Analysis

กลับบ้านเรา...รักรออยู่ : 10 แข้งคืนรังเก่าก่อน (ได้) เป็นฮีโร่

แข้งออสเตรเลียสร้างชื่อในถิ่น เดอะ เดน เมื่อครั้งเป็นดาวรุ่ง และเขากลับมาอีกครั้งพร้อมได้รับการต้อนรับในฐานะฮีโร่ของทีม สตีเฟ่น ไรท์ คอลัมนิสต์ของโฟร์โฟร์ทู มองย้อนกลับไปถึง 10 ผู้เล่นที่หวนคืนสู่บ้านรังเดิมเป็นหนที่สองอย่างสุดยิ่งใหญ่

We are part of The Trust Project What is it?

"เรื่องราวอันสุดโรแมนติกเหล่านี้ไม่ได้เลือนหายไปจากผมเลย" ทิม เคฮิลล์ บอกเอาไว้ มันไม่ใช่การเปิดเผยผ่านทางโน้ตบุ๊คส่วนตัวของเขา แต่เป็นการไตร่ตรองอย่างดีของแข้งวัย 38 ปีในการหวนกลับมาเพื่อลงเล่นให้มิลวอลล์อีกครั้ง มิดฟิลด์ชาวออสเตรเลีย ทำ 50 ประตูในทีมชาติ และใช้เวลา 7 ปีในการสร้างชื่อกับถิ่น เดอะ เดน ซึ่งรวมถึงการนำมิลวอลล์ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ 2004 ก่อนย้ายไปอยู่กับเอฟเวอร์ตันในซัมเมอร์ดังกล่าว

การคืนสู่ถิ่นเซาธ์ ลอนดอนของดาวเตะวัย 38 ปีในรอบ 13 ปี ดูเหมือนเป็นหนึ่งในเรื่องราวการคัมแบ็กของฮีโร่ เขาสามารถมองดูนักฟุตบอลเหล่านี้ในฐานะแรงบันดาลใจได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำประตูแรก, คว้าแชมป์ หรือติดโผผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล นี่คือ 10 ผู้เล่นระดับสตาร์ที่ล้วนมีเหตุผลในการเฉลิมฉลองกับโอกาสครั้งที่ 2 กับสโมสรเก่า ซึ่งพวกเขามีความผูกพันอย่างลึกซึ้ง

1. เดิร์ค เค้าท์ (เฟเยนูร์ด)

ช่วงเวลาระหว่างการจากไปและกลับมา : 9 ปี

ผู้เล่นเพียงคนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนโชคชะตาของสโมสรได้ แต่เค้าท์ทำได้เกือบสมบูรณ์แบบในการคัมแบ็กสู่เฟเยนูร์ดอีกครั้ง อย่างที่ทราบ สถิติการทำประตูของเขานั้นค่อนข้างมีปัญหา สถิติที่ดีที่สุดของเขาเกิดขึ้นระหว่างปี 2003-2006 ซึ่งเขาสร้างความประทับใจด้วย 81 ประตูจาก 124 เกมที่ลงสนาม มันเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยให้เขาย้ายไปอยู่กับลิเวอร์พูล

สถิติที่ดีที่สุดของเขาเกิดขึ้นระหว่างปี 2003-2006 ซึ่งเขาสร้างความประทับใจด้วย 81 ประตูจาก 124 เกมที่ลงสนาม มันเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยให้เขาย้ายไปอยู่กับลิเวอร์พูล

เขาอาจไม่ใช่ศูนย์หน้าที่มีเสน่ห์มากนัก แต่ที่สุดแล้ว เค้าท์ได้รับรางวัลแห่งความเชื่อมั่นในถิ่นแอนฟิลด์ จากการทำงานหนักและทัศนคติที่ไม่เคยยอมแพ้ ดาวเตะดัตช์แมนช่วยให้ "หงส์แดง" เข้าชิงชนะเลิศลีก คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยทำประตูในเกมที่แพ้ต่อมิลาน 1-2 ในปี 2007 อีกด้วย

ในการกลับบ้านสู่เฟเยนูร์ด ฤดูกาล 2015-16 เค้าท์ทำได้ 23 ประตูจาก 38 เกม อย่างไรก็ตาม มันเป็นฤดูกาลที่ 2 ต่างหากที่เขากลายเป็นซูเปอร์สตาร์ตัวจริง การปิดฉากฤดูกาลด้วยการทำแฮตทริกของเค้าท์ ช่วยนำแชมป์เอเรดิวิซี่  คืนสู่ถิ่น เดอ ไคป์ อีกครั้งหลัง 18 ปีที่รอคอย เขาประกาศแขวนสตั๊ดในอีกไม่กี่วันถัดมา และเป็นการยุติบทบาทในวงการลูกหนังในช่วงเวลาที่ดีที่สุดอย่างแท้จริง

2. สแตนลี่ย์ แม็ทธิวส์ (สโต๊ค ซิตี้)

