Analysis

ลำดับทุกเหตุการณ์ : จากจุดเริ่มต้นสู่จุดแตกหักสมัยฟานกัลคุมเสือใต้

แคมป์ บาเยิร์น มิวนิค เกิดความสับสนอลหม่านเมื่อ หลุยส์ ฟาน กัล รับงานคุมทีมเมื่อปี 2009 เขาบรรยายคุณลักษณะของตัวเองตอนให้สัมภาษณ์ครั้งแรกว่า มั่นใจในตัวเอง, มีอำนาจ และ ทะนงตัว กุนซือชาวดัตช์นำสโมสรคว้าแชมป์ลีกและดับเบิลแชมป์บอลถ้วย แล้วมันยังไงล่ะ? อูลี เฮสเซ คอลัมนิสต์ของเราขออธิบายเรื่องนี้ให้ทุกท่านได้รับทราบแบบละเอียด

We are part of The Trust Project What is it?

แคมป์ บาเยิร์น มิวนิค เกิดความสับสนอลหม่านเมื่อ หลุยส์ ฟาน กัล รับงานคุมทีมเมื่อปี 2009 เขาบรรยายคุณลักษณะของตัวเองตอนให้สัมภาษณ์ครั้งแรกว่า มั่นใจในตัวเอง, มีอำนาจ และ ทะนงตัว กุนซือชาวดัตช์นำสโมสรคว้าแชมป์ลีกและดับเบิลแชมป์บอลถ้วย แล้วมันยังไงล่ะ? อูลี เฮสเซ คอลัมนิสต์ของเราขออธิบายเรื่องนี้ให้ทุกท่านได้รับทราบแบบละเอียด

เมื่อคุณเสิร์ชคำว่า ‘Van Gaal alias Feierbiest’  ในอินเตอร์เน็ต คุณจะพบกับคลิปวีดีโอความยาว 2 นาที กับ 12 วินาที บนยูทูป มันเป็นคลิปที่กุนซือวัย 64 กะรัต แต่งชุดพื้นเมืองของชาวบาวาเรียยืนอยู่บนระเบียงของศาลากลางเมืองมิวนิคและกำลังเฉลิมฉลองแชมป์บุนเดสลีก้าในปี 2010 ร่วมกับนักเตะในทีม ก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2 สัปดาห์

ฟาน กัล จับไมโครโฟนขึ้นมาเอนเตอร์เทนแฟนบอลนับหมื่นที่อยู่ด้านล่าง โดยเรียกเสียงเฮดังกระหึ่มเป็นระยะท่ามกลางบรรยากาศสุดชื่นมื่น คลิปวีดีโอดังกล่าวทำให้คุณรู้จักตัวตนของเทรนเนอร์แมนฯยูฯได้ดีกว่าบทความไหนๆ อย่างไรก็ดี คุณจำเป็นต้องพึ่งบทความเพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่เห็นในคลิปมากขึ้นเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ทำไมแฟนบอลถึงตะโกนว่า “จงคุกเข่า” และ สิ่งที่ ฟาน กัล พูดจนแฟนบอลมีอารมณ์ร่วมหนักหน่วงขนาดนั้น เราขอเป็นสื่อกลางลำดับเหตุการณ์เบื้องหลังของเรื่องที่เกิดขึ้นไว้ ณ ที่นี้

ไม่ใช่ จอร์จ คลูนีย์

บาเยิร์นฯรู้ดีว่าโค้ชชาวดัตช์มีอีโก้สูง ถึงขนาดเพื่อนสนิทสมัยเล่นฟุตบอลด้วยกันยังเรียกเขาว่า ‘เดอะคิง’

บาเยิร์น มิวนิค เลือกเฮ้ดโค้ชชาวดัตช์เข้าเป็นโค้ชคนใหม่เมื่อปี 2009 ด้วย 2 เหตุผล คือ ประสบการณ์ และ ระเบียบวินัย เพราะพวกเขาตัดสินใจพลาดกับการเลือกกุนซือคนก่อน ดังนั้นจึงต้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด

ปี 2008 ยักษ์ใหญ่จากแคว้นบาวาเรียเดิมพันครั้งสำคัญหลังแต่งตั้ง เจอร์เก้น คลินท์มันน์ ผู้ซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์กับการคุมสโมสรชั้นนำมาก่อนเข้ามาทำทีมแทน อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ ที่ประกาศเลิกคุมทีมระดับสโมสร การตัดสินของเสือใต้ในครั้งนั้นกล้าหาญกว่าตอนที่ปีศาจแดงแต่งตั้ง เดวิด มอยส์ ทำทีมแทน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน เสียอีก เพราะคลินท์ซียังไม่เคยผ่านประสบการณ์คุมทีมระดับสโมสรแม้แต่ทีมเดียว

