คู่ปรับทะลักองศาเดือด! รวม 50 สุดยอดดาร์บี้เขย่าโลก: อันดับ 50-41

ขอต้อนรับเข้าสู่ดาร์บี้ทะลักเดือดแห่งวงการฟุตบอลที่จัดลำดับโดยโฟร์โฟร์ทู โดยเราจะมาเริ่มต้นที่ดาร์บี้แมตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า, ตำรวจสืบราชการลับ และไสยศาสตร์กันก่อนเลย...

50. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด vs เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์

ดาร์บี้ครั้งแรกในเมืองเชฟฟิลด์เริ่มต้นเมื่อปี 1860 โดยเชฟฟิลด์ เอฟซี ต้องรอถึง 3 ปีกว่าจะมีฮัลลัมเกิดขึ้นมาเป็นคู่รับร่วมเมือง แต่เอาเข้าจริงๆกว่าจะเริ่มต้นดาร์บี้แมตช์เมืองเหล็กกล้าก็ต้องรอจนกระทั่งปี 1890 ซึ่งนับแต่นั้นมาก็ได้กลายเป็นหนึ่งในคู่ปรับที่สูสีที่สุดในวงการฟุตบอล โดยยูไนเต็ดชนะ 45 เว้นส์เดย์​42 และเสมอกัน 40 หน

สถิติผู้ชมสูงสุดของคู่นี้อยู่ที่เกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ปี 1993 ที่เว้นส์เดย์ชนะ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษที่เวมบลีย์ และมีเพียง 4 หนจาก 114 แมตช์เท่านั้นที่เกิดขึ้นในระดับที่ต่ำกว่าสองดิวิชั่นแรก ซึ่งแฟนบอลนกเค้าแมวคงไม่อยากให้ทีมดาบคู่เลื่อนชั้นขึ้นมาเพื่อฟาดแข้งกันอีกแน่

49. บลูมมิ่ง vs โอเรียนเต้ เปโตรเลโร่

คุณสามารถคาดหวังได้เลยว่าจะมีงานพลุไฟในเกมกลาสซิโก้ ครูเซโน่ ในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโบลิเวียอย่างซานตา ครูซ​ พวกเขาอาจไม่ประสบความสำเร็จเหมือนมหาอำนาจของประเทศอย่างโบลิวาร์และเดอะ สตรองเกสต์ แต่บลูมมิ่งคือแชมป์ลีก 5 สมัย ซึ่งชื่อนั้นดูจะตั้งตามพวกบุปผาชนมากกว่ากวี ส่วนโอเรียนเต้ เปตรเลโร่ แชมป์ 4 สมัยถูกกก่อตั้งขึ้นโดยคนงานขุดเจาะน้ำมัน และพวกเขาก็ไม่ต้องการเห็นอีกฝ่ายได้ดีไปกว่าตัวเอง

เมื่อปี 2008 มาร์เชโล่ อกีร์เร่ ฉลองประตูด้วยท่าเต้นไก่ ซึ่งนำไปสู่ 3 ใบแดงและการตะลุมบอน จนตำรวจต้องเข้ามาปรามเพื่อให้เกมสามารถเริ่มใหม่ได้อีกครั้ง ก่อนที่ฝั่งบลูมมิ่งจะเอาคืนในปีต่อมา เมื่อ เซร์คิโอ ฮัวเรกี เป็นฝ่ายเปิดก่อนด้วยการถีบเข้ายอดหน้าของ เลโอนาร์โด้ เมดิน่า ของโอเรียนเต้ ทำให้ทั้งสองคนถูกไล่ออกและฮัวเรกีต้องโดนแบนไป 9 เดือน ถึงโฮเรียนเต้จะชนะมากกว่า แต่บลูมมิ่งต่างหากที่เป็นฝ่ายชนะครั้งถล่มทลายที่สุดในประวัติศาสตร์การเจอกัน โดยอัดไป 5-0 เมื่อปี 1994 แม้ว่าแมตช์ดังกล่าวจะยังเตะไม่จบดีเมื่อมีแฟนบอลโอเรียนเต้บุกเข้ามาในสนามในช่วง 20 นาทีสุดท้ายก็ตาม

48. พอร์ทแลนด์ ทิมเบอร์ส vs ซีแอตเทิล ซาวเดอร์ส

ถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างกัน 173 ไมล์ แต่พอร์ทแลนด์และซีแอตเทิลก็ก้าวขึ้นมาเป็นคู่ปรับแห่งละแวกอเมริกาเหนือ ซึ่งอยู่ไกลจากคู่ปรับฝั่งคอนเฟเรนซ์ตะวันตกของเอ็มแอลเอสอย่างแวนคูเวอร์กับฮุสตันไป 2,400 ไมล์ โดยตั้งแต่ปี 1975 นั้น สองทีมแถบแปซิฟิก นอร์ธเวสต์ได้ฟาดแข้งกันมาถึง 4 ลีก จากนอร์ธ อเมริกัน ซอคเก้อร์ ลีก ผ่านเวสเทิร์น ซอคเก้อร์ อลิอันซ์ และยูไนเต็ด ซอคเก้อร์​ ลีก ก่อนที่ความเป็นคู่ปรับจะรุนแรงขึ้นในปี 2011 เมื่อทิมเบอร์สตามซาวเดอร์สเข้ามาเป็นส่วนหนึง่ของเอ็มแอลเอสได้สำเร็จ

