กว่าจะเป็น ‘ไอซ์เบิร์ก’ : ขุดจุดกำเนิด เดนนิส เบิร์กแคมป์ จากเด็กสายวิทย์สู่ตำนานลูกหนัง

Dennis Bergkamp Ajax

FFT พาแฟนๆชาวไทยไปย้อนเวลาเจาะอดีตเมื่อสามสิบปีที่แล้วกับช่วงเวลาที่โลกได้ทำความรู้จักกับ เดนนิส เบิร์กแคมป์ เป็นครั้งแรก ก่อนที่หลังจากนั้น จะกลายเป็นตำนานที่ไม่มีใครลืม…

ในวันที่ 18 มีนาคม 1987 มีนักเตะคนหนึ่งที่น่าสงสารที่สุด ในใจของของเขาผู้นั้นมีทั้งความหวังและความกลัว ความหวังที่ว่าผู้จัดการทีมจะเปลี่ยนตัวเขาออก หลังจากที่ต้องรับบทหนัก โดนเด็กหนุ่มวัยเพียง 17 ปีหลอกล่อจนหัวปั่น เขาผู้นั้น คือ ท็อบจอร์น เพียร์สัน กองหลังของ มัลโม่ เอฟซี ยักษ์ใหญ่แห่งแดนสวีเดน ขณะที่ผู้จัดการทีมคนนั้นได้แก่ รอย ฮอดจ์สัน ในวันที่ยังไม่ได้ขนานนามว่าเป็น นายใหญ่ทีมชาติอังกฤษ มาก่อน

ส่วนพระเอกของเรื่องก็คือ หนุ่มวัยละอ่อนที่วาดลวดลายชนิดที่หน้าตาของ เพียร์สัน บอกกับ ฮอดจ์สัน ว่า “เจ้านาย เอาผมออกนอกสนามสักทีสิ!”

หลายสิบปีที่แล้ว ที่โลกได้ทำความรู้จักกับ เด็กอายุ 17 ปีผู้นั้น และเรื่องราวของเขา อาจจะเป็น แรงบันดาลใจชั้นยอด ให้กับเหล่ารุ่นน้องเหล่านั้น

นั่นคือเรื่องเมื่อสามสิบปีที่แล้ว ซึ่งสามสิบปีต่อมา อาแจ็กซ์ฯ ชุดล่าสุดก็แสดงอหังการถึงขั้นเข้าชิง ยูโรป้า ลีก กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งแม้สุดท้ายพวกเขาจะพลาดท่าให้กับ ยอดทีมแห่งเมืองผู้ดี ทว่า นักเตะดาวรุ่งในทีมหลายคนก็มีอนาคตที่สดใสรออยู่

ไม่ต่างจากเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ที่โลกได้ทำความรู้จักกับ เด็กอายุ 17 ปีผู้นั้น และเรื่องราวของเขา อาจจะเป็น แรงบันดาลใจชั้นยอด ให้กับเหล่ารุ่นน้องเหล่านั้นทั้งหลายก็เป็นได้

เขาคนนั้นคือ เดนนิส เบิร์กแคมป์ นั่นเอง...

เดินหน้าฆ่ามัน

จุดเริ่มต้นทั้งหมดต้องย้อนกลับไปเมื่อซัมเมอร์ปี 1985 ที่ตอนนั้น อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ต้องการแต่งตั้งตำนานของทีมอย่าง โยฮัน ครัฟฟ์ ขึ้นมาคุมทีม ทว่าปัญหาก็คือ ยอดคนชาวดัตช์ ยังไม่มีใบรับรอง หรือ ประกาศนียบัตรใดๆในอาชีพโค้ช เลย และอย่างที่เรารู้กัน คนอย่าง ครัฟฟ์ ไม่ได้สนใจเรื่องใบประกาศเหล่านี้แน่นอน