Klinsmann didn't last a full season

การเสี่ยงเดิมพันกับคลินท์มันน์ล้มเหลวไม่เป็นท่า แม้บาเยิร์นฯมีลุ้นแย่งแชมป์ลีกและคว้าโควต้าลุยศึกแชมเปียนส์ ลีกสโมสรสั่งปลดเขาพ้นตำแหน่งทันทีในเดือนเมษายนปี 2009 ก่อนแต่งตั้ง จุปป์ ไฮน์เกส รับตำแหน่งกุนซือขัดตาทัพใน 5 เกมสุดท้ายของฤดูกาล พร้อมนำทีมเก็บชัย 4 นัด และ เสมอ 1 นัด

ผลงานของบาเยิร์นฯดีขึ้นทันตานับตั้งแต่คลินท์ซีอำลาตำแหน่ง ด้วยเหตุนี้ทีมเสือใต้จึงเบนเข็มหาโค้ชที่มีบุคลิกแข็งกร้าวและในขณะเดียวกันก็มีสถิติคุมทีมอันยอดเยี่ยมด้วย เพราะเทรนเนอร์คนก่อนพยายามเป็นมิตรกับสื่อและอ่อนโยนกับนักเตะมากเกินไปนั่นเอง

บาเยิร์นฯไม่ได้เข้าหาเทรนเนอร์ชาวดัตช์แบบคนไร้เดียงสา พวกเขารู้ดีว่าโค้ชรายนี้มีอีโก้สูง ถึงขนาดเพื่อนสนิทที่เคยเล่นฟุตบอลด้วยกันยังเรียกเขาว่า ‘เดอะคิง’ เช่นเดียวกับลูกสาวที่ใช้คำสุภาพพูดกับเขาเสมอ

The stopwatch didn't go down well

บอร์ดบริหารของทีมเสือใต้อาจจะสงสัยเกี่ยวกับข่าวเหล่านั้นว่า มันเป็นเรื่องปกติ หรือ ค่านิยมในสมัยเก่ากันแน่? คนเนเธอร์แลนด์สต้องพูดกับพ่อแม่ด้วยคำสุภาพจริงหรือ? ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็แล้วแต่ คาร์ล-”อนซ์ รุมเมนิกเก้ ประธานสโมสรกล่าวกับสื่อว่า “ถ้าเราต้องการเซ็นสัญญากับแฟนสาวของทุกคน เราคงเข้าไปหาจอร์จ คลูนีย์”

การพูดถึงนักแสดงคนดังในระหว่างที่ทีมแต่งตั้ง ฟาน กัล เข้ามาคุมทีม ทั้งรุมเมนิกเก้และทุกคนในสโมสรคงจินตนาการไม่ออกเลยว่า การที่เทรนเนอร์ชาวดัตช์รั้งบังเหียนบาเยิร์นฯนั้นมันจะมีจุดจบเหมือนกับละครโศกนาฏกรรมของกรีกได้อย่างไร?

ทำความรู้จัก

สโมสรเหมือนตัวผม ทั้ง มั่นใจในตัวเอง, มีอำนาจ, ทะนงตัว, ซื่อสัตย์, ทำงานหนัก, จริงใจ และ อยู่กันอย่างครอบครัว”

- หลุยส์ ฟาน กัล

ฟาน กัล พกนกหวีดกับนาฬิกาข้อมือติดตัวมาด้วยในระหว่างตั้งโต๊ะแถลงข่าวกับสื่อมวลชนครั้งแรกในวันที่ 1 กรกฎาคม ปี 2009 โดย Suddeutsche Zeitung สื่อเยอรมันยกจุดนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นก่อนนำไปเปรียบเทียบกับคลินท์มันน์ พร้อมกล่าวชมเฮ้ดโค้ชชาวดัตช์ว่ามีความชำชองในศาสตร์ลูกหนังมากกว่า

ฟาน กัล บอกว่า วัฒนธรรฒของสโมสรแห่งนี้เข้ากับเขาเหมือนเสื้อโค้ชที่ให้ความอบอุ่น จากนั้นเขากล่าวว่า “สโมสรเหมือนตัวผม ทั้ง มั่นใจในตัวเอง, มีอำนาจ, ทะนงตัว, ซื่อสัตย์, ทำงานหนัก แต่จริงใจ และอยู่กันอย่างครอบครัว”

Van Gaal set out his stall from the first press conference

การแถลงข่าวในช่วงเช้าในฐานะกุนซือคนใหม่ของเสือใต้ผ่านไปด้วยดี แต่กลับมีสิ่งที่น่าห่วงอยู่อย่างหนึ่ง เมื่อเขาดัดแปลงคติประจำสโมสรจาก ‘Mia san mia’ เป็น พวก‘เราก็ตัวของพวกเรา’ พร้อมเสริมว่า “และผมก็คือตัวผม”