ช่วงเวลาระหว่างการจากไปและกลับมา : 14 ปี

แม็ทธิวส์ใช้เวลา 15 ปี กับการเล่นให้สโต๊ค ซิตี้ ยุคแรก ก่อนย้ายไปอยู่กับแบล็คพูล เมื่อฟุตบอลลีกกลับมาเล่นกันอีกครั้ง หลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 ยุติในปี 1946 เขาเล่นให้ "ช่างปั้นหม้อ" มากกว่า 200 นัดในยุคแรก  และเล่นมากกว่า 300 เกมให้แบล็คพูล

ด้วยวัย 46 ปีในตอนนั้น ผู้เล่นส่วนใหญ่ต่างแขวนสตั๊ดกันไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพวกเขาต่างผ่านสงครามกันมาแล้ว แต่แม็ทธิวส์เลือกที่จะเซ็นสัญญากับสโต๊คอีกครั้งในปี 1962 พร้อมกับตั้งเป้าหมายในทันทีว่า เขาต้องหุบปากคนที่ชอบตั้งคำถามว่า เขาผ่านอะไรมาแล้วบ้าง

ปีกจอมเลื้อยคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี FWA ในฤดูกาลแรกที่คืนรัง "ช่างปั้นหม้อ" หลังจากนั้นไม่นาน เขาได้รับยศอัศวินสำหรับสิ่งที่ทำให้วงการฟุตบอล เขาลงเล่นจนกระทั่งอายุ 50 ปี และกลายเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่ลงสนามในลีกสูงสุดของเกาะอังกฤษ

Stanley Matthews

แม็ทธิวส์กลับมาสโต๊คเป็นครั้งที่ 2 ในปี 1961

3. เธียร์รี่ อองรี (อาร์เซน่อล)

ช่วงเวลาระหว่างการจากไปและกลับมา : 5 ปี

มันอาจเป็นเพียงการกลับมาด้วยการยืมตัว และการคืนรังของเขาน่าจะมีความพิเศษมากกว่านี้ หากมันเกิดขึ้นที่ไฮบิวรี่ แต่มันยังคงเป็นความโรแมนติกไม่เสื่อมคลาย สำหรับนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ 2 สมัย ในการทำประตูชัยให้อาร์เซน่อลชนะลีดส์ ซึ่งเป็นนัดแรกที่เขากลับมาช่วยทีม

อองรีทำประตูให้ทีมภายใน 10 นาทีที่ถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม ในเกมเอฟเอ คัพ เขาดูเหมือนไม่ได้อายุมากขึ้นนัก ด้วยลูกยิงอันเยือกเย็นที่พุ่งเสียบเสาไกล อันเป็นเครื่องหมายการค้าของเขา ก่อนวิ่งฉลองกับ อาร์แซน เวนเกอร์ และแฟนบอลเจ้าถิ่น ดาวเตะฝรั่งเศส เล่นให้อาร์เซน่อลแค่ 6 นัด ก่อนกลับไป นิวยอร์ค เร้ด บูลส์ และปิดฉากค้าแข้งที่สหรัฐฯ แต่ผลงานเอกอุของเขาในถิ่นนอร์ธ ลอนดอน ไม่มีวันถูกลืมอย่างแน่นอน

4. เวย์น รูนี่ย์ (เอฟเวอร์ตัน) 

ช่วงเวลาระหว่างการจากไปและกลับมา : 13 ปี    

เดิมที นี่ดูเหมือนเป็นการเซ็นสัญญาด้วยแรงจูงใจจากความรู้สึก และชื่อเสียง จากนั้น มันเป็นการตัดสินใจอันชาญฉลาดทางฟุตบอล ในซัมเมอร์ 2017 เอฟเวอร์ตันกลายเป็นสโมสรที่โผล่ทะยานขึ้นมา ห้วงเวลาเดียวกับที่เวย์นกำลังอยู่ในช่วงถดถอย แต่ดูเหมือนมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ขณะที่ทีมต้องต่อสู้อย่างหนัก รูนี่ย์ระเบิดฟอร์มอย่างยอดเยี่ยม เขาทำ 10 ประตูจาก 17 เกมลีก รวมถึงแฮตทริกอันดุดันในเกมกับเวสต์แฮม ซึ่งเขาทำประตูจากแดนตัวเองได้ด้วย

นั่นหมายความว่า รูนี่ย์ทำประตูในฤดูกาล 2017/18 มากกว่าทั้ง 2 ซีซั่นครั้งเป็นดาวรุ่งในถิ่นกูดิสัน พาร์ค ก่อนอำลาไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2004 อาจมีข้อถกเถียงถึงตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขา รวมถึงเขาและ กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สันสามารถเล่นด้วยกันได้หรือไม่ แต่ความดีใจของรูนี่ย์ในแต่ละประตูที่เขาทำให้สโมสรในวัยเด็กของตัวเองนั้น เป็นสิ่งที่ชัดเจนอยู่แล้ว

รูนี่ย์ใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมช่วยเอฟเวอร์ตันได้มาก