Interviews

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ : หนึ่งฤดูกาลผ่านไปในเบลเยียม

คงมีคนไทยเพียงไม่กี่คนที่จะก้าวไปอยู่ในจุดที่เขายืนอยู่ ณ ตอนนี้...  

We are part of The Trust Project What is it?

แต่ช่วงเวลาหนึ่งฤดูกาลผ่านไป กับผลงาน 10 นัด ในการรับใช้ โอเอช ลูเวิน กับการเดินทางครั้งใหม่ที่ต้องเริ่มนับหนึ่งอีกหนในประเทศที่ไม่มีใครรู้จักตัวนายด่านชาวไทยผู้นี้ เขาต้องเจอความท้าทายอะไรบ้าง และการใช้ชีวิตในเบลเยียมเป็นอย่างไร ติดตามเรื่องราวทั้งหมดของเขาได้ที่นี่ที่เดียว

สัมภาษณ์ - เขียนโดย

กิตติธัช ศรีสุข

จากแข้งดังสู่นักเตะโนเนมในเบลเยียม

“ผมไม่ได้ไปในฐานะกวินทร์ แต่ผมไปในฐานะคนไทย” ประโยคสั้นๆ แต่เปี่ยมไปด้วยพลัง และความฝันถูกเอ่ยออกมาจากผู้ชายที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้รักษาประตูที่เหนียวที่สุดของเมืองไทยในเวลานี้อย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่เปิดใจถึงความรู้สึกในวันที่กำลังจะเผชิญความท้าทายที่สุดในชีวิตนักฟุตบอลด้วยการไปค้าแข้งในลีกยุโรป

ผมไม่ได้ไปในฐานะกวินทร์ แต่ผมไปในฐานะคนไทย

ย้อนกลับไปช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา กวินทร์ ได้เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการลูกแดนสยามเมื่อกลายเป็นนักเตะไทยคนล่าสุดที่ได้ไปค้าแข้งในยุโรปกับสโมสรโอเอช ลูเวิน ทีมระดับดิวิชั่น 2 ของเบลเยียม ด้วยสัญญาซื้อขาด 5 ปี และถูกยกว่าเป็นแข้งไทยที่ค่าตัวแพงที่สุด ณ ปัจจุบัน

แน่นอนในเมืองไทย กวินทร์ คือนักเตะที่ทุกคนให้การยอมรับ และรู้จักความสามารถของเขาเป็นอย่างดี ทว่ากับลีกเบลเยียมเขาเป็นเพียงแข้งโนเนมชาวไทยที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่ประตูบานใหม่ในอาชีพลูกหนัง ซึ่งเปรียบเสมือนการเริ่มนับหนึ่งอีกครั้ง นั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้แฟนบอลโอเอช ลูเวิน บางส่วนยังสงสัยเคลือบแคลงในฝีมือของเขาในวันที่ กวินทร์ เซ็นสัญญากับสโมสร จนถูกนำไปเปรียบเทียบกับผู้รักษาประตูมือหนึ่งของลูเวินขณะนั้นอย่าง นิค กิลเลเคนส์ ดาวรุ่งที่เติบโตมากับสโมสร

“จริงๆก่อนผมไปผมไม่เคยดูข่าวหรือเรื่องพวกนี้เลย” กวินทร์ เท้าความถึงกระแสแฟนบอลบางส่วนที่ยังไม่ยอมรับในฝีมือของเขา ณ วันแรกที่ก้าวสู่สโมสร

“ตอนนั้นผมแค่คิดว่าเราจะได้ไปอยู่ตรงนั้น ซึ่งผมไม่ได้สนใจหรอก ผมรู้ว่าเรามาจากจุดไหนเขาจะคิดแบบนั้นก็ไม่แปลก สิ่งที่เราจะทำได้คือการทำหน้าที่ในสนามตั้งใจฝึกซ้อมพัฒนาตัวเอง และพิสูจน์ฝีมือให้เขาเห็น”

“แต่ผมดีใจนะที่เราได้มีโอกาสลงเล่นในลีกแบบนั้น ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าเรามาได้ไกลอีกจุดหนึ่งแล้ว”

ก้าวแรกของ กวินทร์ คือการลงเล่นให้ทีมสำรองของโอเอช ลูเวิน ในเกมที่เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แชร์ก บรูซ โดยประเดิมด้วยการเก็บคลีนชีททันทีหลังทีมเป็นฝ่ายเอาชนะไปถึง 3-0 และถือเป็นการเริ่มนับหนึ่งครั้งสำคัญกับชีวิตใหม่ในยุโรปของเขา…

