คุยหลังเกมพบสิงคโปร์กับ...เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

ซิโก้ ให้ความเห็นหลังเกมเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ระหว่างไทยกับสิงคโปร์ ไว้หลายประเด็นด้วยกัน…

หมาก 4-2-3-1

หลังจากที่ใช้หมาก 3-5-2 ในเกมกับอินโดนีเซีย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ก็ลองปรับมาใช้ 4-2-3-1 เพื่อรับมือกับแผนรถบัสของสิงคโปร์ โดยให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ขยับไปยืนเป็นหน้าต่ำอยู่ข้างหลัง ธีรศิลป์ แดงดา

“เหตุผลที่ใช้ชนาธิปเป็นหน้าต่ำเพราะต้องการใช้การทะลุลวงของเจเข้าไปเพื่อเจาะแนวรับอันหนาแน่นของสิงคโปร์ พี่ให้เขาเล่นเกมรุกเต็มตัวเลย”
“แต่เกมนี้ก็ไม่ง่าย ก่อนเกมเราดีว่า สิงคโปร์สามารถเสมอกับ ญี่ปุ่น ได้ 0-0 ดังนั้นเราต้องค่อยๆเดินเกม แม้เราจะมีโอกาสครองบอลมากกว่า แต่สิงคโปร์ก็เล่นได้ค่อนข้างเหนียวแน่น ส่วนตัวคิดว่าอาจจะจบด้วยสกอร์ 0-0 แล้ว”

“เป็นเกมที่ค่อนข้างอึดอัด ท้ายเกมเรามีการเปลี่ยนแท็คติกจาก แผงแบ็กโฟร์ มาเป็น แบ็กทรี ทำให้เกมเราต่อเนื่อง เราใส่ตัวรุกลงไปมากขึ้น แต่ก็ต้องไม่ลืมเรื่องของเกมรับ เพราะเราเองมีโอกาสเสียประตูได้เช่นกัน หากเราเสียประตู 1 ในเกมนี้ เราอาจจะกลายเป็นผู้แพ้ไปเลย ต้องชื่นชมน้องๆที่ทำงานหนัก จนผ่านสามารถเข้าสู่รอบรองฯได้สำเร็จ”

“เราเรียนรู้จากทีมชุดนี้มาเป็นเวลา 3-4 ปี แราพยายามให้เด็กทุกคนสามารถเล่นได้ตามระบบตามๆ ทั้ง 4-4-2, 4-2-3-1, 4-3-3, 3-4-1-2, 5-3-2 เพื่อให้คู่แข่งจับทางเรายากขึ้น และทำงานหนักขึ้น เกมนี้ทุกคนทำได้ดี เราต้องการรักษามาตรฐานในระดับอาเซียน แม้จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแล้ว ดังนั้น เกมกับ ฟิลิปปินส์ เราจะลงเล่นร้อยเปอร์เซ็นต์ ตามเป้าหมายที่ต้องการคว้า 3 คะแนนทุกนัด”
 

‘ศราวุฒิ’ ซูเปอร์ซับ

ซิโก้ ได้ส่ง ศราวุฒิ มาสุข ลงมาเป็นตัวสำรอง แล้วทำประตูได้เพียงโอกาสแรกของเขา ซึ่งกุนซือวัย 43 ปีก็ได้กล่าวชื่นชมปีกจากบางกอกกล๊าสว่า
 
“ทุกคนคือน้อง ทุกคนคือลูก ทุกคนคือน้องรัก คนไหนได้โอกาสแล้วไม่ปล่อยให้หลุดลอยไป หนุ่ยเองได้โอกาสไม่กี่นาที แต่เขาทำได้ ฉะนั้นเมื่อพี่โก้ให้โอกาสใคร เขาทำได้ แสดงว่าเขาพร้อมตลอดเวลา แต่พอคนไหนให้โอกาสแล้วทำไม่ได้ ไม่ต้องให้พี่โก้ลงโทษ แฟนบอลเขาก็ลงโทษเอง”
 
“ฉะนั้นวันนี้เราต้องชื่นชมคนที่เขามีความตั้งใจอยากจะลง และเกมนี้หนุ่ยลงไปก็ทำได้ ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกท้อเวลานั่งสำรอง เห็นมั้ยครับว่าเวลาใครลงไปแล้วทำให้ทีมชนะได้ ก็ชนะกันทั้งประเทศ”
 
“จริงๆแล้วทุกคนคือ 11 ตัวแรก ขึ้นอยู่กับว่าเวลาไหน เจอใคร ฉะนั้นเราต้องพยายามทำให้เด้กมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จะเห็นได้ว่าทุกๆคนก็มีความพร้อม”
 
“แต่จะได้เป็นตัวจริงนัดหน้าไหมต้องอุบไว้ก่อน”
 

‘กัปตันอุ้ม’ ได้พักนัดหน้า?

