กรณีศึกษาไทยลีก: แทมปิเนสกับการทุ่มทุนสร้างจนขาดสภาพคล่อง

นีล ฮัมฟรีย์ส คอลัมนิสต์ของเราชี้ว่าการที่ "กวางมหาภัย" ต้องเผชิญหน้ากับภาวะสภาพคล่อง ทำให้สถานะของเอสลีกที่เหมือนจะดีขึ้นมาต้องกลับไปสู่วังวนเดิมอีก...

นี่มันเป็นเรื่องน่าลำบากใจจริงๆ

เพราะสโมสรได้ทำมากกว่าอะไรมากกว่าสโมสรอื่นเพื่อพยายามสร้างสีสันให้เอสลีกกลับมาคึกคักและมีพื้นที่บนหน้าสื่ออีกครั้งหลังจากโดนเย้ยหยันมานานในช่วงตกต่ำ

แต่กลายเป็นว่าแทมปิเนส โรเวอร์ส มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงินไปเสียอีก จากการที่สโมสรลงทุนไปมากแต่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนในตอนนี้

โดยรายงานข่าวหลายแหล่งระบุว่า “กวางมหาภัย” ได้ขอให้สมาคมฟุตบอลสิงคโปร์ (เอฟเอเอส) ช่วยเหลือด้านการเงินราว 1 ล้านดอลล่าร์เพื่อช่วยงบดุลบัญชีจนกระทั่งจบฤดูกาลในเดือนพฤศจิกายน

ไม่ว่าบริบทจะเป็นอย่างไร เรื่องราวนี้ก็เป็นการยากที่จะยอมรับได้ เพราะมันยิ่งจุดประเด็นให้คนพูดถึงเอสลีกในทางลบมากขึ้นไปอีก

โดย กฤษณะ รามจันทรา ประธานสโมสรได้เน้นว่าที่เกิดปัญหาสภาพคล่องเป็นเพราะการดำเนินกิจกรรมเชิงรุกของสโมสร ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับกำไรหรือขาดทุนแต่อย่างใด และชี้ว่าทีม “กวางมหาภัย” สมควรที่จะได้รับความช่วยเหลือหลังจากที่พยายามทำให้ทั้งสโมสรและลีกกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง

ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นจะต้องได้รับการแก้ปัญหาโดยเร็ว, เด็ดขาด และมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้ลีกกลับไปจุดตกต่ำจนโดนเย้ยหยันจากสื่ออีก

เพราะก่อนหน้านี้ก็ได้มีการวิเคราะห์กันว่าการเซ็นสัญญากับ เจอร์เมน เพนแนนท์ น่าจะเป็นภาระมากกว่าได้ของดีราคาถูก และฟุตบอลสิงคโปร์ก็ได้รับการจับตามองไปทั่วโลกอย่างช่วยไม่ได้ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม

การมาของเพนแนนท์ทำให้เอสลีกตกเป็นเป้าสนใจ

ขนาดแค่แฟนสาวของเพนแนนท์ไปชมเกมที่จูรง เวสต์ สเตเดี้ยม ที่ๆเขาประเดิมสนามครั้งแรกในเกมกับเกลัง อินเตอร์เนชั่นแนล ก็ยังตกเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ในสกราชอาณาจักรหลายฉบับ

แม้ข่าวดังกล่าวจะไม่สร้างอันตรายให้กับเอสลีก ตรงกันข้ามค่อนข้างเป็นไปในแง่บวกด้วยซ้ำ แต่ผู้บริหารฟุตบอลสิงคโปร์ก็ต้องเตรียมรับมือกับการถูกเพ่งเล็งด้วยเช่นกัน

โดยสมัยก่อนการล้มบอลและการยุบทีมตกเป็นข่าวพาดหัวน้อยมากในสิงคโปร์ ถ้าไม่นับข่าวของ วิลสัน ราจ เปรูมาล จอมล้มบอลที่สร้างเรื่องอื้อฉาวทั้งสิงคโปร์และฟินแลนด์จนถึงขนาดสื่อทางตะวันตกนำไปเล่นข่าวอย่างครึกโครม

แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเพนแนนท์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเซ็นสัญญาแทมปิเนส

อย่างไรก็ตามมันก็เกิดความกังวลอยู่บ้างว่าเวลามีข่าวล้มบอลหรือเซ็นสัญญากับสปอนเซอร์ สื่อก็คงใช้คำว่า “ลีกที่ เจอร์แมน เพนแนนท์ เล่นอยู่” เพื่อสร้างความเข้าใจ (ปนขบขัน) ให้กับผู้ติดตามข่าวเสียมากกว่า

อย่างไรก็แล้วแต่ สิ่งที่แทมปิเนส โรเวอร์ส ทำก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดี แม้ว่าจะเกินตัวไปก็ตาม  

เริ่มตั้งแต่ที่โรนัลดินโญ่ตกลงที่จะเปิดอคาเดมี่ ฟุตบอล ในชื่อของตัวเองขึ้นมาในแดนลอดช่องเพื่อใช้เป็นโรงเรียนลูกหนังของแทมปิเนส ซึ่งตอนนี้ทางสโมสรก็ได้ทำการบริหารจัดการอคาเดมี่แหง่นี้เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพัฒนาสังคมแห่งโซนตะวันออกเฉียงเหนือของสิงคโปร์อยู่

