ลีโอนาร์โด โบนุชชี : ดาวเตะผู้ที่ "เป๊บ" หลงใหล

ติดตามกันต่อสำหรับการจัดอันดับ 100 นักเตะของโลก โดย โฟร์โฟร์ทู ไปดูกันว่าทำไม ลีโอนาร์โด โบนุชชี  ถึงเข้าป้ายมาในอันดับที่ 25

ในครั้งที่อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนเข้ามาคุมทัพม้าลายแห่งตูรินเมื่อปี 2011 เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่แมตช์เท่านั้นก็เข้าใจดีว่าเขามีทีมที่แข็งแกร่งงแค่ไหนอยู่ในมือ ทว่าแม้ยูเวนตุสจะมีกองกลางคุณภาพมากหน้าหลายตาอยู่ในทีม แต่ต้องยอมรับว่าเบื้องหลังความสำเร็จของพวกเขาในช่วงหลายปีหลังมานี้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากแผงหลัง 3 คนที่โชว์ฟอร์มได้เหนียวแน่นสุดๆ

3 แผงหลัง “บีบีซี” คือแนวรับที่เล่นได้แน่นอนและหาทางเอาชนะยากที่สุดชุดหนึ่งของวงการเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผนึกกำลังกับ จานลุยจิ บุฟฟ่อน นายทวารจอมเก๋าที่เป็นป้อมปราการด่านสุดท้าย ยิ่งทำให้เกมรับของพวกเขาเจาะยากขึ้นไปอีก โดยนี่คือฤดูกาลที่ 6 แล้ว ที่อังเดรีย บาซาญี, จิออจิโอ คิเอลลินี่ และ เลอันโดร โบนุชชี 3 แข้งชาวอิตาเลียนได้ลงเล่นร่วมกัน ซึ่งสำหรับในรายหลังสุดนั้น ดูเหมือนว่าจะเข้าสู่ช่วงที่ดีที่สุดของเส้นทางค้าแข้งแล้ว

Leonardo Bonucci

พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

ความจริงแล้ว ครั้งหนึ่ง โบนุชชีเคยถูกยกให้เป็นจุดอ่อนของแผงหลัง 3 คนนี้มาก่อน ทว่าเวลาผ่านไป เขาก็ได้พัฒนาฝีเท้าของตัวเองขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็น 1 ในกองหลังที่แน่นอนที่สุดคนหนึ่งของวงการเลยก็ว่าได้ โดยจุดเด่นของเขานั้นนอกจากเกมรับที่เหนียวแน่นแล้ว เขายังเป็นคนที่ออกบอลได้ดีด้วย ซึ่งนั่นทำให้คอนเต้รู้ว่า ถ้าหากจับโบนุชชีเป็นปราการหลังตัวกลาง มันก็จะทำให้จุดเด่นของเขาเสียเปล่าทันที ดังนั้นกองหลังรายนี้จึงมักจะถูกจับมาเป็นกองหลังตัวริม เพื่อที่จะสามารถเติมขึ้นไปเปิดเกมได้เมื่อมีจังหวะที่เหมาะสม

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือในศึกฟุตบอลยูโร 2016 ที่ผ่านมา โดยโบนุชชี เป็นผู้ที่โยนบอลยาวจากแดนหลังให้กับ เอ็มมานูเอลเล่ จัคเครีนี ยิงประตูชัยให้อิตาลีเอาชนะเบลเยี่ยมไปได้ 1-0 นอกจากการออกบอลแล้ว โบนุชชียังเป็นคนที่รับความกดดันได้ดีมากๆ อีกด้วย เห็นได้จากเกมที่อิตาลีพบเยอรมัน ซึ่งกองหลังรายนี้รับหน้าที่เป็นสังหารจุดโทษในช่วงท้ายเกมที่ทีมกำลังตกเป็นฝ่ายตามหลัง 1-0 ซึ่งโบนุชชีก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังเมื่อเขาจัดการยิงเข้าไปช่วยให้ทีมเสมอกันไป 1-1 ในเวลาปกติและดวลจุดโทษกันในเวลาต่อมา ซึ่งหากลองสังเกตดีๆ จะเห็นว่าโบนุชชีก็ดูจะเป็นกองหลังที่ชอบทำประตูในเกมใหญ่ๆ แบบนี้

ในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา โบนุชชีสามารถทำประตูบรรดาบิ๊กทีมของอิตาลีได้ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์ มิลาน, ลาซิโอ, ฟิออเรนติน่า, เอซี มิลาน และ โรม่า แถมยังมีส่วนช่วยให้ทัพเบียงโคเนลลีทำคะแนนเหนือนาโปลี คู่อริตลอดกาล คว้าแชมป์เซเรีย อา มา 5 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว และหากเขาช่วยให้ทีมป้องกันแชมป์ในฤดูกาลนี้ไว้ได้อีก มันจะทำให้ยูเวนตุสกลายเป็นทีมแรกที่ได้แชมป์ 6 สมัยติดต่อกันด้วย ซึ่งแน่นอนว่าโบรุชชีมีส่วนสำคัญกับสถิตินี้อย่างมาก เพราะเขาคือคนที่อยู่กับทีมมานับตั้งแต่กลับมาได้แชมป์สมัยแรกเมื่อฤดูกาล 2011/12

อันดับต้นๆ ของยุโรป

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่แปลกที่โบนุชชีได้กลายเป็นกองหลังระดับท็อปของวงการลูกหนังไปเรียบร้อยแล้ว โดยเขาผ่านการหยุดบรรดาตัวรุกชื่อดังมานักต่อนักแล้ว สำหรับโบนุชชีนั้น นอกจากจะรับแรงกดดันและจ่ายบอลได้ดีแล้ว เขายังมีความแข็งแกร่ง, เล่นลูกกลางอากาศได้ดี อยู่ถูกที่ถูกเวลา และที่สำคัญคือ เขายังคอยบัญชาการเกมรับของยูเวนตุสให้ไม่เสียรูปขบวนด้วย

ปราการหลังรายนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมที่พบกับบาเยิร์น มิวนิคในเวทียูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งจากฟอร์มในวันนั้น มันทำให้เป๊ป กวาร์ดิโอลา ถึงกับออกปากชมว่า “เขาเป็น 1 ในนักเตะที่ผมชอบที่สุด” จนเป็นเหตุให้มีข่าวว่า แมนฯ ซิตี้พร้อมทุ่มเงิน 45 ล้านยูโรเพื่อแลกกับตัวกองหลังรายนี้ ทว่าสุดท้ายมันก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ถ้าผมบอกว่าไม่มีใครจากอังกฤษต้องการดึงตัวผมไปร่วมทีม มันก็คงเป็นการโกหก” โบนุชชี กล่าว “แต่สำหรับผม ที่นี่คือบ้าน ผมมีความสุขดี ความฝันของผมคือการคว้าแชมป์กับสโมสรแห่งนี้ให้ได้มากที่สุด และตอนนี้ผมอยู่ที่นี่ ผมต้องการจะพัฒนาตัวเองและท้าทายตัวเองด้วยการพาสโมสรแห่งนี้เป็นตำนานให้ได้”  

และในตอนนี้ โอกาสที่เขาจะทำให้สำเร็จก็มาถึงแล้ว

Leonardo Bonucci

The list

  • 100-91 • 90-81 • 80-71 • 70-61 • 60-51 • 50-41 • 40-31 • 30-26 • 25 • 24 • 23 • 22 • 21• 20 • 19 • 18 • 17 • 16 • 15 • 14 • 13 • 12 • 11 • 10 • 9 • 8 • 7 • 6 • 5 • 4 • 3 • 2 • 1

FourFourTwo’s Best 100 Football Players in the World 2016