หลังจากที่มีข่าวว่า ธีราทร บุญมาทัน ที่ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่บ้างในเกมกับสิงคโปร์และคาดว่าจะได้พักในนัดสุดท้ายกับฟิลิปปินส์ ทาง ซิโก้ ก็ออกมาแบ่งรับแบ่งสู้ว่า
 
“ยังบอกไม่ได้ ถ้าบอกไปปุ๊บเดี๋ยวมันไปกินกาแฟอย่างเดียว (หัวเราะ) ตอนนี้ไม่มีใครพัก”
 
“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีโอกาสที่จะมีการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นอยู่ เพราะว่าตอนนี้เราก็ต้องรักษาผู้เล่นตัวหลักของเราเอาไว้ แต่แน่นอนว่าความสำคัญยังมีอยู่ เพราะว่าเมื่อวานถ้าเราเสมอ เกมหน้าเราเหนื่อยแน่นอน เพราะเจ้าภาพต้องการสามแต้ม”
 
ดังนั้นเลยบอกน้องๆว่า ถ้าเมื่อวานเราเสมอเนี่ย เรื่องใหญ่เลยนะ ดังนั้นเรามีโอกาสก็ต้องเต็มที่ ฉะนั้นจึงได้บอกน้องๆว่า เราต้องการ 9 แต้มในรอบแรก ถึงแม้เราจะเป็นที่ 1 ในสายแล้ว เราก็ต้องพัฒนามาตรฐานของเรา ฉะนั้นคนที่จะได้มีโอกาสลงไปก็ต้องเต็มที่กับเกมนี้
 

ศึกชิงเบอร์ 1 อาเซียน ‘ตัวจริง’ กับฟิลิปปินส์?

หลังจากที่เจ้าภาพร่วมฟิลิปปินส์ทำได้แค่เสมอกับอินโดนีเซียชนิดที่เกือบแพ้ 2-2 ทำให้พวกเขาต้องหลังพิงฝา และเฮดโค้ชช้างศึกก็กล่าวว่าจะไม่อ่อยแน่นอน แม้ว่าจะลิ่วเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่มแล้วก็ตาม เพราะการชนะเบอร์ 1 อาเซียนทางฟีฟ่า แรงกิ้ง ได้ก็ถือว่ามีผลต่ออันดับโลก

“การเจอกับฟิลิปปินส์ซึ่งถือเป็นเบอร์ 1 ในอาเซียนทางฟีฟ่า แรงกิ้ง แล้วเนี่ย ก็ถือเป็นเรคคอร์คสำหรับเรา เรคคอร์ดของเราก็จะดีขึ้นมา เหมือนกับเฮดทูเฮดกลายๆ ถ้าเราเข้ารอบแต่ไปแพ้เขาเนี่ย คะแนนของฟีฟ่าก็จะตกลงไป”
 
“แต่มันก็ไม่ถึงขนาดชี้วัดว่าใครคือเบอร์ 1 ตัวจริง ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นแชมป์ วันนี้เรายังต้องทำงานหนักอยู่ ยังเข้มงวดในทุกเรื่อง ไม่ปล่อยเนื้อปล่อยตัว คิดว่าสบายแล้ว”
 
“เมื่อวานจากที่ดูฟิลิปปินส์เล่นในบ้านแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่อินโดก็มีโอกาสชนะเหมือนกัน แต่ผลเสมอก็ทำให้ขณะนี้ทั้ง 3 ทีมต้องไปสู้กันเอง ไม่ต้องไปยืมจมูกคนอื่นหายใจ ส่วนเราก็เต็มที่ของเรา”
 
“ฟิลิปปินส์มีแนวรุกที่น่ากลัว ผู้เล่นแนวรุกสามารถเลี้ยงทะลุทะลวงได้ แล้วก็ทักษะดี ฟรีคิกอันตราย กองหลังก็สูงแข็งแรง แต่เขาก็มีรอยรั่วอยู่ ซึ่งถ้าเราโจมตีเร็วด้วยความแม่นก็น่าจะสร้างความลำบากใจให้เขาได้เช่นกัน