กฤษดา กาแมน : ว่าที่แข้งไทยศึกเจลีก 3 คนต่อไป

จากที่เคยเกือบโดนตัดชื่อออกจากระบบอะคาเดมีของของ “ฉลามชล” เขาใช้เวลาเพียง 5 ปี ก็สามารถพาตัวเองทะลุขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ และกำลังเตรียมตัวไปทดสอบฝีเท้าในแดนอาทิตย์อุทัยในวันพรุ่งนี้

กฤษดา กาแมน ปราการหลังอนาคตไกลของ ชลบุรี เอฟซี เพิ่งถูกเรียกตัวขึ้นไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 18 ปี เท่านั้น และในวันพรุ่งนี้ เขาก็จะลัดฟ้าไปทดสอบฝีเท้ากับ คาโงชิมา ยูไนเต็ด เป็นเวลา 15 วัน...เขาเป็นใครมาจากไหน? ฝีเท้าและเรื่องราวชีวิตค้าแข้งของเขาเป็นอย่างไร? ติดตามได้ที่นี่

เรื่องเล่า 60 วินาที

แข้งหนุ่มวัย 18 ปี ชาวจังหวัดตราด เริ่มเตะบอลตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จากการฝึกสอนของคุณพ่อ ที่ชื่นชอบกีฬาชนิดนี้เป็นชีวิตจิตใจ และเดินสายเล่นมาแล้วทั่วทั้งจังหวัด ทำให้เขาอยากปลุกปั้นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปสู่วงการฟุตบอลอาชีพให้ได้

“แลห์” เข้าเรียนที่ รร.เทศบาลเมืองตราด ได้จนถึงชั้น ป.2 ก็ถูก รร.อนุบาลตราด เรียกตัวไปเล่นฟุตบอลเด็กให้กับสถาบัน แต่ก็อยู่ที่นั่นได้ถึง ป.4 ก็ต้องย้ายโรงเรียนอีกครั้ง หลังจากถูก รร.ชุมชนวัดแสนตุ้ง ที่มี “โค้ชอ๋อย” สุรพงษ์ กูลนรา คุมทีมอยู่ ดึงตัวไปร่วมสังกัดด้วย เป็นตัวหลักลงแข่งฟุตบอลระดับขาสั้นทั่วทั้งจังหวัด รวมถึงรายการไพรม์ มินิสเตอร์ ด้วยเช่นกัน

ในศึกไพรม์ มินิสเตอร์ นั้นเอง ที่สถาบันของเขา ได้ลงสนามเจอกับ ท่าข้ามพิทยาคม โรงเรียนอะคาเดมีของ ชลบุรี เอฟซี ถึง 3 ครั้ง โดยแมตช์แรกที่จังหวัดสระแก้ว มี “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ที่ตามทีมไปทำการแข่งขันด้วย ได้เห็นฟอร์มของเขาเป็นครั้งแรก ก็เริ่มมีความคิดอยากจะชักชวนไปเข้าอะคาเดมีของทีม จากนั้นแมตช์ 2 ที่จังหวัดจันทบุรี โค้ชของอะคาเดมีก็ได้เห็นฟอร์มของ “และห์” ด้วยตัวเอง จนแมตช์ 3 ที่จังหวัดระยอง เกิดการติดต่อไปร่วมทีมในท้ายที่สุด

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

ปีแรกของเขาในรั้วอะคาเดมี “ฉลามชล” กลับไปราบรื่นอย่างที่คาดหวังไว้ เมื่อเกือบโดนประเมินออกจากทีม เพราะยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนได้ แต่โค้ชของทีมยังไม่ใจร้ายกับเขาจนเกินไป โดยให้โอกาสอีกครั้งพร้อมบอกว่าถ้ายังไม่พัฒนา หรือมีชื่ออยู่ในลิสต์อีกครั้ง จะต้องเก็บข้าวของกลับบ้านทันที

คำพูดดังกล่าวกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เข้าฮึดสู้เพื่ออนาคตของตัวเอง ประกอบกับที่ “มาสเซอร์ก้าง” นฤพล แก่นสน เห็นว่าเขาไม่ได้รับโอกาสลงเล่นเท่าไหร่นัก จึงจับเปลี่ยนตำแหน่งจากกองกลางไปเล่นแนวรับ ทั้งแบ็คขวาและเซนเตอร์ จนทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนไม่มีชื่อถูกประเมินออกอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา

ปีแรกของเขาในรั้วอะคาเดมี “ฉลามชล” กลับไปราบรื่นอย่างที่คาดหวังไว้ เมื่อเกือบโดนประเมินออกจากทีม

