ลี เหงวียน : แข้งทีมชาติสหรัฐที่ครั้งหนึ่งไม่ลงรอยกับ 'ซิโก้'

จบกันไปเรียบร้อยแล้วสำหรับศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกนัดล่าสุด และก็เป็นอีกครั้งที่ทีมชาติไทยเอาชนะเวียดนามพร้อมกับพิสูจน์ให้เห็นว่าใครคือจ้าวอาเซียนตัวจริง ...แน่นอนชายผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือตำนานนักเตะลูกหนังสยามอย่าง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

อันที่จริงแล้ว “ซิโก้” ไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแผ่นดินไทยเท่านั้น แต่สมัยยังเป็นนักเตะเขาเคยไปสร้างชื่อระบือไกลถึงแดนเหงวียนกับ ฮองอันห์ยาลาย เอฟซี จากการเชิญชวนของ “บอสดึ๊ก” ด่วน เหวียน ดึ๊ก นักธุรกิจระดับแนวหน้าของประเทศ ...ซิโก้ภายใต้การคุมทัพของ “ขงเบ้งลูกหนัง” อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ พาทีมเล็กๆ จากที่ราบสูงทะลุขึ้นมาโลดแล่นในเวทีสูงสุดก่อนคว้าดับเบิ้ลแชมป์วีลีกและบอลถ้วยในประเทศสองสมัยซ้อน

ตลอดช่วงเวลา 4 ปีของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่เมืองเปคู เขาสร้างชื่อและความศรัทธาจนแฟนๆ ของทีมยกย่องให้เขาเป็นดั่งพระเจ้า และหลังจากแขวนสตั๊ดในปี 2006 ทีมแรกที่ซิโก้เลือกคุมก็คือ ฮองอันห์ยาลาย แต่ผลงานที่ตกต่ำทำให้เขาต้องขอลาออกและกลับมาคุมทีมในประเทศไทยก่อนจะหวนไปนั่งเก้าอี้กุนซือของ ฮองอันห์ยาลาย อีกครั้งในปี 2010

...และปีนั้นเป็นปีแรกที่เขาได้รู้จักกับ ลี เหงวียน แข้งสัญชาติอเมริกันเชื้อสายเวียดนามที่โด่งดังเป็นพลุแตกในเวียดนามขณะนั้น อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับไม่ลงรอยเท่าไหร่นัก แต่ก่อนจะลงรายละเอีดยเรื่องนั้นเรามารู้จักกับเขากันสักเล็กน้อยดีกว่าว่า ลี เหงวียน เป็นใคร มาจากไหน มีเรื่องราวการค้าแข้งอย่างไรก่อนจะมาเจอกับ “ซิโก้”

ลี เหงวียน : แข้งเวียดนามคนแรกในลูกหนังยุโรป

ลี เหงวียน หรือชื่อในภาษาเวียดนามว่า เหงวียน เต๋อ อันห์ เกิดและเติบโตที่เกิดเมืองริชาร์ดสัน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา แม้จะมีพ่อและแม่เป็นคนเวียดนามแท้ๆ แต่ ลี เหงวียน ก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ - อันที่จริงเกือบจะทั้งหมด - อยู่ที่แดนลุงแซม

มิดฟิลด์เชื้อสายเวียดนามรายนี้เริ่มเล่นฟุตบอลและโด่งดังตั้งแต่เรียนชั้นไฮสคูลอยู่ในรัฐเท็กซัสและเคยได้รับรางวัลนักฟุตบอลดีเด่นระดับโรงเรียนของประเทศด้วยในปีที่เขาจบการศึกษา จากนั้นจึงเข้าเรียนในโควต้านักกีฬาต่อที่มหาวิทยาลัยอินเดียนาและเล่นในลีก NCAA หรือลีกมหาวิทยาลัยหนึ่งฤดูกาลและทำไป 5 ประตู 12 แอสซิสต์ พร้อมกับคว้ารางวัลนักฟุตบอลเฟรชเมนดีเด่นประจำปี 2005 ไปครอง แต่นั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของเด็กวัย 19 ปีที่ชื่อ ลี เหงวียน

ปี 2006 เขากลายเป็นที่รู้จักของคนเวียดนามทั้งประเทศเมื่อเซ็นสัญญา 3 ปีกับทีมชุดใหญ่ของ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน และกลายเป็นนักเตะเชื้อสายเหงวียนแท้ๆ คนแรกในประวัติศาสตร์ที่เคยสัมผัสเวทีลูกหนังยุโรป และเพียงหนึ่งปีต่อมา ลี เหงวียน มีชื่อติดทีมชาติสหรัฐอเมริกาลุยศึกโคปา อเมริกา 2007 ที่ “แดนนางงาม” เวเนซูเอลา แต่เขาก็ได้ลงสนามเพียงนัดเดียวเท่านั้นก่อนที่ทีมจะตกรอบแรกโดยคว้าแต้มไม่ได้เลยจาก 3 เกม

สมัยเป็นดาวรุ่ง ทีมแรกที่เขาเซ็นสัญญาอาชีพด้วยคือ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน ทีมดังจากลีกสูงสุดฮอลแลนด์