นอกจากนี้อดีตแข้งไลอ้อนส์ XII 8 รายที่ย้ายมาร่วมทีมยังได้สร้างชื่อยังต่างประเทศด้วยการประกาศศักดาทั้งในลีกและเอเอฟซี คัพ อีกด้วย

แล้วเพนแนนท์ก็ตามมาติดๆ แม้จะมีเสียงบ่นพึมพำถึงค่าจ้างอันสูงลิ่วของเขา แต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่มีการแถลงข่าวสายฟ้าแล่บและการชักภาพเซ็นสัญญาเกิดขึ้น

เชราร์ด อุลลิเย่ร์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตระหว่างประเทศของแทมปิเนส

ต่อด้วยการประกาศแต่งตั้ง เชราร์ด อุลลิเย่ร์ เข้ามาเป็นทูตระหว่างประเทศของสโมสร ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่แปลกที่สุดแล้ว เพราะอุลลิเย่ร์เองก็ไม่ใช่ว่าประสบความสำเร็จอะไรมากมายนัก จนทำให้เกิดความสงสัยว่าอดีตผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลจะมีอิทธิพลต่อการพัฒนาเยาวชนของแทมปิเนสได้สักแค่ไหน

แต่คำเย้ยหยันดังกล่าวก็เลือนหายไปในทันทีเมื่อมีแต่เรื่องราวดีๆเข้ามา จนทำให้สาธารณชนยกย่องในความคิดริเริ่มของแทมปิเนส

แม้ว่าสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะว่าการยุบทีมไลอ้อนส์ XII ที่ออกไปเล่นในลีกมาเลเซียทำให้นักเตะกลับมาค้าแข้งยังมาตุภูมิ แฟนบอลเลยกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง ทำให้ผู้ชมในเอสลีกจากฮู่กังถึงบิชานเพิ่มมากขึ้น แต่แน่นอนว่าความคิดริเริ่มต่างๆอันน่าประทับใจของแทมปิเนสก็มีส่วนไม่น้อยเช่นกัน

แม้แต่แฟนบอลที่เหนื่อยหน่ายที่สุดก็ยังยกเครดิตให้กับความแอคทีฟของ “กวางมหาภัย” แม้จะมีเสียงนินทาอยู่บ้างก็ตาม

อย่างไรก็ตามในลีกที่ขัดสนเรื่องเงินมาเป็นเวลาหลายปีอย่างเอสลีก มันก็ยังทำให้พวกเขาพบกับความยากลำบากในการดำเนินงานอยู่

แล้วเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่ใครๆต่างหัวเราะจะทำให้แทมปิเนสเจ็บปวดในระยะยาวหรือไม่? เพราะด้วยบิลล์ค่าจ้างและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเอเอฟซี คัพ ทำให้เกิดความสงสัยว่าทางสโมสรจะจ่ายทั้งหมดได้อย่างไร?

ไหนจะสนาม, บริษัทกฎหมาย, ผลิตภัณฑ์กีฬา รวมถึงบริษัทสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งและอื่นๆอีก ซึ่งการระดมเงินเกือบ 1 ล้านดอลล่าร์ตามรายงานข่าว ดูจะเป็นแม่แบบที่หนักหนาจริงๆสำหรับทีมอื่นที่จะทำตาม

ทำให้การที่ “เดอะ สแต็กส์” ร้องขอความช่วยเหลือทางด้านการเงินจากเอฟเอเอสตั้งแต่เริ่มฤดูกาลแบบนี้ มันก็เป็นการบ่งบอกที่ชัดเจนถึงหายนะของเอสลีกว่า

แม้แต่แทมปิเนสยังแย่

กฤษณะ รามจันทรา ต้องแก้ปัญหานี้โดยเร็ว

เพราะถึงจะมีรายได้จากสปอนเซอร์และสินค้าแบรนด์เนม​ แต่ทางสโมสรก็ต้องคืนกลับไปยังส่วนของผู้ถือหุ้น จนต้องหาเงินมาแก้ไขสภาพคล่องเนื่องจากยังไม่มีกำไรเข้ามา

มันเลยทำให้เกิดการมองว่าแม้แต่สโมสรที่เซ็นสัญญากับ เจอร์เมน เพนแนนท์ ยังไม่มีปัญญาซัพพอร์ทตัวเอง ทั้งที่ฤดูกาลใหม่เพิ่งจะผ่านไปได้แค่ 2 เดือนเท่านั้น

สำหรับคนที่รอคอยก้าวต่อไปของเอสลีกอย่างอดทน การพัฒนาอย่างคาดไม่ถึงนี้เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีถึงภาวะซบเซาของวงการฟุตบอลที่ได้รับความเจ็บปวดจากการหลงตัวเอง

เพราะคิดว่าทำแบบนี้เดี๋ยวมันก็บูมเอง เลยต้องจุกเมื่อมีค่าใช้จ่ายออกมา

ขณะที่เมือไม่นานมานี้ อนาคตของเอสลีกยึดติดกับความมุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่ของแทมปิเนสอยู่เลย แต่ตอนนี้มันกลายเป็นว่าอาจต้องขึ้นอยู่กับ “กวางมหาภัย” แล้วว่าจะแก้ปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงินได้หรือไม่ และถ้าหากเร่งร้อนเกินไปก็อาจทำให้บานปลายหนักเข้าไปอีก

ซึ่งแทมปิเนสเองก็ต้องแก้ปัญหาที่ภายในก่อนที่จะลามจนพังทั้งระบบ