กว่าจะมาเป็น แกเร็ธ เบล : ตัวซวยสเปอร์ส, แข้งแพงสุดในโลก และ(ว่าที่)แชมป์ยูโร 2016

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน คงไม่มีใครเชื่อว่า แกเร็ธ เบล จะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกได้ และ  Seb Stafford-Bloor คอลัมนิสต์ของเราจะพาแฟนๆชาวไทยย้อนเวลาไปดูช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของ นักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก ผู้อาจได้แชมป์ยูโร 2016 มาประดับบารมีในเร็ววันนี้…

เป็นเวลากว่า 10 ปีที่ แกเร็ธ เบล รับใช้ประเทศบ้านเกิด และด้วยวัยเพียง 26 ปี เบล กำลังจะลงเล่นเกมสำคัญที่สุดในชีวิตกับ เวลส์ โดยมีตั๋วรอบชิงชนะเลิศศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเป็นเดิมพัน

ซึ่งหากมองทุกอย่างในชีวิตของ ดาวเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก ถือว่า เบล มาไกลเกินกว่าฝันมากๆ

จากเด็กที่เหล่ายอดทีมในอังกฤษพยายามแย่งตัวตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น สู่ ฉายายอดนักเตะตัวซวย ที่ลงเตะทีใด ทีมไม่เคยชนะสักครั้ง ผันตัวเองจากแบ็คซ้ายสู่ปีกความเร็วสูง ก่อนสร้างสถิติโลก ย้ายไปเล่นกับทีมในอุดมคติของเกือบทั้งโลกอย่าง เรอัล มาดริด และ ถีบตัวเองจนเป็นหนึ่งในนักเตะแถวหน้าของจักรวาล 

Gareth Bale

โอกาสของเวลส์ในตอนที่เจอกับเบลเยี่ยมนั้นขึ้นอยู่กับว่าเบลเล่นได้ดีแค่ไหน

เบล มีวันนี้ได้อย่างไร? นั่นคือสิ่งที่หลายคนอยากรู้ ดังนั้น FFT จึงขันอาสาพาแฟนๆชาวไทยย้อนเวลากลับไปชมวันนั้นในอดีตของ ปีกพญาวานร ตั้งแต่สมัยย้ายจาก เซาแธมป์ตัน ไป สเปอร์ส ใหม่ๆเลย…

ชีวิตลำบาก

14 เดือนแรกกับ สเปอร์ส นั้น เบล ได้รับบาดเจ็บค่อนข้างหนักจนพลาดการลงสนามถึง 4 ครั้ง และนั่นทำให้เขามีโอกาสลงสนามในพรีเมียร์ลีกเพียง 8 เกมเท่านั้น

เบล มาถึง ไวท์ ฮาร์ท เลน ในปี 2007 หลังจากที่ตอนนั้น สเปอร์ส เพิ่งได้อันดับ 5 มา 2 ปีติดต่อกัน นั่นทำให้ ผู้อำนวยการสโมสรในตอนนั้นอย่าง เดเมี่ยน โคมอลลี่ ตัดสินใจผ่าทีมด้วยการดึงตัว เบล, ดาร์เรน เบนท์, เควิน พริ้นซ์ บัวเต็ง และ ยูเนส กาบูล เพื่อให้ มาร์ติน โยล กุนซือของทีมได้ทำตามฝันพา “ไก่เดือยทอง” ลุยแชมเปี้ยนลีกได้สักที

อนิจจา ที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คิด เมื่อ โยล ถูกปลดหลังจากผ่านไปสามเดือน พร้อมกับได้ ฆวนเด้ รามอส เข้ามาแทนที่ ทว่า ความฝันยูซีแอล ก็ยังไม่สำเร็จ(แม้ว่า รามอส จะพาทีมได้แชมป์ลีก คัพ ก็ตาม) ทำให้สุดท้าย กุนซือชาวสเปน อยู่ได้เพียงปีกว่าๆ ก่อนส่งไม้ต่อให้ แฮร์รี เรดแนปป์ เข้ามาทำหน้าที่แทน

ซึ่งการเปลี่ยนผู้จัดการทีมบ่อยครั้ง ทำให้พัฒนาการตลอดสองถึงสามปีนั้นของ เบล ไม่ต่อเนื่องเท่าไร 

Gareth Bale

เบล ล้มแบบในรูปอยู่หลายครั้งในช่วงปีแรกๆ

อีกทั้งปัญหาอาการบาดเจ็บ ก็เป็นอีกข้อที่ทำให้ แบ็คซ้ายเลือดเวลส์(ตำแหน่งขณะนั้น) ไม่สามารถฉายแสงเหมือนที่หลายคนคาดหวัง โดย 14 เดือนแรกกับ สเปอร์ส นั้น เบล ได้รับบาดเจ็บค่อนข้างหนักจนพลาดการลงสนามถึง 4 ครั้ง และนั่นทำให้เขามีโอกาสลงสนามในพรีเมียร์ลีกเพียง 8 เกมเท่านั้น

ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะว่า อันที่จริง ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนเยาวชนของ เซาแธมป์ตัน นั้น เบล ก็มีประวัติการเจ็บบ่อยอยู่แล้ว โดยหัวหน้างานบุคคลของ “นักบุญ” เคยให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ The Guardian ในปี 2010 ว่า “เขามีอาการบาดเจ็บอยู่เรื่อยๆ ซึ่งนั่นทำให้การพัฒนาของเขาลำบากมากๆ เขาไม่เคยได้ลงเล่นต่อเนื่องเลย”

อนาคตเกือบดับสูญ

ด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์กับนักเตะวัยยังไม่ถึง 18 ปีเต็ม และยังต้องมาอยู่กับหนึ่งในสโมสรยักษ์ใหญ่ของประเทศ ทำให้ อดีตเด็กฝึกนักบุญ กดดันเช่นกัน

และนั่นทำให้ เบล ไม่ค่อยได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์กับนักเตะวัยยังไม่ถึง 18 ปีเต็ม และยังต้องมาอยู่กับหนึ่งในสโมสรยักษ์ใหญ่ของประเทศ ทำให้ อดีตเด็กฝึกนักบุญ กดดันเช่นกัน

และยิ่งในช่วงนั้นผลงานของทีมก็ไม่ดีเท่าไร โดยในปี 2008 ในยุคที่ รามอส ยังเป็นผู้จัดการทีมอยู่นั่น สเปอร์ส เคยออกทะเลถึงขนาดไม่เจอชัยชนะ 8 เกมติดต่อกัน ขณะที่ เบล เองก็เจอปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่า จนต้องเข้ารับการผ่าตัด จนต้องพักไปนาน ทั้งเมื่อหายเจ็บกลับมา ดาวเตะทีมชาติเวลส์ ก็ไปโดนไล่ออกในเกมกับ สโต๊ค อีก จนทำให้มีข่าวว่า สโมสรตัดสินใจจะขาย เบล ทิ้งออกไปในช่วงตลาดเดือนมกราคม

และแม้ เรดแนปป์ จะเข้ามาคุมทีมในเดือนตุลาตม สถานการณ์ของ เบล ก็ยังดูท่าจะไม่มีอนาคตเท่าไร เมื่อเขายังอยู่ในช่วงความมั่นใจหดหาย และยังถูกแบนจากการโดนใบแดงอีกด้วย สุดท้าย เบล ได้อยู่กับทีมจนจบซีซั่นที่ อดีตกุนซือเวสต์แฮมฯ เข็นทีมจบอันดับ 8 ทว่า ตลอดทั้งฤดูกาล แบ็คเลือดมังกรแดง มีโอกาสได้เล่นเกมลีกเพียง 16 เกมเท่านั้น

ซึ่งหลังจบซีซั่น หลายสื่อในอังกฤษ ก็ยังเล่นข่าวว่า เบล อาจจะถูกปล่อยยืมตัวหรือขายขาดในช่วงปิดฤดูกาลเช่นเดิม

สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ

ผมเคยคิดจะขาย เบล ไหม? ไม่นะ ผมเคยคิดจะปล่อยยืมเขาไหม? ก็ไม่นะ… ผมไม่เคยคิดขาย แกเร็ธ มันทำให้ผมเสียใจมากๆ ที่ทุกคนพูดกันว่า ผมอยากจะปล่อยเขาไป

- แฮร์รี เรดแนปป์

ทว่า ทุกอย่างไม่เกิดขึ้น และนั่นคือความโชคดีของ เบล, สเปอร์ส และ ทีมชาติเวลส์ แบบสุดๆ

“ผมเคยคิดจะขาย เบล ไหม? ไม่นะ ผมเคยคิดจะปล่อยยืมเขาไหม? ก็ไม่นะ… ผมไม่เคยคิดขาย แกเร็ธ มันทำให้ผมเสียใจมากๆ ที่ทุกคนพูดกันว่า ผมอยากจะปล่อยเขาไป” เรดแนปป์ เคยเปิดใจเช่นนี้ในหนังสือชีวประวัติ

อันที่จริง เมื่อเข้าสู่ฤดูกาล 2009/10 เบล ก็ยังเป็นได้แค่กำลังเสริมในทีมของ อดีตนายใหญ่บอร์นมัธ เท่านั้น โดยตำแหน่งแบ็คซ้ายตัวจริงตกเป็นของ เบอนัวต์ อัสซู-เอก็อตโต้ อย่างถาวร

ทว่า เด็กหนุ่มจากคาร์ดิฟฟ์ ได้โอกาส เมื่อ เอก็อตโต้ เกิดได้รับบาดเจ็บหนักในเกมกับ เวสต์แฮม ในเดือน ธันวาคม ปี 2009 จนทำให้ เบล ได้ลงสนามแทน และนั่นก็ทำให้เขามีโอกาสได้สร้างความประทับใจให้ เรดแนปป์ และทีมงาน ซึ่งสุดท้าย เบล คว้าหัวใจของทุกคนได้สำเร็จ

