ก่อนจะถึงเมสซี่ : 9 แข้งดังประกาศยุติเล่นทีมชาติก่อนวัยอันควร

ลิโอเนล เมสซี่ เพิ่งประกาศอำลาทีมชาติ ด้วยวัยเพียง 29 ปี ทว่า เจ้าของรางวัลบัลลังดอร์ 5 สมัย ไม่ใช่นักเตะดังคนแรกที่ทำเช่นนั้น และ FFT จะพาแฟนๆชาวไทยไปรู้จักกับรุ่นพี่ที่ เมสซี่ เลือกจะเดินตามด้วยการยุติบทบาทดังกล่าวทั้งที่อายุยังไม่ถึง 30…

1. ลิโอเนล เมสซี่ (29 ปี)

แม้จะเพิ่งทำลายสถิติดาวซัลโวตลอดกาลของทีมชาติไปได้ แต่การยิงจุดโทษพลาดในช่วงตัดสินในรอบชิงชนะเลิศ ก็ทำให้หัวใจของ “เลโอ” แตกสลาย

ซึ่งเรื่องราวหลังจากนั้นก็อย่างที่เรารู้กัน เมื่อ ดาวเตะบาร์เซโลน่า ประกาศลาทีมชาติทันที หลังจากประเดิมสนามเมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว

และที่น่าสนใจคือ แม้แต่เกมแรกกับทีมชาติ เมสซี่ ยังโดนไล่ออกทันทีตั้งแต่ไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ

เรียกได้ว่า เส้นทางของ อัจฉริยะ กับ บ้านเกิด ไม่เคยสมพงศ์กันเลย

2. แกร์ด มุลเลอร์ (28 ปี)

เจ้าของฉายา “ไอ้ลูกระเบิด” ยิง 68 ประตู จากการลงสนามเพียง 62 เกมให้กับ เยอรมันตะวันตก พร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์ยูโร 1972 และฟุตบอลโลก 1974 ได้ ทั้งยังเป็นฮีโร่ยิงประตูในนัดชิงชนะเลิศทั้งสองครั้งอีกด้วย

นอกจากนี้ เขายังเคยเป็นเจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลฟุตบอลที่จำนวน 14 ประตู ก่อนถูก โรนัลโด้ และ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ทำลายสถิติในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม มุลเลอร์ มีโอกาสเล่นทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเพียง 2 ครั้ง ต่างจากสองคนข้างต้น

Gerd Muller, 1974

ยิงประตูในนัดชิงปี 74

น่าเสียดายที่ ตำนาน “เสือใต้” ประกาศเลิกเล่นเร็วไปหน่อย เนื่องจากไม่พอใจที่เหล่าภรรยาของนักเตะไม่ได้รับอนุญาตให้ร่วมงานฉลอง หลังได้แชมป์โลกเมื่อปี1974

เพราะไม่งั้น “อินทรีเหล็ก” อาจจะได้แชมป์โลกมากกว่า บราซิล แล้วก็ได้

3. อลัน เชียเรอร์ (29 ปี)

หลังจากที่ประเดิมหมวกใบแรกในวัย 22 ปี ตำนานนิวคาสเซิล ใช้เวลา 7 ปี ในการขึ้นมาสู่อันดับ 5 ในทำเนียบดาวยิงตลอดกาลของ “สิงโตคำราม” ก่อนตกเป็นอันดับ 6 หลัง เวย์น รูนี่ย์ แซงขึ้นไป

โดย เชียเรอร์ เป็นความหวังใหม่ของอังกฤษ หลัง “สิงโตคำราม” ตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกปี 1994 ซึ่งในยูโร 1996 นั้น อดีตดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ยิงคนเดียว 5 ประตู พร้อมกับพาทีมชาติไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศ

ต่อมา เชียเรอร์ ได้ดิบได้ดีเป็นถึงกัปตันทีมชาติอังกฤษ โดยเขาพาทีมลุย ฟุตบอลโลก 1998 ก่อนประกาศว่าจะเลิกเล่นทีมชาติทันทีหลังจบ ยูโร 2000

