คู่ปรับทะลักองศาเดือด! รวม 50 สุดยอดดาร์บี้เขย่าโลก: อันดับ 6 เฟเนรบาห์เช่ - กาลาตาซาราย

“มันไม่ใช่การกระทำที่ฉลาดที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมา” แกรม ซูเนสส์ พูดถึงวีรกรรมของเขาในแมตช์อินเตอร์คอนติเนนตัล ดาร์บี้ เมื่อปี 1996

การที่จะปักธงได้นั้นก็เหมือนกับทุกอย่างที่คนเราทำในชีวิตที่ต้องดูจังหวะเวลาและสถานที่ด้วย คือถ้าไปเหยียบดวงจันทร์นั่นก็เป็นสิ่งที่สมควรทำ แต่ถ้าเป็นกลางสนามของเฟเนรบาห์เช่ แล้วถ้าคุณเป็นผู้จัดการทีมกาลาตาซารายที่เพิ่งชนะพวกเขาในเกมนัดชิงบอลถ้วยแล้ว นั่นไม่สมควรทำเป็นอันขาด

“ตอนที่ผมปักมันลงไปเสร็จ ผมก็เห็นทันทีว่ามีแฟนบอลหลายคนพยายามกรูลงมาในสนาม” ซูเนสส์รำลึกความหลัง

โชคดีสำหรับซูอี้ที่ไม่ได้รับอันตรายจากความห้าวอยากจะเป็น นีล อาร์มสตรอง ของตัวเอง ซึ่งรองประธานเฟเนรบาห์เช่ที่เขาตราหน้าซูเนสส์ว่าเป็น “คนพิการคนหนึ่ง” หลังจากที่กุนซือชาวสก็อตไปผ่าตัดหัวใจมามองว่ามันเป็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติเลย

จุดกำเนิด

ความจงเกลียดจงชังระหว่าง 2 สโมสรของเมืองอิสตันบูลที่อยู่คนละฟากฝั่งของช่องแคบบอสฟอรัสไม่เคยเลือนหายไปเลย ซึ่งที่จริงแล้วทั้ง 2 ทีมอยู่คนละทวีปด้วยซ้ำ เมื่อกาลาตาซารายอยู่ในยุโรป ส่วนเฟเนรบาห์เช่อยู่ในเอเชีย

“เฟเนรบาห์เช่เป็นทีมที่ห่วยแตกที่สุดในโลก” แฟนบอลกาลาตาซารายหัวรุนแรงคนหนึ่งเคยกล่าวไว้กับ FFT “พวกมันทำฟาวล์มากที่สุด, ต่ำช้าที่สุด, และน่าอัปยศที่สุด พวกมันไม่ได้มีค่าอะไรเลย และแฟนบอลของพวกมันนี่ยิ่งกว่าด้วยซ้ำ”

ซึ่งอินเตอร์คอนติเนนตัล ดาร์บี้ ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าคลาสสิคของความเป็นคู่ปรับท้องถิ่นเลย พวกเขาไม่ได้มีความแตกต่างทางชาติพันธ์ุหรือศาสนา ถึงแม้ว่าชนชั้นและประวัติศาสตร์คือตัวแบ่งแยกทั้งคู่ออกจากกันก็ตาม

Fenerbahce fans

แฟนบอลเฟเนรบาห์เช่ปะทะกับตำรวจในปี 2012

โดยในทศวรรษที่ 1970 นักวิชาการชั้นนำชาวตุรกี (และเป็นแฟนบอลเฟเนรบาห์เช่) ท่านหนึ่ง ได้ให้คำจำกัดความถึงกาลาตาซารายว่าเป็นสโมสรที่ปกครองโดยชนชั้นสูงของยุโรป ส่วนเฟเนรบาห์เช่เป็นสโมสรของชนชั้นกลาง

กาลาตาซารายถูกก่อตั้งขึ้นโดยศิษย์เก่าของกาลาตาซาราย ไฮก์สคูล ซึ่งเทียบได้กับโรงเรียนผู้ดีอีตันของอังกฤษที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้การศึกษาในแบบภาษาฝรั่งเศสให้กับชนชั้นสูงของจักรวรรดิอ็อตโตมัน  ซึ่งในปี 1907 อาลี ซามี เยน ได้ชักชวนเพื่อนๆเริ่มตั้งทีมฟุตบอล โดยใช้ลูกบอลที่ทำจากแผ่นหนังของรองเท้าตัวเอง

ขณะเดียวกันเฟเนรบาห์เช่คือสโมสรที่ถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มทุนใหม่ที่ขับเคลื่อนคาบสมุทรอนาโตเลีย โดยพวกเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์จุลภาคที่ทำให้ตุรกีฝั่งเอเชียมีความทันสมัยอย่างรวดเร็ว ด้วยความทะเยอทะยาน, ทำงานหนัก และไหวพริบทางการเงิน