แบกรับความภูมิใจของคนทั้งชาติ

เกมลีกกับเบียร์ชอต วิลไรจ์ก คือหนึ่งในแมตช์สำคัญที่ทั้งตัวเขา และแฟนบอลชาวไทยตั้งตารอมานาน อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่แฟนบอลลูเวินได้ชมฝีมือของนายด่านชาวไทยแบบเต็มตา เพราะมันเป็นเกมที่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ถูก ไนเจล เพียร์สัน กุนซือโอเอช ลูเวิน ใส่ชื่อเขาลงเฝ้าเสาในฐานะ 11 ตัวจริงในทีมชุดใหญ่ครั้งแรก

ผมประทับใจนัดที่เสมอ วาสส์แลนด์ เบเวอเรน ผมเซฟได้เยอะถึงสุดท้ายมันจะเสมอ แต่เราก็ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนบอลที่gขามาให้กำลังใจบางคนก็มาเรียกขอถ่ายรูป

เกมดังกล่าวโชคร้ายที่ลูเวินถูกยิงประตูขึ้นนำไปก่อน แต่หลังจากนั้นทีมมาได้ประตูตีเสมอ ซึ่ง กวินทร์ มีโอกาสโชว์เซฟจังหวะสำคัญกระทั่งมีส่วนพาทีมแบ่งแต้มได้สำเร็จ

“เกมแรกที่ได้เล่นตอนนั้นผมคิดแค่ว่าเราอยากจะทำผลงานให้ดีที่สุด” กวินทร์ เท้าความถึงวันแรกที่ได้ลงเฝ้าเสากับทีมชุดใหญ่ “ผมอยากจะทำผลงานให้ดีก็เพื่อสร้างความประทับใจให้กับตัวเองให้กับแฟนบอลให้กับทีมก็คิดแค่นั้นว่าเราอยากจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”

“ในทีมเราก็มีสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษบ้าง เพราะจริงๆที่นั่นเขาใช้อยู่ 2-3 ภาษา ซึ่งลูเวินโซนที่ผมไปอยู่เขาใช้ภาษาดัตช์ ส่วนภาษาทางการคือฝรั่งเศส แต่คนที่นั่นก็พูดอังกฤษได้เวลาสื่อสารภายในทีมก็ใช้อังกฤษกันเลยไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการสื่อสารในสนาม” นายด่านชาวไทย เผยถึงเรื่องการสื่อสารที่ก่อนหน้านี้ถูกมองว่าอาจเป็นหนึ่งในปัญหาสำหรับการปรับตัว เพราะผู้คนในเบลเยียมไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมทีม อย่างไรก็ตามแข้งลูเวินรวมถึงสตาฟฟ์โค้ชบางส่วนที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ทำให้ กวินทร์ สามารถปรับตัวกับทีมได้เร็วขึ้น

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ กวินทร์ มุ่งสมาธิกับการแข่งขันได้เต็มที่คือกำลังใจจากครอบครัวที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมาตลอด แม้ในวันที่ต้องอยู่ไกลคนละทวีปก็ยังส่งแรงใจถึงกันเสมอ...

“เวลาก่อนจะลงสนามผมก็โทรคุยกับพ่อ และแม่เพื่อขอกำลังใจ จริงๆผมมักจะขอกำลังใจจากครอบครัวแบบนี้ทุกครั้งก่อนลงแข่งแล้วก็สวดมนต์ทำสมาธิ ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจคลายความกดดันไปได้ อย่างที่บอกผมรู้สึกดีใจที่เราได้ไปเล่นในลีกระดับนั้น”

“แต่เกมที่ผมประทับใจมากที่สุดคือนัดที่เราเสมอ 0-0 กับ วาสส์แลนด์ เบเวอเรน ที่บ้านลูเวิน เพราะเกมนั้นผมเซฟได้เยอะเลยถึงสุดท้ายมันจะเสมอ แต่เราก็ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนบอลที่นั่นก็ดีนะเขามาให้กำลังใจเรามากขึ้นบางคนก็มาเรียกขอถ่ายรูปมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ”

ผลงานที่เกิดขึ้นในเกมวันนั้นส่งผลให้ได้รับโอกาสลงสนามบ่อยครั้ง ซึ่งมันกลายเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ทำให้ผู้รักษาประตูที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อนกลายเป็นที่ยอมรับในเวลาอันรวดเร็ว และต่อยอดให้ในวันนี้ กวินทร์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรอย่างเต็มตัว…