ขยับนิดชีวิตเปลี่ยน : ตำแหน่งที่จะทำให้ ซน เฮือง มิน จะกลับมาฮ็อตอีกครั้ง ?

Son Heung-min

ทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ยิงประตูจากลูกโอเพ่นเพลย์ไม่ได้เลยแม้แต่ประตูเดียวใน 3 เกมหลังสุด และ ธอเร่ เฮาจ์สตัด คอลัมนิสต์ของ FFT เชื่อว่ามันเป็นมีเหตุผลของปัญหานี้มาจากการเปลี่ยนตำแหน่งของ ซน เฮือง มิน

สเปอร์ส ใช้โอกาสเปลืองเกินไปสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเร็วๆนี้ พวกเขาเสียแต้มเเบบเปล่าๆให้กับ เวสต์บรอมฯ , บอร์นมัธ และ เลสเตอร์ และเรื่องนี้มันอาจจะเกี่ยวข้องกับการใช้งาน ซน เฮือง มิน ที่เป็นเเนวรุกที่อันตรายทีสุดที่ โปเช็ตติโน่ มีอยู่ในมือ

โปเช็ตติโน่ อาจจะพูดได้ว่าการทำประตูของทีมเขาไม่จำเป็นต้องเน้นไปที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งจะเป็นใครก็ได้ขอแค่ส่งบอลเข้าประตูไปก็พอ สเปอร์ส ยิงประตูได้ 14 ครั้งในฤดูกาลนี้และเป็นรองเพียง เชลซี , อาร์เซน่อล , ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่สิ่งที่น่าห่วงคือพวกเขาคือทีมที่สร้างโอกาสลุ้นทำประตูต่อเกมได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก และนั่นมันมากถึง 18.1 ครั้งต่อเกมเลยทีเดียว

 

ต้องเฉียบขาด

โอกาส 36 ครั้งจากความพยายามในเกมกับ เวสต์บรอม และ บอร์นมัธ มักจะเป็นการลุ้นประตูจากตำแหน่งที่ไม่ชัดเจน ส่วนมากจะเป็นการยิงติดบล็อกและหลุดกรอบ

ปัจจัยหนึ่งมันอาจจะมีผลมาจากช่วงเกมก่อนโปรเเกรมทีมชาติในช่วงเดือน ตุลาคม สเปอร์ส เริ่มด้วยการเอาชนะ ซิตี้ 2-0 และพวกเขายังไปได้ไกลกว่านั้นด้วยการเอาชนะ มิดเดิ้ลสโบรซ์ ไปอีก 2-1 ซึ่งนั่นคือการคว้าชัยชนะ 3 เกมรวดเลยทีเดียว โปเช็ตติโน่ ให้สัมภาษณ์หลังเกมกับ โบโร่ ว่ส "เราเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมในครึ่งแรก มันน่าผิดหวังที่เรายิงได้แค่ 2 ลูก เราต้องเรียนรู้ เราต้องเล่นเกรี้ยวกราดยิ่งกว่านี้และพัฒนาเรื่องศักยภาพการยิงประตู"

แม้จะเป็นอย่างนั้นแต่พวกเขาก็เริ่มมีปัญหาในการผลิตสกอร์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในแง่ของคุณภาพเราอาจบอกได้ว่า สเปอร์ส นั้นอับโชคจนเกินไป แต่หากมองลึกลงไปยังสถิติการยิงในกรอบเขตโทษที่พวกเขาเคยอยู่ในอันดับที่ 2 ของลีกลงไปถึงอันดับ 5 ด้วยการสร้างโอกาสที่เหลือเพียง 8.8 ครั้งต่อเกม และโอกาส 36 ครั้งจากความพยายามในเกมกับ เวสต์บรอม และ บอร์นมัธ มักจะเป็นการลุ้นประตูจากตำแหน่งที่ไม่ชัดเจน ส่วนมากจะเป็นการยิงติดบล็อกและหลุดกรอบออกไปเสียมากกว่า

