กองหน้าไร้ค่าเหนื่อย : ชีวิตลูกหนัง 0 บาทของ...ชิณโชติ นาทะสัน

“สโมสรปฏิเสธผมทันที เพราะคิดว่าผมต้องค่าตัวแพงแน่ๆ”

เขา คือ กองหน้าผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยยิงประตูได้ถล่มทลายบนเวทีลีกลูกหนังสูงสุดของไทย เมื่อ 5-6 ปี ก่อน...

แต่วันนี้เขา… ชิณโชติ นาทะสัน หรือที่แฟนบอลทั่วไปรู้จักว่า  "บอย เจียงฮาย" วสันต์ นาทะสัน อดีตยอดดาวยิงแห่ง “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด กลายเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยน้อยที่สุดในประเทศทันที ด้วยสัญญาว่าจ้างแบบไร้ค่าตัว หลังตัดสินใจเซ็นสัญญากับ "ช้างศึกมังราย" เชียงราย ซิตี้ ทีมลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 โซนภาคเหนือ 

นี่ คือ เรื่องราวของอดีตกองหน้าทีมชาติไทยชาวจังหวัดเชียงราย วัย 34 ปี ที่กลับสู่วงการลูกหนังอีกครั้งแบบไม่เหมือนใคร   

เหตุเกิดจากเฟซบุ๊ค

ย้อนกลับไปในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา "บอย เจียงฮาย" ชิณโชติ นาทะสัน ได้ตัดสินใจ ที่จะแขวนสตั๊ดทันทีที่หมดสัญญากับ ซุเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ  เพื่อที่จะใช้เวลาทั้งหมดดูแลกิจการเช่าพระเครื่องที่เขาเปิดไว้ที่ศูนย์การค้า พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า งามวงศ์วาน (ชั้น 3) เขาแน่วแน่ว่าจะหันไปใช้ชีวิตและทางเดินใหม่...

แต่หลังจากการตัดสินใจ พร้อมกับเสพสมชีวิตที่ไร้เกมลูกหนังได้ไม่กี่วัน… ระหว่างเปิดโทรศัพท์เสพข่าวสารผ่านเฟซบุ๊ค เครือข่ายสังคมออนไลน์ เขาได้พบว่ามีนโยบายใหม่ออกมาจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กำหนดให้นำทีมอันดับสุดท้ายของฟุตบอลดิวิชั่น 2 แต่ละโซนตกชั้นไปเล่นดิวิชั่น 3 ซึ่งเป็นลีกใหม่ที่กำลังจะจัดขึ้นเป็นครั้งแรก

"ตอนนั้นผมนั่งเฝ้าร้าน (เช่าพระเครื่อง) อยู่ ก็เปิดอ่านอะไรไปเรื่อยเปื่อยในเฟซบุ๊ค” บอย เจียงฮาย เริ่มเล่าถึงที่มาที่ไป…  

“พอดีไปเห็นข่าวที่ว่า ดิวิชั่น 2 ปีนี้จะมีการตกชั้น ตอนแรกผมไม่ได้คิดอะไร แต่พอเปิดไปดูตารางคะแนน โซนภาคเหนือ อ้าว เชียงราย ซิตี้ ทีมบ้านเกิดผมอยู่อันดับสุดท้าย ก็ตกใจ เพราะฤดูกาลก่อนทีมได้เข้าไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก  มันก็เลยทำให้ผมคิดกลับไปช่วยทีม"

หัวใจให้บ้านเกิด

ชิณโชติ นาทะสัน หยิบโทรศัพท์ต่อสายตรงถึงผู้ใหญ่ในทีม เชียงราย ซิตี้ ทันที เพื่อแสดงความต้องการในการกลับมาช่วยทีมบ้านเกิดของตนเอง และก็ถูกตอบปฏิเสธทันทีเช่นกัน

"ผมถูกปฎิเสธในตอนแรกหลังจากโทรไป ด้วยเหตุผลที่ว่าทีมไม่มีเงินจ้างผม”  

“แต่หลังจากที่คุยกับ ผมก็แสดงให้เขาเห็นว่า เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ให้ผมเท่าไหร่ผมก็เล่น ผมแค่อยากที่จะช่วยทีมพ้นจากอันดับสุดท้ายของตาราง สุดท้ายเราก็ตกลงกันได้ โดยที่ผมยินดีลดค่าเหนื่อยที่ได้รับจากทีมเก่า (ซุเปอร์พาวเวอร์) ถึง 80 เปอร์เซนต์ อย่างที่บอกว่าผมแค่ต้องการกลับมาช่วยทีมบ้านเกิดเท่านั้น"

ระหว่างรอเวลาให้เลกแรกปิดฉากลง และมุ่งหน้าขึ้นสู่ดินแดนล้านนาบ้านเกิด..."บอย เจียงฮาย" ได้มีโอกาสได้โทรศัพท์คุยเพื่อนๆ ที่อยู่ที่บ้านเกิด รวมไปถึงสต๊าฟฟ์โค้ชเชียงราย ซิตี้ ถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับสโมสร โดยเฉพาะสถานะทางการเงิน สโมสรอาจต้องโละนักเตะถึง 3 คนออกจากทีม เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้กับอดีตกองหน้าทีมชาติไทยคนนี้ แม้ยอมลดค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาลแล้วก็ตาม  

"หลังเจรจากับผู้บริหารแล้วผมดีใจมากเมื่อรู้ว่าจะได้กลับมาเล่นให้ทีมบ้านเกิดอีกครั้ง”  