Gareth Bale, Harry Redknapp

เบล กับ เรดแนปป์ ในสีเสื้อ สเปอร์ส

หลังจากนั้น ตำนาน ก็เกิดขึ้น เมื่อ เบล เริ่มปรับสไตล์การเล่นมาเป็นตัวรุกมากขึ้นเรื่อย พร้อมทั้งใช้ความเร็วฉีกกองหลังคู่แข่งเป็นชิ้นๆอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้ สเปอร์ส กลายเป็นทีมที่มีเกมรุกน่ากลัวมากที่สุดทีมหนึ่งในประเทศ และสุดท้าย พวกเขาคว้าตั๋วลุยยูซีแอลได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

วันแห่งการเปลี่ยนแปลง

เบล สามารถเล่นได้แทบทุกตำแหน่งในสนาม ทั้งยังมีจุดเด่นที่ความเร็วและลูกกลางอากาศที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครในโลก

จากวันนั้น ชีวิตของ เบล ก็ไม่เคยเหมือนเดิม

แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งของพัฒนาการนั้นต้องยกนิ้วให้  เรดแนปป์แอนด์โค ที่เค้นศักยภาพของ พญาวานร ออกมาได้ แต่อีกส่วนก็ต้องยอมรับในตัว เบล ที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตาและอุปสรรค จนทำให้ตัวเองมาไกลได้ถึงเพียงนี้

จาก ฟลูแบ็ค สู่ ปีก สู่ มิดฟิลด์ตัวรุก สู่ กองหน้าตัวเป้า สู่ ตัวฟรี

นั่นทำให้ เบล สามารถเล่นได้แทบทุกตำแหน่งในสนาม ทั้งยังมีจุดเด่นที่ความเร็วและลูกกลางอากาศที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครในโลก นอกจากนี้การมีเพื่อนร่วมทีมที่คอยเกื้อหนุน และทีมโค้ชที่มีคุณภาพ ก็ยิ่งต่อยอดให้เขาไปไกลได้กว่าเดิม

Gareth Bale VS Maicon (Tottenham 3 - Inter 1)

เบล ปะทะ อินเตอร์ มิลาน  ปี 2010

ซึ่งฟอร์มการเล่นในแชมเปี้ยนลีกในปีต่อมา ทำให้เรารู้แล้วว่า เบล มีดีพอที่จะเข้าสู่ขั้นระดับโลกแบบเต็มตัวแล้ว

คิดติดตามยูโร 2016 มาแค่ไหน ลองทดสอบด้านล่างนี้ดูสิ

Quiz: Euro 2016 so far | FourFourTwo Euro 2016 Guide:
Feature

Enter


Quiz: Euro 2016 so far

Feature


KickerThis is a kicker.


สู่แชมป์แห่งเทพนิยาย?

หลังจากนั้นไม่นาน เรดแนปป์ ก็จากไป พร้อมกับการเข้ามาของ อังเดร วิลลาส-โบอาส ซึ่ง โบอาส เป็นคนที่จับ เบล มาเล่นเป็นหัวใจสำคัญในเกมรุกเต็มรูปแบบ 

ก่อนที่ในปี 2013 เบล ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักฟุตบอลค่าตัวแพงที่สุดในโลก

จาก เซาแธมป์ตัน สู่ สเปอร์ส สู่ เรอัล มาดริด

จาก 7 ล้านปอนด์ สู่ 85 ล้านปอนด์

นี่คือก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในชีวิตของเขา

และตอนนี้ เบล มาถึงอีกขั้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งในชีวิต ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่า หากผ่านพ้นวันนี้ไปแล้ว เบล และผองเพื่อน ต้องรออีกกี่ปี(หรืออาจไม่มีวัน)ที่จะมาถึงจุดนี้อีกได้

พวกเขาเหลืออีกเพียงแค่เกมเดียวก็จะสร้างประวัติศาสตร์ให้ทั่วยุโรปต้องจารึกว่า ชาติที่ไม่เคยได้เล่นทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลยูโร รอบสุดท้าย กำลังจะได้ลงเล่นนัดชิงชนะเลิศที่มีแชมป์ทวีปเป็นเดิมพัน

เทพนิยายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จะเกิดขึ้นได้หรือไม่? โปรตุเกส ที่นำโดย ซุป’ตาร์อันดับ 1 บนโลกลูกหนังและพี่ชายของ เบล อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะเป็นผู้ให้คำตอบเป็นด่านแรก

ทว่า ต่อให้พวกเขาทำไม่สำเร็จ ก็เชื่อได้ว่า สักวันหนึ่ง เวลส์ จะกลับมาอีกครั้ง เหมือนที่นักเตะที่เก่งที่สุดในพงศาวดารของพวกเขาอย่าง เบล เคยลุกขึ้นมาตอกกลับเสียงวิจารณ์ทั้งหมดมาแล้ว

เหมือนกับวลีเท่ๆจากโฆษณาชิ้นหนึ่งว่า “ตีลูกให้ถึงดวงจันทร์ ถึงพลาดก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว”

เพราะอย่างน้อยตอนนี้ เวลส์ ก็เก่งกว่า อังกฤษ ประเทศที่เคยกดขี่พวกเขามาตลอดแล้ว…