โดยเฉพาะอย่างนิ่งในเกมกับ บอร์นมัธ พวกเขาโหมบุกใส่ตลอดทั้งเกมด้วยรูปแบบการเซ็ตเกมที่แข็งแกร่ง แต่ทีมของ โปเช็ตติโน่ นั้นไร้ซึ่งความเฉียบขาดและการเข้าทำจังหวะสุดท้ายที่พวกเขาแทบไม่มีจังหวะยิงแบบจะเเจ้งเลย ... "มันเป็นช่วงเวลาที่เราต้องกลับมาทบทวนเเละเรียนรู้กันใหม่" ไคล์ วอล์คเกอร์ ให้สัมภาษณ์หลังเกมดังกล่าว "เราเป็นต่อคู่แข่งของเราหลายครั้งในฤดูกาลนี้ พวกเขาจะมาเน้นตั้งรับ สิ่งที่เราต้องทำคือพยายามที่จะทลายแนวรับพวกเขาให้ได้"

คำถามคือแล้วจะทำอย่างไรล่ะ ?

มันซ่อนอยู่ทางกราบซ้าย

ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอะไรก็ตาม ดูเหมือนว่า ซน จะก้าวเข้ามาทดแทนการผลิตสกอร์แทน แฮร์รี่ เคน ที่เจ็บยาวไปได้อย่างดี

ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอะไรก็ตาม ดูเหมือนว่า ซน จะก้าวเข้ามาทดแทนการผลิตสกอร์แทน แฮร์รี่ เคน ที่เจ็บยาวไปได้อย่างดี ประตูของดาวยิงชาวเกาหลีใต้ 2 ลุกในเกมกับ โบโร่ 1 ลูกกับ ซีเอสเคเอ และอีก1ลูกในเกมกับซิตี้ คือคำตอบ แต่ตอนนี้เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงประตูเลยนับตั้งแต่ 3 เกมก่อน และมันต้องเกิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตำแหน่งการเล่นของเขาแน่ๆ

ตำแหน่งปีกซ้ายคำตำแหน่งที่ ซน เฉิดฉายแบบสุดๆในฤดูกาลนี้ เขาสอบผ่านฉลุยในเกมกับ โบโร่ และ สโต๊ค สำหรับการเล่นในด้านกว้าง ทั้งสองเกมเขาได้รับบอล 46 และ 47 ครั้งตามลำดับ

การเล่นจากด้านข้าง เขาสามารถลากตัดเข้าในได้บ่อยครั้งไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงสร้างโอกาสหรือการยิงประตู เขาเอาพยายามเอาชนะคู่แข่ง 16 ครั้งในเกมกับ โบโร่ และเขาทำมันสำเร็จถึง 9 ครั้งเลยทีเดียว แม้เขาจะทำประตูไม่ได้แต่เขาก็ยังคงเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวสำหรับแนวรับคู่ต่อสู้ ในเกมกับ ซันเดอร์แลนด์ เขาเลี้ยงบอลผ่านถึง 13 ครั้งและมีโอกาสยิงอีก 7 ครั้ง ซึ่งนั่นนับว่าเป็นจำนวนที่เยอะจนน่าพอใจ

แต่แล้ว โปเช็ตติโน่ ก็ขยับเขาจากขึ้นมาเล่นกองหน้าแทนที่ของ วินเซนต์ แยนส์เซ่น กองหน้าชาวดัตช์ที่ซื้อมาจาก อัลค์มาร์ ในซัมเมอร์ที่ผ่านมาดูๆไปสไตล์การเล่นของเขานั้นคลับคล้ายคลับคลากับ โรแบร์โต้ โซลดาโด้ ไม่มีผี เขาอาจจะยิงลูกโทษได้ในเกมที่เอาชนะ ลิเวอร์พูล ในบอลถ้วย แต่การเล่นในลีกนั้นเป็นเวลากว่า 7 ชั่วโมงแล้วที่เค้ายังควานหาประตูไม่เจอ ทั้งหมดนี้มันอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ โปเช็ตติโน่ ชักอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างเพื่อช่วย แยนส์เซ่น แต่สิ่งนั้นมันก็กระทบเข้ากับสถานการณ์ของ ซน เข้าแบบเต็มๆ