อตาเติร์ก แฟนบอลระดับนายพล

ซึ่งความเป็นอัตลักษณ์ของเฟเนรบาห์เช่ในฐานะตัวแทนจากฝั่งเอเชียต้องย้อนกลับไปตอนที่ มุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก ท่านนายพลจอมอื่มหนักและรัฐบุรุษสาวกตัวเป้งของสโมสรยังมีชีวิต และยังว่ากันว่าเป็นผู้เสกให้เฟเนรบาห์ “ประสบความสำเร็จไปตลอดกาล” ด้วย

แม้จะมีการกล่าวว่าการที่บุคคลสำคัญระดับชาติให้การสนับสนุนแบบออกนอกหน้านั้นคือสิ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง แต่ตอนนี้ส่วนใหญ่ก็ยอมรับว่าสิ่งที่อตาเติร์กทำให้กับเฟเนรบาห์เช่นั้นเต็มไปด้วยความรักให้กับสโมสรจริงๆ และเรื่องราวการมาเยี่ยมชมสนามที่อยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลมาร์มะราในปี 1918 นั้นได้ขึ้นหิ้งเป็นประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการของสโมสรด้วย

ซึ่งทั้งสโมสรและแฟนๆจต่างภาคภูมิใจกับการสนับสนุนสงครามที่อตาเติร์กต่อสู้กับชาวกรีกเพื่อก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกีท่ามกลางซากปรักหักพังของจักรวรรดิอ็อตโตมัน ซึ่งประวัติศาสตร์สโมสรได้เล่าถึงตอนเที่ยงคืนอันน่าตื่นเต้นเมื่อเฟเนรบาห์เช่ใช้ชัยภูมิอันได้เปรียบที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำช่วยลักลอบจนอาวุธและคอยช่วยซัพพอร์ทจากอิสตันบูลไปยังกองทัพของอตาเติร์กที่ตุรกีกลาง

Galatasaray fans

แฟนบอลกาลาตาซารายฉลองชัยชนะ

อย่างไรก็ตามประวัติศาสตร์ดังกล่าวมีผลกับความจงรักภักดีในปัจจุบันน้อยมาก “ดาร์บี้ทีอื่นๆอาจมีเรื่องเชื้อชาติหรือศาสนาหรือชนชั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ที่ตุรกีนั้นหลายๆอย่างมันต่างกัน” แฟนบอลคนหนึ่งกล่าวกับ FFT “ที่นี่การเลืกเชียร์สโมสรก็เหมือนกับเลือกพรรคการเมือง ทุกคนสามารถเชียร์สโมสรไหนก็ได้ ทำให้แต่ละสโมสรต้องแย่งกันหาฐานแฟนบอลกลุ่มใหม่ๆ”

คนทรยศ

ในเกมดาร์บี้ครั้งแรกเมื่อปี 1909 กาลาตาซารายเป็นฝ่ายคว้าชัยไปได้ ซึ่งหนึ่งในประตูที่ทำได้มาจากแข้งอังกฤษที่ชื่อว่า โฮราซ อาร์มิเทจ โดยเขาเป็นนักเตะคนแรกที่เล่นให้กับทั้ง 2 สโมสร แต่การย้ายข้ามฟากนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดา มีเพียงแค่ 1 หรือ 2 คนเท่านั้นที่เป็นข้อยกเว้น และ 1 ในนั้นก็คือ ฮาอิม เรวิโว่

กองกลางชาวอิสราเอลผู้เป็นที่รักของแฟนๆเฟเนรรายนี้ได้หันหลังให้กับสโมสรอย่างกะทันหันเมื่อเดือนมกราคม 2003 โดยอ้างว่าได้รับการปฏิบัติจากทีมอย่างย่ำแย่ ทั้งที่มีข้อเสนอมากมายทั่วยุโรป แต่เจ้าตัวกลับเลือกซบกาลาตาซารายด้วยสัญญา 2 ปี บางทีเรวิโว่น่าจะคิดได้ว่าตัวเองควรตัดสินใจดีกว่านี้ เพราะตอนที่นอนโรงพยาบาล เขาได้มองไปยังหน้าต่างแล้วเห็นว่าตึกถูกโอบล้อมด้วยแฟนบอลเฟเนรบาห์เช่ผู้กริ้วโกรธชูป้ายว่าเขาคือ ‘คนทรยศ’ และไม่กี่เดือนหลังจากนั้นเขาก็กลับไปยังอิสราเอล

โดยความเกลียดชังนั้นได้ก่อตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1934 เมื่อเหตุทะเลาะวิวาทกันระหว่างกาลาตาซารายและเฟเนรบาห์เช่เป็นเหตุให้เกมกระชับมิตรต้องยกเลิกกลางคัน ซึ่งในปัจจุบันนี้ทั้ง 2 ทีมก็ได้มีแฟนบอลกระจายไปทั่วโลก

“ลืมกลาสโกว์,​ บาร์เซโลน่าไปได้เลย” แฟนคนหนึ่งที่เดินทาง 870 ไมล์จากบริเวณใกล้กับชายแดนซีเรียเพื่อมาชมเกมนี้กล่าว “นี่คือดาร์บี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก”