กว่าจะกลับมา : เปิดบันทึกการผจญภัย 9 ปีในลีกล่าง ของ...ไทยฮอนด้า

“พญาอินทรี” ไทยฮอนด้า เอฟซี กลับมาผงาด พร้อมก้าวสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง หลังห่างหายมานานถึง 9 ปี แต่กว่าจะถึงวันนี้การเดินทางของพวกเขาต้องเจออะไรบ้าง และกลับมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้งได้อย่างไร FFT TH ขอพาทุกท่านยอดสู่เส้นทางการผจญภัยของพวกเขาไปพร้อมกันที่นี่

ออกเดินทางบนถนนลูกหนัง

ย้อนเวลากลับไปเมื่อปี 2000 ในยุคที่ฟุตบอลไทยยังไม่ใช่ลีกอาชีพเต็มตัวเหมือนเช่นทุกวันนี้ สโมสรฟุตบอลไทยฮอนด้าก่อตั้งขึ้นครั้งแรก โดยมีกลุ่มนักเตะที่เกิดจากพนักงานในบริษัทเป็นกำลังขับเคลื่อนสำคัญ ก่อนที่จะขยับขยายเลื่อนขั้นขึ้นมาที่ละขั้นจนกลายเป็นทีมลูกหนังอาชีพ พร้อมกับฐานแฟนบอลที่เป็นกลุ่มพนักงานของบริษัทไทยฮอนด้า และในเขตนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง

ปี 2002  “โค้ชหนุ่ย”เฉลิมวุฒิ  สง่าพล อดีตดาราเอเชียเจ้าของฉายา “เท้าชั่งทอง” เข้ามากุมบังเหียนพาทีมลงแข่งเกมระดับประเทศครั้งแรกจากถ้วยพระราชทาน ง และคว้าแชมป์ถ้วย ค และ ข เลื่อนชั้นมาเล่น ดิวิชั่น 1 ก่อนที่จะใช้เวลาเพียงฤดูกาลเดียวในลีกพระรองไต่ระดับขึ้นไปเล่นบนลีกสูงสุดในฤดูกาล 2006 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

ขวบปีแรกบนเวทีไทยลีกในฐานะน้องใหม่ ผลงานกลับน่าผิดหวัง เพราะเก็บชัยชนะได้เพียง 4 เกม ตลอด 22 นัด จบฤดูกาลด้วยตำแหน่งรองบ๊วยของตารางที่ต้องตกชั้นกลับไปเล่นดิวิชั่น 1 เหมือนเดิม แต่ในปีเดียวกันนั้นพวกเขาได้สิทธิ์อยู่ต่อหลังจากฝ่ายจัดการแข่งขันมีมติเพิ่มจำนวนทีมจาก 12 ทีมเป็น 16 ทีม ทำให้ไทยฮอนด้า เอฟซี ยังคงโลดแล่นในลีกสูงสุดต่อไป

อดีตยอดทีมจากย่านลาดกระบังยังกู่ไม่กลับ หลังเป็น 1 ใน 4 ทีม ที่ต้องล่วงชั้นไปเล่นดิวิชั่น 1 และผลงานของพวกเขายังคงตกต่ำต่อเนื่อง เพราะกลายเป็นทีมที่ต้องหนีเอาตัวรอดอีกครั้ง เมื่อจบฤดูกาลในโซนตกชั้น และยิงประตูได้น้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจาก นครสวรรค์ แต่ศรัทธาของแฟนบอล และกำลังใจของนักเตะก็ดูจะย่ำแย่กว่าเดิม เพราะไม่มีทีท่าว่าพวกเขาจะกลับมาผงาดอีกครั้งได้เลยในเวลานั้น

การล้มลงในครั้งนั้นไม่ได้ทำให้สโมสรถอดใจแม้แต่น้อย เมื่อพวกเขาฮึดสู้อีกครั้ง เพื่อกลับไปสู่ลีกสูงสุดในฤดูกาลต่อมา…