สรุปแล้ว ดาวยิงเลือดจอร์ดี้ ยิง 30 ประตู จาก 63 เกม

4. พอล สโคลส์ (29 ปี)

สโคลส์ เคยบอกว่า ทีมชาติอังกฤษเต็มไปด้วยพวกผู้เล่นเห็นแก่ตัว ขณะเดียวกัน ทุกฝ่ายก็เห็นพ้องว่า กองกลางอัจฉริยะ ก็ไม่เคยเล่นได้เต็มความสามารถที่มีเลย

อดีตขวัญใจแฟนผี มีช่วงเวลาที่สวยงามกับ “สิงโตคำราม” อยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นการยิงประตูแรกในฟุตบอลโลก 1998 เช่นเดียวกับการซัดแฮตทริกในเกมกับ โปแลนด์ เมื่อปี 1999 ซึ่งนับเป็นนักเตะผู้ดีคนแรกในรอบ 6 ปี

สโคลส์ เลิกเล่นทีมชาติทันที หลังจบยูโร 2004 ที่ อังกฤษ พ่ายจุดโทษแก่ โปรตุเกส ในช่วงตัดสิน เนื่องจาก อดีตดาวเตะแมนฯยูไนเต็ด ถูกโยกไปเล่นปีกซ้าย หลัง แฟรงค์ แลมพาร์ด และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ไม่สามารถเล่นด้านข้างได้ดีเท่าไร ซึ่งนั่นทำให้ สโคลส์ ตัดสินใจลาขาด

น่าเสียดายไม่น้อยที่อังกฤษเสีย อัจฉริยะลูกหนังตัวจริง ไปก่อนเวลาอันควร

5. เอริค คันโตน่า (28 ปี)

“เดอะ คิง” ของเหล่า “เร้ด เดวิลล์” ไม่ประสบความสำเร็จในเวทีระดับชาติแม้แต่น้อย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะ “กังฟูคิก” ในตำนานที่ทำให้ คันโตน่า โดนแบนหลุดจากสารบบตัวหลักของทีม เนื่องจากการขึ้นมาของ ซีเนอดีน ซีดาน ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น เขาเป็นถึงกัปตันทีมชาติ

สรุปแล้ว ศิลปินเลือดเฟรนช์ ไม่เคยได้เล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่าง ฟุตบอลโลก เลยสักครั้ง และทิ้งสถิติ 20 ประตู จากการลงสนาม 45 เกมให้ชาวน้ำหอมได้รำลึกเท่านั้น

Eric Cantona, France

ไม่สามารถสร้างชื่อ “คิงก็องโต้” ได้กับทีมชาติ

6. พอล ไบรท์เนอร์ (22 ปี)

ไบรท์เนอร์ ประกาศเลิกเล่นทีมชาติในปี 1975 ด้วยวัยเพียง 22 ปี หลังจากที่หนึ่งปีก่อนหน้านี้ อดีตตำนาน “อินทรีเหล็ก” เพิ่งยิงประตูในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกมาได้

โดยสาเหตุเป็นเพราะว่า อดีตจอมสูบไปป์รายนี้ ต้องการเติมเต็มความฝันด้วยการไปเล่นกับ เรอัล มาดริด ในสเปน

จากนั้น ไบรท์เนอร์ กลับมาเยอรมัน พร้อมกับขอเล่นทีมชาติอีกครั้ง ก่อนที่จะปฏิเสธลุยฟุตบอลโลก 1978 เนื่องจากความคิดทางการเมืองไม่ตรงกับหลายฝ่ายในขณะนั้น

อดีตกองกลางบาเยิร์น มิวนิค กลับมาเล่นทีมชาติอีกครั้งในปี 1981 พร้อมกับติดทีมชาติชุดลุยฟุตบอลโลกในอีกปีต่อมา ทั้งยังเป็นกำลังสำคัญที่พาทีมเข้าชิงชนะเลิศ และยิงประตูในนัดชิงฯได้ด้วย

