กุญแจสู่รอบชิงฯ : ความยอดเยี่ยมของกรีซมันน์และกอสเซียลนี

ศูนย์หน้าของฝรั่งเศสเพิ่งจะเหมาคนเดียว 2 ประตู ขณะที่ปราการหลังจากอาร์เซนอลก็โชว์เกมรับอันยอดเยี่ยม ช่วยกันพาทัพตราไก่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

ในที่สุดก็ได้คู่ชิงประจำศึกยูโร 2016 นี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยโปรตุเกสที่เข้าไปรอแล้วก่อนหน้านี้ จะพบกับทีมเจ้าภาพอย่างฝรั่งเศสที่เพิ่งเอาชนะเยอรมันมาได้สดๆ ร้อนๆ โดย 2 ประตูดังกล่าวนั้น ลูกแรกมาจากจุดโทษที่ค่อนข้างถูกพูดถึงเป็นอย่างมากเนื่องจากไม่ชัดเจนเท่าไหร่ (ลูกบอลโดนมือจริงๆ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเป็นจุดโทษ) และอีกลูกจากการซ้ำลูกปัดของ มานูเอล นอยเออร์ นายทวารของอินทรีเหล็ก เข้าไป สำหรับเยอรมันดูจะมีปัญหาในเกมบุกเนื่องจากพวกเขาขาดกองหน้าธรรมชาติอย่าง มาริโอ โกเมซ ไป ทำให้พวกเขาไม่มีใครค้ำอยู่ในแดนหน้า

ทัพตราไก่น่าจะมั่นใจพอสมควรในเกมนัดชิงชนะเลิศ เพราะเมื่อปี 1984 พวกเขาก็เป็นเจ้าภาพและสามารถคว้าแชมป์ในบ้านเกิดของตัวเองได้สำเร็จมาแล้ว แถมสถิติเฮดทูเฮดของฝรั่งเศสยังอยู่ในระดับดีมากๆ อีกด้วย เนื่องจากทีมตราไก่สามารถเก็บชัยชนะเหนือทีมฝอยทองได้ตลอด 10 นัดล่าสุด

ถ้าหากฝรั่งเศสสามารถรักษาถ้วยแชมป์ไว้ในแผ่นดินบ้านเกิดของพวกเขาได้จริงๆ ละก็ พวกเขาจะต้องขอบคุณ กรีซมันน์ หนักๆ เลย เนื่องจากกองหน้ารายนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมรุก จนพาฝรั่งเศสเก็บชัยชนะมานักต่อนัก รวมทั้งต้องชมเกมรับอันยอดเยี่ยมของ โลร็องต์ กอสเซียลนี และ ซามูเอล อูมติติ้ ที่ประสานงานกันได้อย่างลงตัว สามารถหยุดเกมรุกของคู่แข่งไว้ได้

อูมติตี้สามารถแย่งตำแหน่งมาจาก อาดิล รามี่ ได้ หลังจากที่โดนโทษแบนไป

ทั้งอูมติตี้และกอสเซียลนีค่อนข้างงานชุกในช่วงครั้งแรก เพราะต้องคอยป้องกันการบุกของเยอรมันบ่อยครั้งเนื่องจากพลพรรคอินทรีเหล้กดูจะครองเกมไว้ได้

เยอรมันเป็นฝ่ายที่ได้บุกกดดันฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง เพราะดูเหมือนว่าผู้เล่นของฝรั่งเศสจะไม่สามารถครองบอลและเปิดเกมโต้กลับที่มีประสิทธิภาพได้เท่าไหร่นัก ทำให้ทั้ง โธมัส มุลเลอร์ และ ผู้เล่นคนอื่นๆ มีโอกาสได้ลุ้นประตูหลายๆ ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ลูกทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ก็มีโอกาสได้ลุ้นบ้างเหมือนกันเมื่อ กรีซมันน์ ยังพอจะหาช่องเจาะเกมรับของเยอรมันได้บ้าง

ในขณะที่กอสเซียลนียืนเป็นหัวใจในเกมรับของฝรั่งเศส ช่วยให้ทีมยังไม่เสียประตู เจ้าภาพก็มาได้จุดโทษแบบมีโชคเล็กๆ และก็เป็นกรีซมันน์คนเดิมที่สังหารเข้าไปอย่างเยือกเย็น

แม้ว่าทีมตราไก่จะออกนำไปแล้ว แต่กอสเซียลนีก็ยังเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น

เกมดำเนินต่อมาถึงครึ่งเวลาหลัง ซึ่งทัพตราไก่ดูจะเล่นได้ดีขึ้น เพราะพวกเขาสามารถครองเกมสู้กับเยอรมัน และหาโอกาสทำประตูเพิ่มได้เรื่อยๆ

และแล้วฝรั่งเศสก็มาได้ประตูที่ 2 จนได้ เมื่อ ปอล ป็อกบา กองกลางคนเก่งของทีมโชว์สเต็ปกระชากไปสุดเส้นหลังก่อนตบบอลเข้ามาหน้าประตู นายทวารของเยอรมันตัดสินใจพุ่งออกมาปัด แต่ดูเหมือนว่าจะสุดเยียดไปเล็กน้อย ทำให้บอลไม่ขาดและไปตกตรงหน้ากรีซมันน์ที่ซัดสวนตัวเข้าประตูไปทันที ฝรั่งเศสออกนำ 2-0 (ประตูนี้ของกรีซมันน์ทำให้เขาทำสถิติยิงในยูโรเท่ากับ เธียร์รี่ อองรี ดาวยิงระดับตำนานของฝรั่งเศส)

นอกจากนี้ยังต้องขอบคุณ มุสซา ซิสโซโก้ ที่ทำงานอย่างขยันขันแข็ง เพราะมันช่วยให้ฝรั่งเศสสามารถรักษาสกอร์ 2-0 ไว้ได้ และได้ตั๋วสู่รอบชิงชนะเลิศในที่สุด

ในเกมนัดสุดท้าย พวกเขาน่าจะต้องหวังให้กอสเซียลนีโชว์ฟอร์มแกร่งอีกครั้งหนึ่ง เพราะกองหลังจากอาร์เซนอลรายนี้คือหัวใจในเกมรับของพวกเขาที่คอยสกัด เคลียร์ทิ้ง และป้องกันลูกกลางอากศให้กับทีมได้อย่างยอดเยี่ยม

รวมทั้งกองหน้าจากแอตเลติโก มาดริด ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมเมื่อคืนนี้