ก้าวที่สองบนความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่

อย่างไรก็ตามคงไม่มีใครคิดว่าทีมเอกชนที่ทุ่มทุนไปรอบแรกจนก้าวขึ้นมาสู่ไทยลีก ก่อนจะต้องพบกับฤดูกาลที่ตกต่ำติดต่อกัน จะกลับมาลุกขึ้นสู้อีกครั้ง โดยในปี 2008 ไทยฮอนด้า ดึง อ.เสนอ ไชยยงค์ เข้ามาเป็นเฮดโค้ชของทีม ซึ่งนี่คือสุดยอดปรมาจารย์ลูกหนังอีกคนของเมืองไทยก็ว่าได้ แต่ผลงานในปีนั้นไม่ค่อยสู้ดีจบด้วยอันดับ 13 เป็นโควตาสุดท้ายที่ต้องตกชั้น บนความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้างเมื่อ ธ.กรุงเทพ ที่ตกชั้นจากไทยลีกประกาศยุบทีมทำให้เกิดการเพลย์ออฟเพื่อหาทีมเล่นในลีกพระรอง

ช่วงของการเพลย์ออฟ ไทยฮอนด้า แต่งตั้ง “โค้ชอุ้ม”ปิยะกุล แก้วน้ำค้าง มากอบกู้สถานการณ์จนทีมได้อยู่ดิวิชั่น 1 ต่อไป จากผลงาน ชนะ ราชวิถี 1-0 และ แย่งตั๋วใบเดียวด้วยการเอาชนะนครสวรรค์ ไป 4-0 ไทยฮอนด้า ในฤดูกาล 2009 สโมสรแต่งตั้ง มร.มาซามิ ทากิ กุนซือชาวญี่ปุ่น นี่เป็นหน้าประวัติศาสตร์หน้าแรกที่เลือกจ้างโค้ชจากต่างแดน ที่มาพร้อมกับความหวังที่จะพาทีมกลับไปสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง

แต่การเริ่มต้นของกุนซือแดนปลาดิบกลับไม่ได้สวยหรูอย่างที่หลายคนคิด เพียงปีแรกที่คุมทัพผลงานไม่ต่างไปจากที่เคยเป็นมากนักกับการจบด้วยอันดับที่ 11 มีแต้มเหนือโซนตกชั้นเพียงแค่ 6 แต้ม ทำให้บอร์ดของสโมสรเปลี่ยนแปลงนโยบายการทำทีมครั้งใหม่ในช่วงปี 2010 ด้วยการดึง คมสันต์ ตุ้มนนชัย เข้ามานั่งเก้าอี้กุนซือ และเม็ดเงินกว่า 15 ล้านบาท พร้อมการสร้างนักเตะสายเลือดใหม่ขึ้นมาผสมผสานกับผู้เล่นเก่าที่ยังพอไหวเพื่อวางรากฐานของทีมไปสู่ความสำเร็จในอนาคต

ผู้เล่นจากเยาวชนทีมชาติไทย 19 ปีชุดชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศจีน ต่างตบเท้าเข้าสู่รังไทยฮอนด้า อาทิ ปกเกล้า อนันต์,พลไชย หงส์ทอง(ภีมวิช ทองนิธิโรจน์),พัฒนา ซอกจอหอ,ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด,อภิสิทธิ์ คำวัง,พิทยพัฒน์ มังคะตา และ นพพล วิชายา  ก่อนที่จะกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มาเติมศักยภาพของทีมได้อย่างแข็งแกร่ง และทำให้ผลงานของพวกเขาเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหลังจบด้วยอันดับ 8 เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล โปรเจคสร้างเด็กของผู้บริหารประสบความสำเร็จพร้อมตั้งเป้าหมายใหม่ในฤดูกาล 2011 ด้วยการเลื่อนชั้น