อย่างไรก็ดี ช่วงเวลาอันหอมหวานระหว่างกุนซือใหม่กับสโมสรหมดลงภายในเวลา 4 เดือน หลังทีมทำผลงานไม่ดีอย่างหวัง แผนการเล่นต่อบอลสั้นและเน้นการครองบอลของ ฟาน กัล ผู้ซึ่งมีส่วนวางรากฐานสถาบันลูกหนังบาร์เซโลนา ล้มเหลวกับเสือใต้อย่างสิ้นเชิง

ปัญหาในช่วงเริ่มต้น

ถ้าผมไปตอนนี้บาเยิร์นฯจะดึงใครเข้ามาล่ะ? เฟอร์กุสัน? คาเปลโล? พวกเขาอาจประสบความสำเร็จมากกว่า แต่พวกเขามีทีมคุมอยู่แล้ว

- หลุยส์ ฟาน กัล

บาเยิร์นฯหล่นลงมารั้งอันดับ 7 ของตารางในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ฟอร์มการเล่นในลีกของพวกเขาย่ำแย่มาก ฟาน กัล ตัดสินใจดร็อปนายทวารอนาคตไกลอย่าง มิเชล เรนซิง เป็นตัวสำรอง พร้อมดัน ฮันส์-ยอร์ค บุตต์ นายด่านจอมเก๋าเป็นตัวจริงแทนหลังการแข่งขันผ่านไปเพียง 4 สัปดาห์

ยิ่งกว่านั้นสถานการณ์ในศึกแชมเปียนส์ลีกของพวกเขาก็ไม่สู้ดีนัก หลังแพ้ต่อบอร์กโดซ์ทั้งนัดเหย้านัดเยือนและเปิดรังเสมอยูเวนตุสแบบไร้สกอร์ สโมสรต้องลุ้นหนักกับการผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ ทำให้สื่อมวลชนเริ่มประโคมข่าวเทรนเนอร์ชาวดัตช์มีโอกาสโดนปลดก่อนพักเบรคหนีหนาว โดยเขาตอบโต้กระแสข่าวดังกล่าวว่า “ถ้าผมไปตอนนี้บาเยิร์นฯจะดึงใครเข้ามาล่ะ? เฟอร์กูสัน? คาเปลโล? พวกเขาอาจประสบความสำเร็จมากกว่า แต่พวกเขามีทีมคุมอยู่แล้ว”

การแสดงความคิดที่ไม่ใช่ตัวตนของเขาในครั้งนี้ถือเป็นข้อดีเพียงอย่างเดียวจากการออกสตาร์ทที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 40 ปีของสโมสร การที่กุนซือชาวดัตช์บอกว่าตัวเองเป็นคนทะนงกลายเป็นเรื่องเลวร้ายกว่าที่สื่อเมืองเบียร์กังวลหลายเท่านัก เพราะเขาตกเป็นเป้าโจมตีจากทุกฝ่ายทันทีเมื่อทีมพบกับผลการแข่งขันที่ไม่เป็นใจ

อูลี เฮอร์เนส ประธานสโมสรกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “หลังจากจบการแถลงข่าวครั้งแรก ผมบอก ฟาน กัล ว่า การอธิบายว่าตัวเองเป็นคนทะนงตัวมันอาจกลับมาตีหน้าเขาในวันหนึ่ง” และสุดท้ายมันก็เป็นแบบนั้น  Rheinische Post หนังพิมพ์เยอรมันระบุชัดว่า ฟาน กัล คือผู้ที่ต้องรับผิดชอบกับฟอร์มอันน่าผิดหวังของทีมแต่เพียงผู้เดียว เพราะเขาสร้างความผิดพลาดมากมาย เช่น เขาไม่มีแผนการเล่นที่ตายตัวทำให้นักเตะต้องเปลี่ยนตำแหน่งการเล่นแบบไร้จุดหมาย จุดนี้ทำให้เขามีปัญหาส่วนตัวกับ ฟรองซ์ ริเบรี ผู้ซึ่งคิดว่าตัวเองถูกจับไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัด

อีกทั้งเขายังคว้าตัว อาร์เยน ร็อบเบน ทั้งที่นักเตะมีประวัติได้รับบาดเจ็บบ่อย หลักฐานยืนยันชั้นดีคือปีกชาวดัตช์ไม่ได้ลงสนามช่วยเสือใต้เลยตลอด 3-4 สัปดาห์แรก

โค้ชต้องการทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาสามารถดร็อปใครเป็นตัวสำรองก็ได้รวมถึงตัวเขาเองด้วย เขาแสดงให้เห็นโดยการถกกางเกงของตัวเองลง