มันคือแมตช์ที่มีความบาดหมางกันมากที่สุดในลีก (และนั่นทำให้มีคนเข้าชมเยอะที่สุดด้วย โดยการเจอกัน 4 ครั้งหลังสุดที่สนามของซีแอตเทิล ได้สร้างสถิติผู้ชมสูงสุด 7 อันดับของประวัติศาสตร์เอ็มแอลเอส) และขณะที่แทบจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น แฟนๆก็ได้แสดงออกถึงความไม่ชอบขี้หน้ากันด้วยเพลงและการแปลอักษรขนาดใหญ่แทน และความเป็นคู่ปรับก็ได้ขยายไปถึงผู้มีตำแหน่งสูงส่งด้วย เมื่อ แซม อดัมส์ นายกเทศมนตรีของพอร์ทแลนด์และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดถูกบังคับให้ผูกผ้าพันคอซาวเดอร์สไป 1 วันเต็มๆ หลังจากที่แพ้พนัน ไมค์ แม็คกินน์ นายกเทศมนตรีของซีแอตเทิลว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะในแมตช์เมื่อปี 2011

47. ลียง vs แซงต์ เอเตียนน์

It's the blue-collar working class against the white-collar admin workers"

โรห์น-แอลป์ดาร์บี้คู่นี้เป็นที่รู้จักกันในนามของเลอ ดาร์บี้ ซึ่งทั้งคู่ที่อยู่ไกลกันไม่ถึง 30 ไมล์ฟาดแข้งกันครั้งแรกเมื่อปี 1951 และได้กลายมาเป็นตัวแทนของชนชั้น ซึ่งแซงต์ เอเตียนน์ เป็นตัวแทนของชนชั้นแรงงาน ส่วนลียงนั้นคือตัวแทนของชนชั้นกลาง

โดยในช่วงแรกเริ่มนั้นทีมแห่งชนชั้นแรงงานได้ครองความยิ่งใหญ่คว้าแชมป์ลีกถึง 10 สมัยระหว่างปี 1957 ถึง 1981 และยังเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ ปี 1976 ด้วย ขณะเดียวกันพวกเขาก็ถล่มทีมเพื่อนบ้านไป 7-1 ในปี 1969  แต่จากนั้นพวกเขาก็เริ่มตกต่ำ และตั้งแต่ปี 2002 ลียงก็เรีิ่มกู้หน้าให้ตัวเองได้บ้าง โดยคว้าแชมป์ลีก เอิง 7 สมัยติดต่อกัน ซึ่งตอนนี้ก็ได้เป็นการพะบู๊กันของสองทีมในกลุ่มท็อป 6 ไปเรียบร้อย ทำให้ความเป็นคู่ปรับมีชีวิชีวาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

46. นีเวลส์ โอลด์ บอยส์ vs โรซาริโอ เซ็นทรัล 

พวกเขาคือสองทีมขาประจำในลีกสูงสุดของอาร์เจนติน่า ที่ตั้งอยู่ในเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศอย่างโรซาริโอที่มีแฟนบอลที่มีชื่อเสียงอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ทีเชียร์นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ก่อนจะย้ายไปบาร์เซโลน่าเมื่อตอนอายุ 14 ขณะที่ เช เกวาร่า ก็เป็นแฟนขอโรซาริโอ เซ็นทรัล ก่อนจะไปทำการปฏิวัติที่คิวบา

ซึ่งการเป็นคู่ปรับของพวกเขาเข้มข้นสุดในช่วงทศวรรษที่ 1920 เมื่อโรคเรื้อนเกิดแพร่ระบาดในเมือง จนโรงพยาบาลท้องถิ่นได้ขอให้ทั้งสองทีมจัดแมตช์ขึ้นมาระดมทุน แต่ทางโรซาริโอ เซ็นทรัล ปฏิเสธ นั่นทำให้แฟนบอลนีเวลล์สเรียกพวกเขาว่า “ไอ้ชั่ว” ดังนั้นโรซาริโอเลยตอกกลับไปว่า “ไอ้เรื้อน” และมันก็ยังใช้มาจนถึงทุกวันนี้

โดยในตอนนี้ มักซี่ โรดริเกวซ อดีตปีกเอสปันญ่อล, แอตเลติโก มาดริด และลิเวอร์พูล ได้กลับไปยังนีเวลล์สสโมสรแรกของตัวเองแล้ว แต่หลายๆอย่างก็ดูจะรุนแรงขึ้นในปี  2015 เมื่อแฟนบอลโรซาริโอได้รัวกระสุนปืนใส่บ้านยายของเขา และละเลงข้อความข่มขวัญไว้บนกำแพง ซึ่งที่จริงความสัมพันธ์ของคู่นี้ไม่เคยญาติดีกันอยู่แล้ว เมื่อในปี 1974 นีเวลล์สได้คัมแบ็คช่วงท้ายเกมในนัดสุดท้ายของเกมเมโทรโปลิตาโน่ แชมเปี้ยนชิพ เอาชนะโรซาริโอคว้าแชมป์ในบั้นปลาย จนแฟนบอลลงมาจากอัฒจันทร์และมีเรื่องชกต่อยกัน ทำให้แมตช์ดังกล่าวต้องถูกระงับไปในที่สุด