กลับสู่จุดเริ่มต้น

หลังประสบควาสำเร็จกับการปลุกปั้นผู้เล่นหน้าใหม่ขึ้นมา ทำให้หลายทีมจับตามองหวังดึงแข้งฝีเท้าดีไปร่วมทัพ  ประกอบกับสัญญาของนักเตะไม่ได้ผูกมัดกันในระยะยาว สุดท้ายผู้เล่นดาวรุ่งทั้งหลายต่างพาเหรดออกจากทีมเกือบหมดโดยเฉพาะรายของ ปกเกล้า อนันต์ ที่ไปหาฝันบนถนนฟุตบอลกับเพื่อนตำรวจ  

จากโอกาสลุ้นแชมป์สถานการณ์กลับพลิกผัน เมื่อผลงานในซีซั่นนั่นดิ่งลงเหวต่างจากปีก่อนโดยสิ้นเชิง แม้จะเปลี่ยนกุนซือถึง 2 ราย ทั้ง “หลอเรดาร์”พิชัย คงศรี ที่มาช่วยทีมในเลกแรก ก่อนที่ “โค้ชทู”ครองพล ดาวเรือง จะเข้ามากู้สถานการณ์ในเลกสอง แต่ก็ไม่อาจช่วยทีมได้จนจบฤดูกาลนั้น ไทยฮอนด้า รั้งบ๊วยของตารางพร้อมตกชั้นไปอย่างน่าเหลือเชื่อด้วยแต้มที่ทำได้เพียง 24 แต้มจาก 34 แมตซ์

เกิดคำถามตามมา 4 ฤดูกาลหลังผลงานลดลงเรื่อยๆ และไม่มีวี่แววว่าจะกลับไปได้อีก บันได 5 ขั้นที่เคยเดินก่อนหน้านี้กลายเป็นลิฟต์ที่ลงอย่างรวดเร็ว แฟนบอลพันธุ์แท้ของทีมและแฟนบอลไทยเวลานั้นคงคาดเดาอะไรไม่ได้ แต่ตั้งข้อสงสัยในใจว่า ไทยฮอนด้า จะสู้ต่อหรือจะยอมสิโรราบกับการยุติบทบาททีมฟุตบอลอาชีพเหมือนกับทีมอื่นๆที่เคยเป็น ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่ทุกคนคิดเพราะว่าผู้บริหารยังเชื่อมั่นในความกระหายของทีมพร้อมคำมั่นสัญญาตกได้ก็ต้องขึ้นได้

ปี 2012 กับการลงไปเล่นดิวิชั่น 2 ปีแรก ไทยฮอนด้า แต่งตั้ง “โค้ชเต่า”อภิรักษ์ ศรีอรุณ อดีตนักเตะทีมชาติไทย เข้ามาคุมทัพผลงานของพญาอินทรีดูดีแถมโชว์พลังความกระหายที่จะคืนสู่ลีกวันได้อย่างน่าเกรงขามด้วยการเป็นแชมป์โซนกรุงเทพและปริมณฑล ก่อนจะอกหักในรอบแชมป์เปี้ยนลีก  ปีถัดมาไทยฮอนด้า คาดหวังเต็มตัวที่จะได้กลับสู่เส้นทางฟุตบอลที่พวกเขาแสวงหา ที่สุดแล้วต้องพบกับความล้มเหลวอีกครั้ง เมื่อจบเพียงอันดับ 5 ของตารางคะแนน

แม้จะพบกับความผิดหวังแบบเจ็บหนักเมื่อต้องวนเวียนในลีกรากหญ้าต่อไปอีกฤดูกาล แต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาถอดใจ ก่อนที่จะขยับเข้าใกล้ความสำเร็จอีกครั้งในปีต่อมา

หวนคืนลีกที่คุ้นเคย

หลังสโมสรได้มีการการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่แต่งตั้ง วิน บุญห้อย ขึ้นมานั่งตำแหน่งประธาน ปี 2014  กับเป้าหมายหวังพาทีมกลับไปเล่นดิวิชั่น 1 ให้ได้ พร้อมระดมงบประมาณก้อนใหญ่ ดึงอดีตกุนซือ มร.มาชามิ ทากิ กลับมาร่วมงานอีกครั้งหลังแยกทางกัน 4 ปีเต็ม รวมทั้งดึงตัวผู้เล่นดาวดังระดับไทยลีกและดิวิชั่น 1 หลายรายเข้ามาสู่ทีม อาทิ เปาโนวิช โรโดจุ๊บ,ราอูล กัสตัน กอนซาเลซ, ณภัทร ทับเกตุแก้ว, ปรวัฒร ศิริวัฒนากร, ถวิล บุตรสมบัติ และ อลงกรณ์ จรนาทอง และอื่นๆอีกมากมาย  