- ลูก้า โทนี

ริเบรีไม่ใช่ผู้เล่นระดับสตาร์เพียงคนเดียวที่มีปัญหากับนายใหญ่ชาวดัตช์ เพราะก่อนหน้านั้น ลูซิโอ ปราการหลังชาวบราซิลตัดสินใจย้ายไปเล่นกับ อินเตอร์ มิลาน หลังจาก ฟาน กัล เข้ามาคุมทีมได้ 3 เพียงสัปดาห์ พร้อมอธิบายเหตุผลในภายหลังว่า “ฟาน กัล ทำให้ผมเจ็บช้ำใจมากกว่าใครในวงการฟุตบอล”

ลูก้า โทนี่ ดาวยิงชาวอิตาเลียนต้องเก็บข้าวของกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิดหลังจากนั้นไม่กี่เดือนเช่นกัน ก่อนเผยว่า ฟาน กัล มีวิธีซ้อมอันแปลกประหลาดเพื่อแสดงให้นักเตะเห็นว่าใครคือบอสตัวจริงของทีม โดยกล่าวว่า “โค้ชต้องการทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาสามารถดร็อปใครเป็นตัวสำรองก็ได้รวมถึงตัวเขาเองด้วย เขาแสดงให้เห็นโดยการถกกางเกงของตัวเองลง ผมไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย มันดูบ้ามากๆ โชคดีที่ผมเห็นไม่ชัดนักเพราะไม่ได้ยืนอยู่แถวหน้า”

Some things can't be unseen, Luca

หลังจากเข้ามารับงานในถิ่น’อัลลิอันซ์ อารีนา’ได้ไม่กี่เดือน ฟาน กัล สูญเสียอำนาจในห้องแต่งตัว, การสนับสนุนจากสื่อมวลชน และ ผลการแข่งขัน เขาจำเป็นต้องหาจุดเปลี่ยนด้วยผลงานในสนามโดยเร็ว

การสัมภาษณ์

วันที่ 8 ธันวาคม อนาคตคุมทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล เกือบมาถึงจุดจบ

วันที่ 8 ธันวาคม อนาคตคุมทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล เกือบมาถึงจุดจบ เมื่อพวกเขามีโปรแกรมสำคัญเยือนถิ่นยูเวนตุสในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มในศึกแชมเปียนส์ลีก โดยมีข้อแม้ว่าต้องเก็บชัยชนะให้ได้สถานเดียวเพื่อคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมต่อไป หลังตกเป็นตามหลังก่อนเจ้าบ้าน 1-0 ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก

จากนั้น อิวิก้า โอวิช หอกทีมเยือนถูกรวบล้มลงในเขตโทษก่อนผู้ตัดสินชี้เป็นลูกจุดโทษทันที ก่อนเป็น ฮันส์-ยอร์ค บุตต์ ผู้รักษาประตูจอมเก๋ารับหน้าที่สังหารเข้าไปช่วยทีมตีเสมอ 1-1 ในช่วง 45 นาทีแรก เข้าสู่ครึ่งหลังอาคันตุกะจากเยอรมันกลับเป็นฝ่ายเล่นได้เหนือกว่าทุกกระบวนท่าและยิงเพิ่มอีก 3 ประตู คว้าชัยไปด้วยสกอร์ 1-4 นี่คือการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ของบาเยิร์นฯ

มันเปรียบเสมือนการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ของ ฟาน กัล ด้วยเช่นกัน เขาปรากฎตัวในรายการกีฬายอดนิยมทางทีวีอย่าง ‘Das aktuelle sportstudio’ หลังจากจบเกมนั้นไม่กี่วัน พร้อมสร้างความประหลาดใจให้กับคนในวงการลูกหนังเมืองเบียร์ด้วยการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเองจากหน้ามือเป็นหลังมือ

เรารู้จักเขาในฐานะคนหัวแข็ง, ทะนงตัว และ หลงใหลในอำนาจ แต่หลังจากคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ภาพของเขาได้เปลี่ยนไป

- Morgenpost

ถึงขนาด Morgenpost สื่อในเมืองฮัมบูร์ก ลงข่าวว่า “เรารู้จักเขาในฐานะคนหัวแข็ง, ทะนงตัว และ หลงใหลในอำนาจ แต่หลังจากคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ภาพของเขาได้เปลี่ยนไป กลายเป็น หลุยส์ ฟาน กัล คนละคน เขาเปิดใจ, ตลกขบขัน และ มีเสน่ห์”

