กรานิต ชาก้า : แข้งใหม่ปืนใหญ่ผู้คว้าแชมป์โลกร่วมกับชัปปุยส์

อดีตสตาร์เลือดร้อนของโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ผู้เคยอยู่ในทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีที่คว้าแชมป์โลกเมื่อปี 2009 ชุดเดียวกับ ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางหน้าหยกของทีม “ช้างศึก” ได้ถูกโยงเข้ากับบรรดาทีมชื่อดังอย่างบาเยิร์น มิวนิค, ลิเวอร์พูล รวมถึงอาร์เซนอลก่อนที่จะลงเอยกับ "ปืนใหญ่" และ ไมเคิล โยคิน จะมาแนะนำนักเตะที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเปรียบเทียบกับ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ให้แฟนานุแฟนได้รู้จักกัน…

เรื่องเล่า 60 วิฯ

เซอร์ดาน ชากิรี ได้รับการยกย่องมานานว่าเป็นนักเตะชั้นยอดของสวิสที่มีเชื้อสายโคโซโว แต่มุมมองดังกล่าวก็เปลี่ยนไปทีละน้อยเมื่อ กรานิต ชาก้า ค่อยๆสร้างชื่อขึ้นมาจนทำผลงานโดดเด่นกว่า โดยกองกลางรายนี้คือผู้นำในห้องเครื่องทีม “สิงห์หนุ่ม” หลังจากย้ายมาเมื่อปี 2012 ซึ่งบรรดาสโมสรชั้นนำทั่วยุโรปรวมถึงบาเยิร์น, ลิเวอร์พูล และอาร์เซนอล ต่างประทับใจกับฟอร์มของเขา แต่เป็น "เดอะ กันเนอร์ส" ที่คว้าชิ้นปลามันไปครอง

ทำไมคุณถึงต้องรู้จักเขา

กองกลางผู้สูง 185 เซนติเมตรผู้นี้ก็เหมือนกับชากิรีตรงที่เป็นผลผลิตมาจากอคาเดมี่ของบาเซิ่ล โดยอาชีพค้าแข้งของเขาเคยอยู่ในจุดที่เสี่ยงหลังจากบาดเจ็บบริเวณเอ็นหัวเข่าตอนอายุ 16 แต่เจ้าตัวก็หายขาดและโชคดีพอที่จะมีชื่ออยู่ในทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ชุดยู-17 ในศึกฟุตบอลโลกที่ไนจีเรียปี 2009 และเป็นคนแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูชัยในการเจอกับเจ้าภาพรอบชิงชนะเลิศ

โดย อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ กุนซือทีมชาติชุดใหญ่ในตอนนั้นได้เปรียบเทียบเขากับหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของโลกหลังจากที่ประเดิมทีมนาฬิกาแบบเต็มตัวเมื่อปี 2011 ว่า “ผมเห็นความคล้ายคลึงกันระหว่างกรานิตกับ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ที่ผมดันขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของบาเยิร์น มิวนิค เมื่อตอนอายุ 18” ฮิตซ์เฟลด์กล่าว “เขานิ่งมาก, ฉลาดเป็นกรด, อ่านเกมได้ดี และมีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม”

และชาก้าก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บาเซิ่ลผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยการเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2011/12 ก่อนจะอำลาทีมที่เชียร์ตั้งแต่สมัยยังเด็กไปกลัดบัคด้วยค่าตัว 8.5 ล้านยูโรหลังจากจบซีซั่นนั้นเอง

แย่งบอลกับ แอชลีย์ ยังที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในปี 2011

ซึ่ง ลูเซียง ฟาฟร์ กุนซือชาติเดียวกันไม่ได้เร่งให้ชาก้าสร้างผลงานอย่างปัจจุบันทันด่วนแต่อย่างใด และปล่อยให้เขาเติบโตไปเรื่อยๆ โดยฤดูกาลแรกที่ค้าแข้งในบุนเดสลีกานั้นจัดว่าฟอร์มค่อนข้างพื้นๆ ก่อนจะกลายมาเป็นแกนหลักของทีมในเวลาไม่นาน ซึ่งด้วยสไตล์การเล่นที่สามารถคุมจังหวะตรงกลางสนามและขับเคลื่อนเกมขึ้นมายังกรอบเขตโทษฝั่งตรงข้ามได้ ทำให้เขาลงเล่นไป 30 นัดช่วยให้กลัดบัคจบด้วยอันดับ 3 ในซีซั่นที่แล้วพร้อมกับคว้าสิทธิ์ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก

แม้ผลงานอันย่ำแย่ในช่วงต้นฤดูกาลทำให้ฟาฟร์ต้องลาออก แต่กลัดบัคก็คืนฟอร์มอย่างรวดเร็วภายใต้การกุมบังเหียนของ อังเดร ชูแบร์ต และตอนนี้ก็รั้งอันดับ 4 ของตารางอยู่ โดยชาก้าคือส่วนสำคัญที่ช่วยให้ “สิงห์หนุ่ม” กลับมาผงาดอีกครั้งอีกทั้งยังเคยสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมในตอนที่ มาร์ติน สตรานเซิล หัวหน้าทีมตัวจริงบาดเจ็บด้วย นอกจากนี้สตาร์ชาวสวิสยังทำไปแล้ว 3 ประตูในซีซั่นนี้ หลังจากซัดได้เพียง 3 ตุงใน 3 ฤดูกาลแรกของตัวเองในลีกเมืองเบียร์ ทำให้การเปรียบเทียบกับชไวน์สไตเกอร์ดูจะสมน้ำสมเนื้อมากขึ้นในช่วงหลัง