ในฤดูกาลนั้นแนวรุกตัวเก่งอย่าง เปาโนวิช ยิงไปถึง 32 ประตู พาไทยฮอนด้าคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 โซน กรุงเทพ พร้อมกับโควตาเลื่อนชั้นในฐานะรองแชมป์ แถมท้ายด้วยการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยสถิติผู้ชมใหม่ของสโมสรในเกมส่งท้ายดิวิชั่น 2 นัดเปิดบ้านเล่นกับ สุโขทัย เอฟซี วันนั้นมียอดผู้ชมเข้ามาชมเกมที่สนามม.พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง 12,000 คนเป็นสถิติสูงที่สุดของสโมสรที่ยังไม่มีนัดไหนทำลายลงได้จนถึงวันนี้  3 ปี ในเวทีระดับดิวิชั่น 2 มีเรื่องราวมากมายวนเวียนเข้ามาเป็น 3 ปีที่ล้ำค่าที่เหล่าผู้บริหารของสโมสรช่วยกันกอบกู้

การกลับมาอีกครั้งในเวทีระดับดิวิชั่น 1 ก่อนเริ่มฤดูกาล 2015 ไทยฮอนด้า จับ 4 แข้งตัวหลักต่อสัญญาเพิ่มทั้ง เปาโนวิช โรโดจุ๊บ, กัสตัน ราอูล กอนซาเลซ, ถวิล บุตรสมบัติ และ อลงกรณ์ จรนาทอง หลังทำผลงานได้ดีเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมทุ่มงบก้อนโตกว่า 40 ล้านบาท ดึงแข้งฝีเท้าดี อาทิ พรชัย อาจจินดา, ธนพัฒน์ ณ ท่าเรือ, อานนท์ นานอก และ ชัยวุฒิ วัฒนะ เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม

อย่างไรก็ตาม พวกเขาต้องผิดหวัง เมื่อไม่อาจเลื่อนชั้นได้สำเร็จ แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่ที่ดี เมื่อทีมจบด้วยอันดับ 6 เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 38 นัดเก็บมาได้ 67 แต้ม  ก่อนที่จะขยับ มาชามิ ทากิ ขึ้นเป็นประธานเทคนิค หลีกทางให้ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ที่เคยรับแต่งานเป็นผู้ช่วยโค้ชมา 17 ปี เต็ม ก้าวขึ้นมาเป็นเฮดโค้ชเต็มตัว ควงคู่ วรวุฒิ วังสวัสดิ์ อดีตนักเตะทีมชาติไทยและโอสถสภาฯ ก้าวสู่งาน ผช.โค้ชครั้งแรก

และนั่นคือจุดเริ่มต้นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งของ ไทยฮอนด้า เอฟซี...

การเดินทางครั้งใหม่สู่ว่าที่ทีมไทยลีก

หลังเกิดเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือ ขณะเดียวกันทางฝ่ายบริหาร วิน บุญห้อย ประธานสโมสร ตัดสินใจสละเก้าอีกพร้อมส่งไม้ต่อให้กับ อดิเรก ไกรเทพ ขึ้นเป็นประธานสโมสรแทน พร้อมทีมงานคุณภาพอย่าง มนนเทพ พรประภา เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ทุกอย่างจัดวางได้อย่างลงตัว ก่อนออกสตาร์ทฤดูกาลมีการพูดคุยกันถึง “โค้ชโต่ย” ว่าอาจพาทีมไปไม่ถึงฝัน เพราะเวลานั้นยังไม่เคยรับบทกุนซือเต็มตัว แต่ทางสโมสรก็ยังไว้ใจในตัวเฮดโค้ชคนนี้คุมทีมลุยศึกดิวิชั่น 1 ต่อไป