กุนซือชาวดัตช์บอกว่าภาพลักษณ์ความเจ้าระเบียบของเขาถูกทำให้ดูเกินจริง ขณะที่ภรรยาของเขายังบอกว่าสามีของเธอเป็นคนที่นุ่มนวลกว่านั้น เขาพูดถึงคุณแม่สุดที่รักด้วยความเคารพอย่างสูง เขาเล่าว่ายังใช้คำพูดสุภาพกับคุณแม่อยู่เลยตอนอายุ 30 ปลายๆ เหมือนอย่างที่ลูกสาวพูดกับเขาในตอนนี้ เขายิ้มแย้มตลอดและหยอกล้อกับพิธีกร ถึงขนาดยอมเปลี่ยนมาใส่รองเท้าไม้สีส้มจากเนเธอร์แลนด์สเพื่อเตะบอล การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เต็มไปด้วยความสงสัยของใครหลายคน

ขจัดความสงสัย

ถึงแม้ว่าริเบรีและร็อบเบนฟิตพร้อมลงสนาม แต่มุลเลอร์จะได้ลงเล่นในทีมของผมเสมอ

- หลุยส์ ฟาน กัล

ฟาน กัล หันมาใช้บริการผู้เล่นดาวรุ่งในทีมเยาวชนมากขึ้น เขาดัน โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ ปราการหลังวัย 21 ปีขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ เช่นเดียวกับ โธมัส มุลเลอร์ แนวรุกวัย 20 ปี โดยเขากล่าวถึงรายหลังว่า “ถึงแม้ว่าริเบรีและร็อบเบนฟิตพร้อมลงสนาม แต่มุลเลอร์จะได้ลงเล่นในทีมของผมเสมอ”

ต่อมาเขาเริ่มขยับผู้เล่นในทีมไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่คุ้นชิน เช่นในรายของ อาร์เยน ร็อบเบน ที่ดูไม่ค่อยเข้าท่าในตอนแรก แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันกลับลงตัว

บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ลงเล่นทางริมเส้นฝั่งขวามาตลอดหลายปี แต่ยังไม่สามารถแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ได้เสียที เพราะเขาไม่มีสปีดความเร็วเหมือนผู้เล่นปีกทั่วไป ดังนั้น ฟาน กัล จึงขยับนักเตะมายืนอยู่หน้าแผงแบ็คโฟร์แทน ไม่กี่เดือนต่อมาผู้คนต่างแปลกใจว่าทำไมพวกเขาไม่เคยสังเกตมาก่อนว่า ชไวนีคือกองกลางตัวโฮลด์บอลระดับโลก

Schweinsteiger has been reunited - but the situation is very different

จากนั้นเฮ้ดโค้ชวัย 64 กะรัต ตัดสินใจดึง ดาวิด อลาบา กองกลางวัย 17 ปี จากทีมเยาวชนขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ พร้อมขยับแข้งรายนี้ไปเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย โดย ฟาน กัล กล่าวว่า “แม้ว่าเขาจะคิดต่างไป แต่เขาคือแบ็คซ้าย” 4 ปีต่อมาอลาบาพัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นหนึ่งในแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในยุโรป

จากการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดและการให้โอกาสดาวรุ่งทำให้บาเยิร์นฯกลายเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ก่อนหน้านี้สโมสรได้รับการยกย่องอย่างสูงในเยอรมัน เพราะวิธีการเล่นที่เอาชนะคู่แข่งด้วยทฤษฎีของพวกเขา แต่ตอนนี้สโมสรกลับมาเล่นฟุตบอลด้วยสไตล์เกมรุกอันเร้าใจแทน

จากการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดและการให้โอกาสดาวรุ่งทำให้บาเยิร์นฯกลายเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

มุลเลอร์แจ้งเกิดในเวลาอันรวดเร็ว, ชไวน์สไตเกอร์ฉายแววกับตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง และ ร็อบเบนลงเล่นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยไร้อาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้พลพรรคเสือใต้คว้าแชมป์บุนเดสลีก้า, แชมป์เดเอฟเบ โพคาล และ เข้าชิงศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

พวกเขาลงสนามในฐานะทีมเต็งในเกมเผชิญหน้ากับ อินเตอร์ มิลาน ของ โชเซ มูรินโญ แต่สุดท้ายกลับเป็นทีมแกร่งจากอิตาลีคว้าชัยไปด้วยสกอร์ 2-0 อย่างไรก็ดี มันยังถือเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมสำหรับพวกเขา แฟนบอลหลงรักการทำงานของ ฟาน กัล และทุกคนในทีมต่างสมัครสมานสามัคคีกัน พวกเขาคิดค้นท่าเฉลิมฉลองเฉพาะตัว โดยจะตะโกนว่า ”จงคุกเข่า” จากนั้นนักเตะและแฟนบอลจะคุกเข่าลงพร้อมกันจนกระทั่งได้ยินคีย์เวิร์ด ทุกคนก็จะกระโดดขึ้นมาฉลอง