ชาก้าได้ถูกเปรียบเทียบกับชไวน์สไตเกอร์ของแมนฯยูไนเต็ดในอดีต

จุดแข็ง

ชาก้ามีแววว่าจะกลายเป็นมิดฟิลด์ที่ครบเครื่องได้ เขาคือตัวจ่ายบอลชั้นเยี่ยมซึ่งมีความสามารถในการวางบอลยาวจนทำให้บางคนมองว่าเขาคือทายาทของ ชาบี อลอนโซ ที่บาเยิร์น นอกจากนี้ยังมีความเป็นผู้นำโดยธรรมชาติที่ต้องการบอลตลอดเวลา ขณะที่การแย่งบอลก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

ยิ่งไปกว่านั้นชาก้ายังมีประสบการณ์เหลือเฟือ ในวัย 23 ปีเขาเล่นให้ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ไปแล้วเกือบๆ 50 นัด ซึ่งรวมถึงการลงเล่นฟุตบอลโลกที่บราซิล 4 นัดด้วย โดยเจ้าตัวทำประตูได้ในนัดที่พ่ายต่อฝรั่งเศส 5-2 และภายใต้การคุมทีมของ วาดิเมียร์ เพตโควิช ชาก้ากำลังก้าวขึ้นมาแทนที่ โกคาน อินแลร์ ในฐานะกองกลางคนสำคัญที่สุดของทีมก่อนที่ทัวร์นาเม้นต์ยูโร 2016 จะเริ่มต้นขึ้น

จุดอ่อน

สไตล์การเล่นของชาก้านั้นจัดได้ว่าเกรี้ยวกราดมาก จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือจุดอ่อนที่สุดของเขา เขาได้รับใบเหลืองถึง 32 ใบจาก 73 นัดในบุนเดสลีกา และถูกใบเหลือง-แดงไล่ออก 4 ครั้งด้วยกัน

โดยเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2015 เมื่อชาก้าไปเตะ ปีเตอร์ นีเมเยอร์ ของดาร์มสตัดท์ ทำให้เขาได้รับใบแดงโดยตรงเป็นครั้งแรกในอาชีพค้าแข้ง ขณะเดียวกันเจ้าตัวก็โดนไล่ออกไปแล้ว 3 ครั้งในซีซั่นนี้ และจากการที่ถูกคู่แข่งยั่วยุได้ง่ายอยู่บ่อยๆ ทำให้ชาก้าจะต้องเรียนรู้การควบคุมอารมณ์ให้มากขึ้นหากต้องการที่จะสร้างความประทับใจให้กับคนอย่าง อาร์แซน เวงเกอร์

นอกจากนี้เขายังไม่ใช่นักเตะที่มีความเร็วทำให้ต้องพบกับปัญหาในการไล่ตามกองกลางตัวจี๊ดๆ ขณะเดียวกันก็ยังต้องปรับปรุงในเรื่องของการจบสกอร์ด้วย ถึงแม้ว่าในช่วงหลังจะทำได้ดีขึ้นตรงจุดนี้ก็ตามที

ว่ากันว่า...

“กรานิตคือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในบุนเดสลีกา” มักซ์ เอแบร์ล ผู้อำนวยกีฬาของโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัคกล่าว “เราทุ่มเงินมหาศาลคว้าตัวเขามาก็จริงแต่ก็คุ้มค่า เขาทำงานหนักมาก แต่ก็ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องอารมณ์ด้วย”

ขณะที่ เดวิด นีนเฮ้าส์ ผู้สื่อข่าวชาวเยอรมันที่เกาะติดข่าวในทีม “สิงห์หนุ่ม” ก็เห็นด้วยเกี่ยวกับเรื่องศักยภาพของดาวเตะวัย 23 ปีเช่นกัน “ชาก้าสามารถประสบความเร็จในพรีเมียร์ลีก แต่ผมคิดว่าบาเยิร์นจะเป็นก้าวต่อไปสำหรับเขา” เขากล่าว “เขาจะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในยุโรป และยังเป็นคนนิสัยดีมากอีกด้วย เขาสุภาพและเป็นคนสนุกสนาน”

รู้หรือไม่...

ชาก้าเกิดในบาเซิ่ลก็จริง แต่พ่อแม่ของเขามาจากโคโซโวและเขาก็ผูกพันกับรากเหง้าของตัวเองมาก โดย เทาลันต์ ชาก้า พี่ชายของกรานิตเลือกเล่นให้กับแอลเบเนีย นั่นหมายความว่าพี่น้องคู่นี้จะได้เจอกันเองในรอบแบ่งกลุ่มของศึกยูโร 2016

อะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้?

จากสัญญาใหม่ที่เพิ่งต่อไปหมาดๆทำให้ทีม "สิงห์หนุ่ม" ฟันกำไรบานเบอะเมื่อชาก้าโยกไปค้าแข้งกับต้นสังกัดใหม่ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ซึ่งก็ต้องรอดูกันว่าเขาจะทำให้ "ปืนใหญ่" ก้าวขึ้นไปสู่อีกระดับหรือไม่

ปีหน้าจะได้ย้ายไปโชส์ลีลาเพลงแข้งที่ไหน?