“แต่มันก็เกิดจุดเปลี่ยนอีกครั้ง… คือ ช่วงเวลาที่เรากำลังรอเปิดเลกสอง ผมก็ได้มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนๆที่อยู่เชียงราย ก็เลยได้ข่าวต่างๆของสโมสร โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่ไม่สู้ดีนัก ซึ่งผมเองก็รู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เพราะผมตั้งใจกลับมาช่วยทีมบ้านเกิด ไม่ใช่มาเพื่อเพิ่มภาระให้กับสโมสร และผมไม่อยากให้ใครเดือดร้อน ผมก็เลยตัดสินใจโทรไปบอกกับผู้ใหญ่ในทีม”

“ผมไม่ขอรับค่าเหนื่อยแม้แต่บาทเดียว"

ภารกิจที่ลุล่วง

นับเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่เขากลายเป็นนักฟุตบอลกับธนาคารกรุงเทพ ที่ไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียวจากการเล่นฟุตบอล เรื่องเงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต เขามีกิจการร้านเช่าพระเครื่อง แถมยังมีเงินเดือนจากการรับราชการทหาร สังกัดกองทัพอากาศ

ผู้เล่นหมายเลข 12 ของ "ช้างศึกมังราย" เชียงราย ซิตี้ รายนี้ ไม่ต้องเดินทางมาฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีม เขามีหน้าที่เดินทางมาแข่งขันอย่างเดียว ซึ่งหากเป็นเกมการแข่งขันในบ้าน "บอย เจียงฮาย"ก็จะนั่งเครื่องบินมาแข่งขัน หรือหากเป็นเกมเยือนที่ทีมต้องลงไปทางเหนือตอนล่าง เขาก็จะขับรถยนต์ส่วนตัวขึ้นมาจากกรุงเทพฯ

แม้ไม่ได้ซ้อมกับเพื่อนร่วมทีม แต่มันไม่ใช่ปัญหา เพราะเขาคอยฟิตร่างกายอยู่เสมอ และพูดคุยกับ "โค้ชบี้ ไฮเทค" เฉลิมขวัญ เหรียญทอง กุนซือของทีมเสมอเกี่ยวกับแท็คติกที่จะใช้ในแต่ละเกมอยู่ตลอด

"ผมไม่ได้ซ้อมกับทีมเลย พี่บี้ (เฉลิมขวัญ เหรียญทอง) ได้บอกกับผมว่า ไม่ต้องซ้อมกับทีมก็ได้ ขอเพียงฟิตร่างกายให้สมบูรณ์ที่กรุงเทพฯแค่นั้นพอ ซึ่งผมก็พยายามซ้อมด้วยตัวเองอยู่เสมอ ตอนนี้ผมรู้สึกว่าร่างกายของผมดีกว่าปีที่แล้วเสียอีก มันทำให้ผมลืมเรื่องการแขวนสตั๊ดไปเลย  และมั่นใจว่าผมยังเล่นได้ไปอีกสัก 1-2 ปี"

สถานการณ์หลังจบแมตช์ที่ 21 (นัดรองสุดท้าย) ที่เปิดบ้านเอาชนะ พิษณุโลก เอฟซี 2-0 (ชิณโชติ นาทะสัน ยิงได้ 1 ประตู) แถม เพชรบูรณ์ เอฟซี บุกไปแพ้ กำแพงเพชร เอฟซี 0-2 ทำให้ เชียงราย ซิตี้ ขยับหนีอันดับสุดท้ายของตารางได้สำเร็จ และมีแต้มนำ เพชรบูรณ์ เอฟซี ทีมบ๊วย 2 คะแนน (เหลือเกมการแข่งขันอีก 1นัด) ทำให้เชียงราย ซิตี้ มีโอกาสสูงในการอยู่รอดในดิวิชั่น 2 ปีนี้

"แมตช์ที่ทีมบุกไปแพ้ เพชรบูรณ์ 1-2 ทำให้ทีมหล่นมาอยู่อันดับสุดท้าย ตอนนั้นผมรู้สึกผิดหวังมาก เพราะลงสนามไปแล้วไม่สามารถช่วยทีมได้แบบที่ตั้งใจ แม้จะมีความเชื่อมั่นว่าเรายังมีโอกาสหนีอันดับสุดท้ายได้ แต่ก็แอบกลัวว่าทีมจะต้องหล่นไปเล่นใน ดิวิชั่น 3 ปีหน้า ซึ่งหากมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ผมก็คงต้องอยู่ช่วยทีมต่อ"

"แต่เกมล่าสุดที่เราเปิดบ้านเอาชนะ พิษณุโลก เอฟซี 2-0 ซึ่งผมเองก็ยิงประตูได้ด้วย มันทำให้สถานการณ์เรากลับมาดีอีกครั้ง เพราะเพชรบูรณ์แพ้ เราขยับหนีอันดับสุดท้ายของตาราง ได้สำเร็จ ซึ่ง ณ ตอนนี้ผมก็มั่นใจแล้วว่าทีมบ้านเกิดผมจะไม่ตกชั้นแน่นอน นั่นหมายความว่า งานของผมสำเร็จลุล่วงแล้ว"

"ผมบอกไม่ได้หรอกว่า ปีหน้ายังจะเล่นฟุตบอลต่อหรือไม่...แต่ผมรู้อย่างเดียวว่า หากสถานการณ์ของทีมบ้านผมไม่สู้ดีนัก..

ผมจะกลับมาช่วยอย่างแน่นอน"  "บอย เจียงฮาย" กล่าวทิ้งท้าย