หลุยส์เจ้าแห่งการฉลอง

ผมเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างดัตช์และเยอรมันนั้นดีขึ้นมาก มันน่าเหลือเชื่อ ผมไม่เคยมีภาพลักษณ์ที่ดีแบบนี้มาก่อนเลย

- หลุยส์ ฟาน กัล

เมื่อ ฟาน กัล นำทีมซิวแชมป์บุนเดสลีก้าทั้งที่ยังเหลือโปรแกรมแข่งขัน เขาถูกถามว่าจะอนุญาตให้นักเตะเฉลิมฉลองก่อนทั้งที่มีโปรแกรมสำคัญรออยู่หรือเปล่า โค้ชเจ้าระเบียบซึ่งออกกฎห้ามผู้เล่นคนใดลุกออกจากโต๊ะทานมื้อเที่ยงจนกว่าเขาจะกินเสร็จกล่าวว่า “ผมบอกกับบอร์ดบริหารว่า เราจะฉลองทุกแชมป์ เพราะผมคือเจ้าแห่งการฉลอง”

Banter with Bayern Munich

ในระหว่างสัปดาห์แห่งการเฉลิมฉลอง กุนซือชาวดัตช์ให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงประเด็นที่กลายเป็นที่รักของแฟนบอล และ ฟอร์มการเล่นอันสุดยอดของ อาร์เยน ร็อบเบน ว่า “ผมเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างดัตช์และเยอรมันนั้นดีขึ้นมาก มันน่าเหลือเชื่อและเยี่ยมมาก ผมไม่เคยมีภาพลักษณ์ที่ดีแบบนี้มาก่อนเลย”

วันแมนโชว์

ทุกคำพูดที่ออกจากปาก ฟาน กัล เรียกเสียงเชียร์จากแฟนบอลดังกระหึ่ม ก่อนเขาทิ้งทายว่า “เราคือทีมที่ดีที่สุดในเยอรมัน และบางทีอาจจะ...ในยุโรป.”

“จงคุกเข่า” แฟนบอลตะโกนขึ้นมาในระหว่างที่ ฟาน กัล จับไมโครโฟนอยู่บนระเบียงศาลากลางในเมืองมิวนิค จากนั้นเขาทำให้ฝูงชนหยุดนิ่งและเริ่มกล่าวกับทุกคน

เขาบอกว่าเขาเห็นหญิงสาวมากมายในกลุ่มฝูงชนรวมถึงคุณแม่ทั้งหลายด้วย ก่อนส่งจูบให้กับทุกคนในฐานะกุนซือทีมแชมป์

"Mine! All mine!"

จากนั้นเขาพูดต่อว่า “ใครคือทีมที่มีเกมรับดีที่สุด? เขาหยุดชั่วครู่ก่อนตอบว่า “เอฟซี บาเยิร์น เอฟซี บาเยิร์น นี่คือเหตุผลที่ทำให้เราเป็นแชมป์” เขาเริ่มสะกดจิตผู้คนมากขึ้นก่อนพูดต่อว่า “ไม่ใช่แค่มิวนิคนะ แต่รวมถึงแคว้นเกลเซนเคียร์เชน ทั้งเบรเมนและฮัมบูร์กด้วย”

ทุกคำพูดที่ออกจากปาก ฟาน กัล เรียกเสียงเชียร์จากแฟนบอลดังกระหึ่ม ก่อนเขาทิ้งทายว่า “เราคือทีมที่ดีที่สุดในเยอรมัน และบางทีอาจจะ...” เขาหยุดและจ้องไปยังฝูงชนข้างล่างก่อนชูนิ้วขึ้นแล้วพูดว่า “ยุโรป เย่ห์” เขาอ้าแขนออกก่อนกระโดดไปมาทำเอาแฟนบอลสนุกสนานกันแบบสุดเหวี่ยง

การแทรกแซงของบอร์ดบริหาร

เฮอเนสส์ไม่ค่อยปลื้มกับนิสัยที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของ หลุยส์ ฟาน กัล เท่าไรนัก เขาคือคนที่คุณไม่ควรมองข้ามในสโมสร

กุนซือจากแดนกังหันลมได้รับความนิยมจากแฟนบอลสูงสุด ณ ช่วงเวลานั้น แต่กลับมีบางคนในบรรดาผู้ที่ยืนอยู่บนระเบียงนั้นไม่ค่อยชอบใจกับความสุดโต่งของผู้จัดการทีมรายนี้

อูลี เฮอเนสส์ กับ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ สองผู้บริหารของทีมล้วนมีชื่อเสียงและอำนาจเด็ดขาดในสโมสร พวกเขาจะไม่จ้างโค้ชที่มองว่าบาเยิร์นฯเป็นสมบัติส่วนตัวและไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสโมสร ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของผู้ช่วยโค้ชนั้นจำเป็นต้องแต่งกายอย่างเหมาะสมทุกครั้งเมื่อปรากฎตัวต่อสาธารณะ