จากนั้นก็เป็นช่วงขาลง...ประสบการณ์ค้าแข้งในแดนกังหันลมไม่เป็นไปตามที่คาดหวังนักเมื่อตลอด 2 ปีเขาได้โอกาสลงสนามเพียงเกมเดียวเท่านั้น ทำให้ชื่อของเขาค่อยๆ เลือนหายไปจากสารบบโลกลูกหนัง

“นักฟุตบอลทุกคนต่างก็อยากลงเล่นด้วยกันทั้งนั้น นั่นเป็นเหตุผลที่ผมเลือกย้ายออกจากพีเอสวีไปอยู่แรนเดอร์สที่เดนมาร์ก” ลี เหงวียน กล่าวกับ Sports Vice “ที่นั่นผมอาจจะได้ลงเล่นเยอะก็จริง แต่ผมรู้สึกว่าหลายๆ อย่างยังไม่ใช่ และเมื่อได้เห็นข้อเสนอจาก ฮองอันห์ยาลาย ผมก็ปฏิเสธไม่ลงจริงๆ”

“ผมรู้ดีว่าการย้ายไปที่นั่นจะทำให้ผมถูกลืมเลือนจากฟุตบอลยุโรปและอเมริกา ชื่อของผมจะค่อยๆ เลือนหายจากวงการฟุตบอล แต่มันคือช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตที่คุณต้องตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อไป เดินหน้าล่าความฝัน หรือไปกอบโกยรายได้เพื่อให้มีชีวิตหลังแขวนสตั๊ดที่ดีกว่า”

...สุดท้าย ลี เหงวียน ในวัย 23 ปีก็เลือกอย่างหลังและนั่นคือจุดเริ่มต้นของเขากับ ฮองอันห์ยาลาย ทีมดังแห่งฟุตบอลวีลีกในบ้านเกิดเมืองนอนของผู้เป็นพ่อและแม่

มุ่งหน้าสู่ฮองอันห์ยาลาย

“ผมช็อคสุดๆ ไปเลยตอนที่ลงจากเครื่องแล้วเห็นแฟนบอลมากมายมารอต้อนรับ”  ลี เหงวียน ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจครั้งสัมผัสประเทศเวียดนามในฐานะนักเตะฮองอันห์ยาลายเป็นครั้งแรก “สื่อหลายสำนักมารอกันเต็มไปหมด แต่สำหรับผมที่เป็นคนเงียบๆ แล้วแทนที่มันจะทำให้เราดีใจหรือตื่นเต้น ผมกลับรู้สึกอึดอัด”

ลี เหงวียน กับ "บอสดิ๊ก" เจ้าของสโมสรที่เป็นคนดึงเจ้าตัวมาค้าแข้งกับ ฮองอันห์ยาลาย

หลังจากที่ค้าแข้งกับ แรนเดอร์ส ในเดนมาร์กเป็นเวลา 2 ปี เดือนมกราคม 2009 ฮองอันห์ยาลาย ของ “บอสดิ๊ก” ด่วน เหวียน ดึ๊ก ก็ยื่นข้อเสนอให้พ่อของ ลี เหงวียน ได้พิจารณาและด้วยมูลค่าตัวเลขที่มหาศาลเกินกว่าที่ไหนจะมอบให้เขาได้ในตอนนั้นทำให้การตัดสินใจคืนดินแดนมาตุภูมิแทบจะเรียกได้ว่าราบเรียบไร้ปัญหา โดยที่เมืองเปคูเขาได้ร่วมงานกับนักเตะไทยอย่าง นิรุจน์ สุระเสียง, ดัสกร ทองเหลา และ ศักดา เจิมดี

ฤดูกาลแรกในปี 2009 ของเขากับ ฮองอันห์ยาลาย เป็นไปอย่างยอดเยี่ยมเมื่อแข้งที่เล่นได้ทั้งกองกลางและกองหน้ารายนี้ทำไปถึง 9 ประตูและบวกอีก 12 แอสซิสต์ ซึ่งถึงแม้ว่าจะคว้าแชมป์ติดมือไม่ได้เลยในฤดูกาลนั้น แต่ศักยภาพและความสัมพันธ์ในสนามที่แสนจะลงตัวกับเพื่อนร่วมทีมรายอื่นๆ ทำให้แฟนบอลต่างก็ปลาบปลื้มและวาดฝันถึงอนาคตอันสวยงามของทีมที่มี ลี เหงวียน เป็นศูนย์กลาง

ผลงานอันยอดเยี่ยมของเขาทำให้สโมสรถึงกับยอมปล่อยตัวดาวดังอย่าง “เจ้าโก้” ดัสกร ทองเหลา ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากพ้นอ้อมออกเพื่อลดฐานค่าเหนื่อยและประเคนรายได้ให้กับ ลี เหงวียน เพิ่มอีกเป็นเท่าตัว ...จากนั้น “บอสดิ๊ก” ก็ตัดสินใจทุ่มใหญ่อีกระลอกและทาบทาม “ซิโก้” อดีตตำนานตลอดกาลทีมชาติไทยและฮองอันห์ยาลายกลับมากุมบังเหียนเป็นคำรบที่สอง โดยมี “เดอะโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน เพื่อนซี้สมัยค้าแข้งรับตำแหน่งมือขวาคนสนิท

ติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์อันร้าวฉานระหว่าง "ซิโก้" และ ลี เหงวียน ได้ในหน้าถัดไป...