Johan Cruyff

ครัฟฟ์ ในปี 1986/87 ที่ยังไม่ยอมเลิกบุหรี่

ดังนั้น อาแจ็กซ์ฯ จึงต้องหาวิธีแก้ไข้ โดย ยักษ์ใหญ่เมืองกังหัน ส่งชื่อของผู้ช่วยสามคนที่ผ่านการอบรมโค้ช แล้วใส่ ครัฟฟ์ ในตำแหน่งของ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค แทน แต่ทุกคนต่างทราบดีว่า คนที่เป็นผู้จัดการทีมก็คือ ครัฟฟ์ ซึ่งสมาคมฟุตบอลฮอลแลนด์ก็ทราบเรื่องทั้งหมด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

สุดท้าย เอฟเอเมืองทิวลิป เลยตัดสินใจมอบใบประกาศให้ ครัฟฟ์ ในเดือนมกราคม ปี 1986 ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

ในปีแรกของ อดีตตำนานบาร์เซโลน่า นั้น ครัฟฟ์ พาทีมเปิดเกมรุกชนิดเต็มสูบจนได้รับฉายาว่าแท็คติคแบบ “ฮาราคีรี” หรือ การฆ่าตัวตายด้วยการเชือดตัวเองของ ญี่ป่น โดยปีนั้น อาแจ็กซ์ฯ ได้แชมป์บอลถ้วยดัตช์ คัพ แต่แพ้ให้กับ พีเอสวี ในบอลลีก

นอกจากแท็คติคแบบเดินหน้าฆ่ามันแล้ว ครัฟฟ์ ยังพัฒนาวงการฟุตบอลด้วยการสั่งให้กองหลังขึ้นไปเป็นตัวรุกได้อีก และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ตำนานดัตช์ ให้โอกาสดาวรุ่งทั้งหลายในการลงเล่นเป็นครั้งแรก

“ถ้าคุณเก่งพอ คุณก็แก่พอ” คือ ม็อตโต้ประจำใจ ครัฟฟ์ แม้สุดท้ายพวกเขาจะพลาดแชมป์ลีก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความสว่างไสวของเด็กชุดนั้นลดลงเลย

Dennis Bergkamp

ภาพ เบิร์กแค้มป์ ในวัย 17 ปี

โดยนับตั้งแต่คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ได้ 3 สมัยติดต่อกันในช่วงต้นยุค 70 ความสำเร็จก็ไม่ค่อยได้หลั่งไหลมาสู่ อาแจ็กซ์ฯ อีกมากเท่าไหร่นัก โดยพวกเขาเข้ารอบรองฯ ยูโรเปี้ยน คัพ ได้อีกครั้งในปี 1980 ทว่าอีกหกปีต่อมา ทีมดังแห่งฮอลแลนด์ ผ่านรอบแรกแค่ 2 ครั้งเท่านั้น

อีกไม่กี่วันต่อมา ครัฟฟ์ ได้ส่งหนุ่มน้อยวัย 17 ปีลงสนามเกมลีกเป็นครั้งแรกในชีวิตในเกมกับ โรด้า เจซี

ในปีแรกที่ ครัฟฟ์ พา อาแจ็กซ์ฯ ลงเล่นบอลยุโรปในรายการ คัพ วินเนอร์ส คัพ ด้วยสไตล์บุกแหลกเหมือนในลีก เขาพาทีมผ่านรอบแรกด้วยการปราบ บูร์ซาสปอร์ 5-0 และ 2-0 ในสองเกม ก่อนที่รอบสองนั้น จะพาทีมพิชิต โอลิมเปียกอส ด้วยสกอร์รวมสองเกม 5-1

และอีกไม่กี่วันต่อมา ครัฟฟ์ ได้ส่งหนุ่มน้อยวัย 17 ปีลงสนามเกมลีกเป็นครั้งแรกในชีวิตในเกมกับ โรด้า เจซี ก่อนที่ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา เขาผู้นั้นจะเข้าไปอยู่ในหัวใจของแฟนๆชาวดัตช์ จวบกระทั่งวันนี้

เด็กหนุ่มคนนั้นชื่อเดนนิส...