เฮอเนสส์ไม่ค่อยปลื้มกับนิสัยที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของ หลุยส์ ฟาน กัล เท่าไรนัก เขาคือคนที่คุณไม่ควรมองข้ามในสโมสร บางทีนี่อาจเป็นบทเรียนที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เรียนรู้จากนายใหญ่ชาวดัตช์ เพราะโค้ชชาวสแปนิชมักเข้าปรึกษาหารือกับเฮอเนสส์และรุมเมนิกเก้ตลอดนับตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับงาน ก่อนที่รายแรกจะถูกลงโทษจำคุกในข้อหาเลี่ยงภาษี  

Louis and Uli learned to loathe one another

ในช่วงปิดฤดูกาลบอร์ดบริหารของสโมสรเริ่มแสดงความกังวล เพราะ ฟาน กัล ปฏิเสธที่จะเสริมกองหลัง ทั้งที่แข้งใหม่ที่ดึงมาปีก่อนหลายรายทำผลงานไม่ดี โดยเฉพาะในรายของ เอ็ดสัน บราฟไฮด์ และ ดานิเยล ปรานยิช สองแนวรับที่สอบตก ดังนั้นสื่อจึงเล่นข่าวว่าทีมเสือใต้ควรหันไปคว้าผู้เล่นอย่าง ฟาบิโอ โคเอนเทรา หรือ เกรกอรี ฟาน เดอ วีล เข้ามาแทน

แต่เทรนเนอร์ชาวดัตช์กลับไม่สนใจและบอกว่าเขาเชื่อมั่นในตัวเด็กคนหนึ่ง ในทีมสำรอง นั่นก็คือ ดิเอโก้ คอนเตโต้ แบ็คซ้ายวัย 20 กะรัต อย่างไรก็ดี ใครจะแคร์เกมรับล่ะ? Die Zeit สื่อรายสัปดาห์ที่มีความน่าเชื่อถือของเยอรมันระบุว่า “ฟาน กัล สร้างทีมที่รู้จักการเล่นฟุตบอลแบบเดียว นั่นก็คือกองหน้า เขาสนใจแต่การเปิดเกมบุก, ครอบครองบอลตั้งแต่อยู่ในแดนตัวเอง ด้วยเหตุนี้เขาจึงเมินเฉยต่อผู้เล่นในแนวรับ”

จุดตกต่ำ

เฮอเนสส์ตราหน้า ฟาน กัล ว่า พวกต่อต้านต่อคำแนะนำ พร้อมกล่าวเสริมว่า “ฟุตบอลสมัยใหม่มันไม่ใช่การทำงานแบบวันแมนโชว์

การเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ของเสือใต้นั้นเลวร้ายกว่าปีที่ผ่านมาเสียอีก พวกเขาหล่นไปรั้งอันดับที่ 12 ของตารางในช่วงต้นเดือนตุลาคม ทำเอารุมเมนิกเก้ฉุนหนักพร้อมกล่าวว่า “เราไม่ควรตามหลังทีมจ่าฝูงถึง 13 คะแนน เมื่อดูจากขุมกำลังในทีมที่เรามี”

แต่กุนซือชาวดัตช์ก็ไม่ได้ร้อนรนเร่งหาทางออกอะไร เพราะเขามองว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผลงานของทีมย่ำแย่คือมีผู้เล่นได้รับบาดเจ็บหลายราย หลังต้องกรำศึกหนักมาตลอดทั้งฤดูกาลและยังต้องลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2010 ในช่วงซัมเมอร์ต่ออีก  ไม่กี่วันต่อมารุมเมนิกเก้เปิดตัวหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเองต่อหน้าสื่อมวลชน พร้อมบอกกับแขกผู้มีเกียรติรวมถึง ฟาน กัล ด้วยว่า “มันสำคัญสำหรับคุณเช่นกัน จงอ่านมันซะ”

ดูเหมือนว่าฟางเส้นสุดท้ายได้ขาดสะบั้นลงแล้ว เพราะจุดเริ่มต้นของจุดจบของกุนซือดัตช์ในมิวนิคเกิดขึ้นเมื่อเฮอเนสส์ระเบิดอารมณ์ออกทางหน้าจอโทรทัศน์ในไม่กี่สัปดาห์ให้หลัง เขาเปิดเผยว่าเขาวางแผนดังกล่าวมาสักระยะแล้วก่อนรอช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะดำเนินการ

"Tonight we raise a toast, to mutual disgust"