น่าเสียดายที่สุดท้าย เยอรมัน พ่ายให้กับ อิตาลี 1-3

7. ซามีร์ นาสรี่ (27 ปี)

สิ่งที่ทำให้ นาสรี่ ตัดสินใจลาขาดกับ ฝรั่งเศส ก็เพราะว่า เขาไม่เคยได้รับโอกาสในการเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายเลย

โดยเฉพาะในปี 2010 ซึ่ง นาสรี่ ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของประเทศ แต่กลับหลุดรายชื่อ 23 คนสุดท้ายซะอย่างงั้น

เช่นเดียวกับปี 2014 ที่ กองกลางแมนฯซิตี้ ถูก ดิดิเยร์ เดชองส์ หั่นชื่อพ้นทีมตราไก่ชุดลุยบราซิล ทั้งที่เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมพาต้นสังกัดซิวแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นก่อนหน้านั้น

จนถึงขนาดที่แฟนสาวของ นาสรี่ ด่า “เดเด้” ผ่านทางทวิตเตอร์ จน กุนซือทีมชาติฝรั่งเศส ไม่ยอมและถึงขั้นฟ้องศาลกันทีเดียว

สุดท้าย อดีตดาวเตะอาร์เซนอล ตัดสินใจยุติบทบาทตัวเองกับทัพ เลส์ เบลอส์ แล้ว หลังลงรับใช้บ้านเกิด 41 นัด

8. เควิน พริ้นซ์ บัวเต็ง (24 ปี)

บัวเต็ง อุตส่าห์ยอมเปลี่ยนจากการรับใช้ เยอรมัน มาเล่นให้กับประเทศต้นกำเนิดอย่าง กาน่า ในช่วงหลายปีทีแล้ว แต่กลับเลิกเล่นทีมชาติด้วยวัยเพียง 24 ปีเท่านั้น

เหตุผลหลักๆก็คือ เพื่อรักษาสภาพร่างกายและสุขภาพ แต่ อดีตดาวเตะเอซี มิลาน ก็ถูกเรียกกลับมารับใช้ “ดาวดำ” ในฟุตบอลโลก 2014 อยู่ดี อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด

เมื่อ พี่ชายของ เจโรม บัวเต็ง ถูกส่งตัวกลับ กอนแมตช์สุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กับ โปรตุเกส พร้อมกับ ซัลลี่ย์ มุนตารี่ เนื่องจากมีความขัดแย้งกับ คเวซี่ อัปเปียห์ เทรนเนอร์ของทีม ในเวลานั้น

และประตูทีมชาติคงปิดตายสำหรับเขาไปตลอดกาลแล้ว

9. คาร์ลอส โรอา (30 ปี*)

โรอา ประกาศแขวนสตั๊ดในช่วงซีซั่น 1998/99 เพราะมีความเชื่อตามลัทธิที่เขานับถือว่าโลกกำลังจะแตกในช่วงขึ้นปี 2000 ซึ่งแน่นอนว่า นั่นหมายความว่า อดีตนายทวารเรอัล มายอร์ก้า จะเลิกเล่นทีมชาติด้วย

โดยช่วงเวลาอันน่าจดจำของเขากับทีมชาติอาร์เจนติน่า คือ การเซฟจุดโทษพาทีมชนะ อังกฤษ ในฟุตบอลโลก 1998

แต่ที่สุดแล้ว อย่างที่เรารู้กัน ทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น โลกไม่เคยแตก และ โรอา ก็กลับมาเล่นให้ มายอร์ก้า อีกครั้ง แต่ประตูทีมชาติก็ไม่เคยต้อนรับเขาอีกเลย

*โอเค คนนี้เป็นข้อยกเว้น...

More features every day on FFT.comMore on Messi’s retirement