนบอลวัย 23 ปี ตกลงมาเสียชีวิต

37. ซีเอสเคเอ โซเฟีย vs เลฟสกี้ โซเฟีย

ตรงกันข้ามกับชื่ออันอ่อนหวานของทั้งสองทีม ศึกดาร์บี้ไม่รู้จบของพวกเขาเริ่มขึ้นช้ากว่าหลายคู่ส่วนใหญ่ แต่พวกเขาจะมีรากฐานมาจากทีมทหารเหมือนกัน ซีเอสเคเอก่อตั้งขึ้นในปี 1948 บางทีอาจจะนึกขึ้นได้ว่าพวกเขาเริ่มปาร์ตี้ช้าเกินไป ทีมหน้าใหม่นี้เตรียมพร้อมแบบทันทีที่จะครองวงการฟุตบอลบัลแกเรีย (คว้าแชมป์ลีกสูงสุด 8 สมัย ในปี 1950) แต่ไม่ได้ปราศจากการต่อสู้อย่างดุเดือดกับทีมเก่าแก่อย่างเลฟสกี้ ตลอด 6 ศตวรรษถัดมา ซีเอสเคเอคว้าแชมป์ลีก 31 ครั้ง ส่วนเลฟสกี้ 26 ทว่าทั้งสองห่างมือจากถ้วยรางวัลมาตั้งแต่ปี 2008 แต่นั่นมีแต่จะให้ศึกดาร์บี้สำคัญยิ่งขึ้นไปอีกสำหรับแฟนบอลผู้หิวกระหาย
 
ศึกดาร์บี้ครั้งที่พีคที่สุดคงหนีไม่พ้นในรายการบัลแกเรียน คัพ รอบชิงชนะเลิศ ปี 1985 ในเกมดังกล่าวมีทั้งประตูจากแฮนด์บอล, สองจุดโทษปัญหา และสองใบแดง ซึ่งเป็นแค่ส่วนหนึ่งจากการตัดสินแบบน่ากังขาของกรรมการอย่างอัสปารูห์ ยาเซนอฟ แน่นอนว่านายทวารของเลฟสกี้อย่างบ็อบบี้ มิไฮลอฟ ข้องใจมากพอที่จะซัดผู้ตัดสินคนดังกล่าวไปสองที ซีเอสเคเอเอาชนะไป 2-1 แต่ก่อนจะสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย ก็เกิดเหตุตะลุมบอนกันยกใหญ่ในช่วงก่อนหมดเวลา ที่แม้ว่าตำรวจบัลแกเรียจะพยายามเข้ายับยั้งเหตุการณ์ พรรคคอมมิวนิสต์ที่ปกครองประเทศในตอนนั้นก็ต้องเข้ามาจัดการเสียเอง และลงโทษแบนตลอดชีวิตนักเตะถึง 5 คน รวมไปถึงฮริสโต สตอยช์คอฟ ในวัยหนุ่มด้วย ไม่นานนักโทษแบนดังกล่าวก็ถูกยกเลิก ขณะที่มิไฮลอฟ หลังจากเสร็จสิ้นช่วงเวลากับเรดดิ้ง เขาก็กลับไปรับตำแหน่งใหญ่ในสมาคมฟุตบอลบัลแกเรีย

36. เซอร์โร่ ปอร์เตโน่ vs โอลิมเปีย

กว่า 9 ใน 10 ของแฟนบอลปารากวัย จะเชียร์ทีมเดียวหรืออีกทีมหนึ่งจากเมืองหลวงเดียวกัน ในเมืองอซุนซิออง โอลิมเปียคือสโมสรแรกในปารากวัย ก่อตั้งในปี 1902 โดยชาวดัตช์อย่างวิลเลียม แพตส์ และตั้งชื่อตามเมืองในตำนานกรีกอย่างโอลิมเปีย และแต่เดิมก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกชนชั้นสูง ส่วนเซอร์ร่า ปอร์เตโน่ ตั้งชื่อตามสมรภูมิที่ปารากวัยขับไล่กองทัพของอาร์เจนติน่าออกจากประเทศในปี 1811 แต่มันก็ไม่ได้หยุดยั้งให้สโมสรแต่งตั้งผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนติน่าหลายต่อหลายคน รวมไปถึงตาต้า มาร์ติโน่ และออสซี่ อาร์ดิเลส สโมสรแห่งนี้มาจากเขตโอเบรโบ ซึ่งมีความหมายว่า 'กรรมกร' โดยแฟนบอลส่วนใหญ่ของสโมสรมาจากพื้นเพที่ต้อยต่ำ
 
ศึกดาร์บี้หนแรกจบลงด้วยเรื่องตลก เมื่อโอลิมเปียไม่สามารถเอาชนะได้ และในปี 1969 มิเกล อังเกล โซซ่า ชองเซอร์โร่ ปอร์เตโน่ ทำให้แฟนบอลคู่ต้องอริฉุนเฉียว โดยการล็อกหลบผู้รักษาประตูไปแล้วนั่งทับบอลบนเส้นปากประตูก่อนแล้วค่อยยิง ต่อมาในปี 2009 เป็นศึกดาร์บี้ที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ควรลืมๆไปซะสำหรับดาริโอ กาบาเยโร่ ของโอลิมเปีย อดีตกองหลังของเซอร์โร่ ปอร์เตโน่รายนี้ (คนทรยศ!) ทำประตูโทนในเกมนี้ ทว่ากลับเป็นการโหม่งเข้าประตูตัวเอง แถมยังต้องทำแผลที่หัวหลังจากถูกคนดูขว้างก้อนน้ำแข็งใส่ และเป็นหนึ่งในห้านักเตะที่โดนไล่ออกจากสนาม