เขายังตำหนิด้วยน้ำเสียงเย็นชาอีกว่า ฟาน กัล เป็นพวกต่อต้านต่อคำแนะนำ พร้อมกล่าวเสริมว่า “ฟุตบอลสมัยใหม่มันไม่ใช่การทำงานแบบวันแมนโชว์ การพูดคุยกับเขาเป็นเรื่องยาก เพราะเขาไม่ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นเลย”

ผู้บริหารของทีมไม่เคยโจมตีการทำงานของโค้ชออกสื่อแบบนี้มาก่อน จนกระทั่งพวกเขาตัดสินใจประกาศปลด ฟาน กัล พ้นตำแหน่งในช่วงต้นเดือนเมษายน หลังทีมทำได้เพียงเจ๊ากับเนิร์นแบร์ก 1-1 จนร่วงลงมารั้งอันดับ 4 ของตาราง

เฮอเนสส์เป็นคนเดียวในสโมสรที่ต้องการให้ผมออกมาตลอด

- หลุยส์ ฟาน กัล

ปีต่อมานายใหญ่ชาวดัตช์เปิดใจเรื่องนี้กับ German magazine ว่า “เฮอเนสส์เป็นคนเดียวในสโมสรที่ต้องการให้ผมออกมาตลอด” พร้อมเสริมว่าประธานสโมสรมีอำนาจในมือมากเกินไป

นอกจากนั้นเขายังเผยว่านักเตะไม่ให้การสนับสนุนเขาอย่างที่หวัง หลังจากเฮอเนสส์กล่าวโจมตีเขาผ่านหน้าจอทีวี โดยกล่าวว่า “ประธานสโมสรมีอิทธิพลต่อทุกคนตั้งแต่ระดับฝ่ายบริหารลงมาถึงโค้ช”

ในทางตรงกันข้าม ฟาน กัล ยอมรับเป็นนัยว่า บาเยิร์นฯคือสโมสรที่ทำงานแบบวันแมนโชว์ แต่พวกเขาแค่คิดถึงคนที่มีอำนาจต่างกัน

สิ้นสุดการโต้เถียง

ฟาน กัล คือจุดเปลี่ยนสำคัญของสโมสร เขาแนะนำแนวคิดที่ไม่เหมือนใคร

- ฟิลิปป์ ลาห์ม

จนถึงวันนี้ยังมีการโต้เถียงเกี่ยวกับมรดกที่นายใหญ่ชาวดัตช์ได้ทิ้งไว้ ก่อนที่ ฟิลิปป์ ลาห์ม กัปตันทีมเสือใต้จะออกมาแสดงความคิดเห็นเมื่อต้นปีที่ผ่านมาว่า “ฟาน กัล คือจุดเปลี่ยนสำคัญของสโมสร เขาแนะนำแนวคิดที่ไม่เหมือนใคร - กองหน้าตัวเป้า, ปีกตัวทำเกมสองฝั่ง, มิดฟิลด์ตัวรับ 2 คน และ สร้างสโมสรขึ้นมาด้วยปรัชญาของเขา”

การเล่นฟุตบอลสมัยใหม่ของบาเยิร์นฯที่เน้นการครองบอลเกิดขึ้นในยุคของ ฟาน กัล ไม่ใช่ ไฮน์เกส หรือ กวาร์ดิโอลา อย่างไรก็ดี เทรนเนอร์ชาวดัตช์ออกมาวิจารณ์ตอนที่สโมสรแต่งตั้งนายใหญ่ชาวสแปนิชว่าเหมือนการเดินซ้ำรอยเท้าของเขา

Cheers for the memories, Louis

ทำเอา อูลี เฮอเนสส์ ต้องออกมาตอบโต้ผ่าน De Telegraaf หนังสือพิมพ์ในแดนกังหันลมว่า “มีเพียงแค่ หลุยส์ ฟาน กัล ที่พูดแบบนั้นได้ ปัญหาของเขาคือเขาไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นแค่พระเจ้า แต่คิดว่าเป็นบิดาของพระเจ้าก่อนที่โลกจะมีสิ่งมีชีวิต หลุยส์คิดแบบนั้นล่ะ แต่โลกไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขามอง”

สไตล์การคุมทีมที่ทะนงตัวและคิดว่าตัวเองใหญ่ที่สุดไม่สามารถใช้กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้และช่วยกอบกู้ความสำเร็จอันเก่าแก่ของทีมกลับมาไม่ได้ เขาไม่ได้เป็นตัวของตัวเองแบบสุดทางในการทำทีมแมนฯยูฯในเวลานี้ ฟาน กัล เดินทางมาถึงจุดสบในอาชีพกุนซือแล้ว หรือ เขายังมีโอกาสพลิกสถานการณ์กลับมาก่อนวางมือกันนะ?