แยนส์เซ่น และ ซน กองหน้าคู่ และมันต้องเวิร์คแน่

นอกจากเกมกับ ซิตี้ เเล้ว ซน สมารถเล่นได้อย่างเข้าขากับ เดเล่ อัลลี่ ทั้งคู่เล่นกันได้อย่างลื่นไหลและสร้างปัญหาให้กับแนวรับได้ตลอด ในเกมกับ ซิตี้ เป็นเกมที่ทีมของ เป็ป กวาร์ดิโอล่า เลือกที่จะให้แนวรับยืนสูงและนั่นทำให้ ซน ต้องโดนจับล้ำหน้าไปถึง 5 ครั้งเลยทีเดียว

มีทีมคู่แข่งไม่กี่ทีมที่กล้าเล่นแบบที่ ซิตี้ ทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเจอกับทีมที่แข็งแกร่งอย่าง สเปอร์ส และ ซน เองก็โดนรับมือแตกต่างออกไปยามเจอกับทีมอื่นๆ ในขณะที่เขาได้เล่นเพียง 18 นาทีกับ เวสต์บรอม และได้ลงในเกมกับบอร์นมัธอัก 62 นาที มันเหมือนเป็นการบอกกลายๆว่า โปเช็ตติโน่ เริ่มมีไอเดียที่จะเอา ซน กลับมาเล่นในตำแหน่งปีกอีกครั้ง เพราะในช่วง 17 วันก่อนหน้าการเล่นหน้าเป้าของเขามีเพียง อัลลี่ คนเดียวที่คอยสนับสนุนอยู่ข้างหลังเขา

และนั่นคือเรื่องที่มันตรงกันข้ามกับในฤดูกาลที่แล้วเลย ตอนนั้น ซน มีโอกาสยิงประมาณ 5 ครั้งต่อเกม ตอนนี้เขากลับมีโอกาสง้างยิงแค่ 2 ครั้งเท่านั้ในเกม 2 เกมลีกหลังสุด และเป็นการยิงติดบล็อกทั้งสองลูก และในสุดสัปดาห์ก่อนเขามีสถิติที่น่าตกใจคือไม่สามารถเลี้ยงผ่านได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ข้อสังเกตดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าหากมีกองหน้าอย่าง แยนส์เซ่น ช่วยเขาเล่นเกมรุก สเปอร์ส จะมีตัวเป้าที่คอยชนกับกองหลังและสร้างพื้นที่ให้กับ ซน ได้มากขึ้น หากจะอนุมาณให้เห็นภาพก็คงต้องยกคู่ของ คาริม เบนเซม่า และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ปีกซ้ายสามารถหาตำแหน่งสอดขึ้นมายิงได้บ่อยๆนั่นเอง

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ซน ยังมีเวลาที่จะกลับมาสู่ฟอร์มฮ็อตเหมือนเคยได้หากได้รับการจัดสรรตำแหน่งที่เหมาะสมและลงตัว หากเขาได้กลับมาดวล 1-1 กับแบ็คขวาของคู่ต่อสู้อีกครั้งนั่นอาจทำให้เขาคืออาวุธเด็ดที่คอยเล่นงานจุดอ่อนของคู่แข่งได้อย่างเฉียบขาด และนี่คือสิ่งที่ โปเช็ตติโน่ จะต้องตัดสินใจกับสถานการณ์ของ ซน เฮือง มิน ในตอนนี้

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าตกใจคือ 4 เกมหลังสุดพวกทำประตูจากลูกยิงโอเพ่นเพลย์ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น แม้ทั้งหมดมันจะเกิดขึ้นในเกมเยือนแต่ โปเช็ตติโน่ ก็ยังคงเชื่อว่าทีมของเขาสมควรมี 3 เเต้มอย่างที่สุด "มันเป็นความจริงที่ว่าเราสามารถสร้างโอกาสได้มากมายและนั่นเป็นสิ่งที่ดี เเต่สิ่งที่เราต้องปรับปรุงคือความเฉียบคมและพยามส่งมันลงไปกองที่ก้นตาข่ายให้ได้มากกว่านี้"