ตลอดช่วงเวลา 5 ปี ในอะคาเดมีของยอดทีมเมืองน้ำเค็ม “และห์” ได้ลงแข่งขันฟุตบอลหลายรายการ รวมถึงแชมป์กีฬา 7 สี และรายการระดับอาเซียนอย่าง เฟรนซ์ แชมเปี้ยนส์ โทรฟี่ ที่เขามีส่วนพาทีมคว้าแชมป์สมัยแรกของรายการได้สำเร็จ ก่อนได้รับโอกาสลงเล่นระดับอาชีพกับ บ้านบึง ยูไนเต็ด ฤดูกาลที่ผ่านมา และเพิ่งถูกเรียกตัวขึ้นซ้อมกับทีมชุดใหญ่ในช่วงต้นปี 2017 นี้

หลังจากที่เพื่อนร่วมรุ่นอย่าง สิทธิโขค ภาโส ได้ไปค้าแข้งยังเจลีกเป็นคนแรกของประเทศไทยกับ คาโงชิมา ยูไนเต็ด ล่าสุด “และห์” เป็นอีกหนึ่งคน ที่จะได้รับโอกาสนั้นเช่นกัน เมื่อเจ้าตัวเปิดเผยว่าทางสโมสรเตรียมส่งตัวเขาไปทดสอบฝีเท้าทีมเดียวกับ “ย้า” เป็นเวลา 15 วัน

จุดแข็ง

เขาคือกองหลังที่เปิดเกมจากแนวรับได้ดี ซึ่งหายากในวงการฟุตบอลไทยปัจจุบัน อ่านเกม และดักบอล ได้อย่างเฉียบขาด รวมไปถึงการตั้งรับทั้งลูกกลางอากาศ หรือทางภาคพื้นดิน “และห์” ก็สามารถทำได้อย่างน่าประทับใจเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีบทบาทในเกมรุก ทั้งเติมขึ้นไปทำประตู หรือเตะฟรีคิกได้ เพราะเป็นนักเตะที่ยิงหลังเท้าได้ดี

จุดอ่อน

แม้ว่าจะไม่ใช่นักเตะที่ช้าจนวิ่งตามแนวรุกคู่ต่อสู้ไม่ทัน แต่ ความเร็ว เป็นสิ่งที่เขายอมรับว่ายังขาดไปอยู่บ้าง รวมถึงการตัดสินใจในบางจังหวะที่ยังไม่เฉียบคมพอ เพราะขาดการลงสนามอย่างสม่ำเสมอ และยังต้องปรับจูนตัวเองต่อไป

รู้หรือไม่?

นักเตะต้นแบบของ “และห์” ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากสุดยอดปราการหลังชาวบราซิเลียนอย่าง ติอาโก ซิลวา ที่เจ้าตัวบอกว่าศึกษาการเล่นของนักเตะรายนี้เป็นประจำ ทั้งการอ่านเกม การเข้าบอลจังหวะหนึ่งต่อหนึ่ง รวมไปถึงการคุมโซน และสำหรับนักเตะไทย ก็มี สุทธินันท์ พุกหอม รุ่นพี่ร่วมทีม ชลบุรี เอฟซี ที่เขาชื่นชอบ และขอคำแนะนำอยู่เสมอ

ปากคำคนใกล้ตัว

“เขามีทักษะ, วิชั่น และสายตาที่ดีมาก เป็นผู้เล่นที่วางบอลได้อย่างแม่นยำ เล่นกับพื้นกับหัวได้ดี” โค้งเฮง วิทยา เลาหุล พูดถึงเด็กปั้นของตัวเอง

“การเปิดเกมของเขาทำได้ดี เป็นกองหลังที่เปิดเกมหาตัวจับยาก ฟุตบอลสมัยนี้ต้องเปิดเกมจากเซนเตอร์ และเขาเป็นคนที่จ่ายบอลทะลุทะลวง ทั้งจ่ายหลังไลน์, สวิทชิ่ง ซึ่งทำได้อย่างแม่นยำอีกด้วย”

โปรดติดตามตอนต่อไป…

แม้จะยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามบนลีกสูงสุด แต่การฝึกซ้อมร่วมกับบรรดานักเตะซีเนียร์ คือสิ่งที่เขามุ่งมั่นตั้งใจทำ พร้อมขอคำแนะนำเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้กับตัวเอง และเขาจะทำได้หรือไม่กับโอกาสบินไปทดสอบฝีเท้าถึงแดนอาทิตย์อุทัยเป็นเวลา 15 วัน ต้องติดตามและเอาใจช่วยกันต่อไป