การดึงผู้เล่นฝีเท้าดีจากบราซิลและญี่ปุ่นเข้ามาปีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทความสำเร็จ เมื่อทีมเสริมอาวุธหนักทั้ง ริคาโด้ เฆชุส  อดีตเยาวชน 19 ปี ทีมชาติบราซิล และเคยค้าแข้งกับสโมสรซีเอสเคเอ มอสโกว ฤดูกาลนี้ยิงไป ถึง 13 ประตู  ราฟิญญ่า ลิม่า ดาวรุ่งวัย 23 ปี คู่พาร์ทเนอร์ จากสโมสรฟุตบอลฟลาเมงโก้ ที่เคยได้รับฉายาจากสื่อท้องถิ่นที่บราซิลว่า “นิวเนมาร์” เข้ามาเติมเกมรุก รวมถึง ยูกิ บัมบะ,ไดกิ ฮิกูซิ ที่เคยมีประสบการณ์ในฟุตบอลไทย และ ดึง มิชิตาเกะ อากิโมโตะ วัย 34 ปี มายืนบัญชาการในแนวรับผสมผสานกับขุมกำลังที่มีอยู่ ทำให้ระบบทีมลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ

เริ่มฤดูกาลใหม่ไทยฮอนด้าเริ่มแข่งช้ากว่าทุกทีมอยู่ 2 เกม จึงได้เห็นทีมคู่แข่งค่อนข้างเยอะ การบ้านที่เตรียมไว้จึงถูกใช้แบบมีคู่มือ โดยประเดิมนัดแรกด้วยการเสมอน้องใหม่อย่าง อุบล ยูเอ็มที 1-1 แม้ขณะนั้นจะถูกมองว่าผลงานช่วงต้นฤดูกาลน่าจะทำให้ท้ายที่สุดพวกเขาจะต้องผิดหวังอีกครั้ง แต่ความกดดันถูกโยนทิ้งทั้งหมด ก่อนที่ “พญาอินทรี” ตัวนี้จะไล่ล่าความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ลบคำปรามาศที่เคยมีก่อนหน้านี้ออกไปโดยสิ้นเชิง

จากการลงสนาม 26 เกมชนะ 14 เสมอ 10 แพ้ 2 แบ่งความปราชัยออกไปเลกละ 1 เกม  ไทยฮอนด้า การันตีเลื่อนชั้นเป็นทีมแรก ตั้งแต่เกมการแข่งขันยังไม่จบฤดูกาลในนัดที่พวกเขาบุกยิงแซง พีทีทีระยอง 2-1 ทำให้สถานะของพวกเขาคือทีมไทยลีกอีกครั้งทันทีแม้จะเหลือเกมอีก 3นัด  กลับสู่ลีกสูงสุดอย่างยิ่งใหญ่ในระยะเวลา 9 ปี ที่ได้เรียนรู้ฟุตบอลอาชีพ และพัฒนาจนเป็นปึกแผ่นทำให้ในท้ายที่สุด

ภารกิจการผจญภัยของพวกเขายังไม่หยุดเพียงเท่านี้แน่นอน เพราะยังมีลุ้นคว้าแชมป์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่พวกเขาต้องทำในอีก 2 เกมสุดท้าย ซึ่งคู่แข่งคนสำคัญอย่าง อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ที่กำลังไล่จี้มาแบบติดๆ และผลการแข่งขันที่เจอกันออกมาเสมอทั้งสองนัดในฤดูกาลนี้   หากว่าฤดูกาลนี้พวกเขาผจญภัยไปจนถึงคำว่า “แชมป์”

นี่จะเป็นแชมป์แรกในฟุตบอลลีกระดับเมเจอร์ใหญ่ของพวกเขาในนาม “พญาอินทรี” ไทยฮอนด้า เอฟซี