กลิ่นหอมของแชมป์ : เหตุการณ์ไม่รู้ลืมของอดีตแข้งดาวทองที่สร้างความปวดร้าวให้ไทย

“ผมไม่สามารถบรรยายความรู้สึกตอนนั้นได้เลย แฟนบอลของเรา 40,000 คนอยู่ในสนาม และข้างนอกนั้นยังมีแฟนๆ อีกทั้งประเทศ ผู้คนต่างไม่เชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ แฟนบอลออกมาฉลองแชมป์กันเต็มถนน เด็กๆ โบกธงไปมา ทุกๆ คนต่างต้องการจะสัมผัสบรรยากาศแบบนี้กันทั้งนั้น”

ธัค เบา คันห์ อดีตแข้งทีมชาติเวียดนาม กล่าวกับ FFT ถึงบรรยากาศในวันที่ทัพ “ดาวทอง” แสดงความยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์ ซูซูกิ คัพ 2008 จากประตูในนาทีสุดท้ายของ เล คอง วินห์

“แฟนบอลหลายคนไปร่วมฉลองแชมป์กันที่ทะเลสาปฮหว่านเกี๊ยม พวกเขาร้องรำทำเพลงกันอยู่ที่นั่นตลอดทั้งคืนในขณะที่พวกเรากำลังจะออกจากสนาม ผมจำได้ไม่ลืมเลยล่ะ” อดีตกองหน้าเล่าต่อ

“ถนนเต็มไปด้วยผู้คนจนเราต้องนั่งรถออกจากสนามโดยไม่มีตำรวจนำ เพราะถ้าหากพวกเขารู้ว่าเราอยู่บนรถคันนี้ พวกเขาคงจะเข้ามาฉลองจนเราไม่ได้กลับกันอย่างแน่นอน”

“ท้ายที่สุด เราก็มาถึงโรงแรง แต่ก็เช่นเคย เราก็เจอกับแฟนๆ ที่กำลังฉลองกันอย่างสนุกสนาน เรียกได้ว่าทั้งประเทศต่างมีความสุขกับการเป็นแชมป์ครั้งนี้ ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย”

ขณะที่ในช่วงหลายปีหลังมานี้ เวียดนามมักจะตกอยู่ในเงาของทีมชาติไทยเสียส่วนใหญ่ ทว่าอดีตกองหน้ารายนี้ก็ยังเชื่อว่าชาติของเขาสามารถต่อกรกับทัพช้างศึกได้อย่างแน่นอน

และแน่นอนว่าเขาเชื่อว่าหากเวียดนามสามารถเอาชนะไทยได้ มันก็สามารถทำให้ทีมประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

“สาเหตุที่ทำให้เราประสบความสำเร็จเมื่อปี 2008 คือความเชื่อ กุนซือในตอนนั้น (เอ็นริเก คาลิสโต้ อดีตโค้ชเมืองทองฯ) ทำให้เราเชื่อในทีมของเรา และหากเราอยากจะคว้าแชมป์ให้ได้อีกครั้ง พวกเราจะต้องมีความเชื่อในทีมของตัวเอง”

“ในตอนนั้น เราไม่กลัวอะไรเลย และถ้าคุณลองย้อนไปดู จะเห็นว่าจริงๆ แล้วเราแพ้ทีมชาติไทยไปแล้วหลายๆ ครั้งก่อนทัวร์นาเมนต์ปีนั้นจะเริ่มขึ้น มากกว่า 10 ครั้งด้วยซ้ำละมั้ง”

“นอกจากนั้นในรอบแบ่งกลุ่ม พวกเราก็แพ้ให้กับพวกเขาอีก ตอนนั้นผมคิดกับตัวเองว่าโอเค...เราอาจจะมาได้แค่นี้ แต่กุนซือก็บอกผมว่า "ไม่" เราแพ้พวกเขามาหลายครั้งแล้ว มันแปลว่านี่คือเรื่องปกติ แต่ถ้าหากเราสามารถเอาชนะได้ มันจะเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่มากๆ”

ในปี 2008 เนื่องจากกรุงเทพฯ มีปัญหาจนส่งผลให้เกมต้องย้ายไปแข่งขันกันที่ภูเก็ต ซึ่งสนามเล็กกว่าปกติ แต่อย่างไรก็ตาม เวียดนามก็สามารถเอาชนะมาเลเซียและลาวได้ในนัดที่เหลือ ส่งผลให้เขารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม

หลังจากนั้น เวียดนามก็พบกับสิงคโปร์ ก่อนที่สุดท้ายจะเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 1-0 ทะลุเข้าไปชิงชนะเลิศกับทีมชาติไทย เรียกได้ว่า เป็นม้ามืดของรายการเลยทีเดียว

“หลังจากชนะมาเลเซียและลาว เราก็เลยมั่นใจและเชื่อว่าทีมของเราสามารถเอาชนะทีมชาติไทยได้”

“มิสเตอร์ คาลิสโต (กุนซือในตอนนั้น) ทำให้เรามีความมั่นใจและแข็งแกร่งขึ้น”

“เราไม่ได้ลงเล่นคนเดียว ระหว่างเกมที่พบกับไทยเกมแรก เราลงเล่นแบบโดดเดี่ยว ทำใหหลายๆ คนโชว์ฟอร์มไม่ออก แต่พอเรามีความเป็นหนึ่งเดียวกัน เราทำผลงานได้ดีขึ้น เราแข็งแกร่งขึ้น”