ลง หลัก ปัก ฐาน เดอะ ซีรี่ส์ : เด็กสนามดินสู่ตำนานไทยลีก… เซียก้า ดานโญ่

นี่ คือ นักเตะจากแอฟริกาที่ถูกยกย่องว่าเป็น “ตำนาน” เหนือใครในไทยลีก…

จากเด็กตัวเล็กๆลูกพ่อค้าขายเสื้อผ้าในตลาดที่ไอวอรี่ โคสต์...ไร้สตั๊ดสวมใส่เล่นฟุตบอล ตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตด้วยการย้ายมาสู่ประเทศไทย ตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 ปี ทั้งที่มีโอกาสย้ายไปค้าแข้งที่ยุโรป...อยู่โยงปักหลักที่แดนสยาม จนพร้อมโอนสัญชาติเป็นคนไทย

และนี่คือเรื่องราวของเขาตั้งแต่วันแรกที่เมืองไทยจนถึงปัจจุบันชอง เซียก้า ดานโญ่

ซีกโลกใหม่  

ปลายปี ค.ศ. 2007 เด็กหนุ่มผิวสีวัยไม่ถึง 20 ปี ตัดสินใจเดินทางจากบ้านเกิดที่ทวีปแอฟริการะยะทางกว่า 11,000 กิโลเมตร ข้ามทวีปมายังกรุงเทพมหานคร เมืองหลวง ณ ดินแดนห่างไกล… ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คือ จุดหมายปลายทางแรก

“ผมคิดว่า ทุกประเทศมีฟุตบอลอยู่แล้ว ผมก็อยากออกมาดู มาลองว่าฟุตบอลที่นี่ (เมืองไทย) จะเป็นยังไง” เซียก้า  เริ่มเล่าเรื่องราวของเขา

“อาเรียน อากัสซู (นักเตะเมืองทองฯ ยุคแรกปี 2007) มารับผมที่สนามบิน พร้อมกับเพื่อนอีกคน… ผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเมืองไทย... ระหว่างนั่งรถ ผมเห็นบ้านเมือง ก็รู้สึกว่าที่นี่ค่อนข้างเจริญ เราไปที่ออฟฟิศของคุณโรเบิร์ต (โปรคูเรอร์ - ผู้จัดการทั่วไปเมืองทองฯ ขณะนั้น) ที่แถวสนามศุภชลาศัย เพื่อเซ็นสัญญา”

ชีวิตของนักฟุตบอล ชีวิตของคนแอฟริกาไม่ง่าย ลำบากกว่านี้เยอะ ผมต้องอยู่ได้ สู้ได้ มาเล่นฟุตบอลเราก็ต้องเต็มที่ ผมมีความเชื่อเสมอตั้งแต่เด็กๆ ว่า ‘ถ้าคุณใส่เต็มที่ คุณจะมีตังค์เอง

คืนแรกในเมืองหลวงของไทย เซียก้า พักที่โรงแรมเล็กๆ หลังสนามศุภฯ… และเมื่อฟ้าสางชีวิตจริงของเขาที่กรุงเทพมหานครก็เริ่มขึ้น...ที่พักอาศัยของเขาเป็นเพียงห้องนอนเล็กๆ ใต้อัฒจันทร์สโมสรฟุตบอลเมืองทองฯ

“ที่ห้องนอนของผมตอนนั้นมีแค่เตียง, ฟูกนอน และแอร์ เท่านั้น...แต่ผมคิดอยู่แล้วว่าชีวิตลูกผู้ชาย ชีวิตของนักฟุตบอล ชีวิตของคนแอฟริกาไม่ง่าย ลำบากกว่านี้เยอะ ผมต้องอยู่ได้ สู้ได้ มาเล่นฟุตบอลเราก็ต้องเต็มที่ ผมมีความเชื่อเสมอตั้งแต่เด็กๆ ว่า ‘ถ้าคุณใส่เต็มที่ คุณจะมีตังค์เอง’” ชายผู้ที่เกิดในครอบครัวที่มีพี่น้องถึง 7 คน กล่าว

เมืองทองฯ หนองจอก ยูไนเต็ด มหาเศรษฐีใหม่วงการลูกหนังไทยในศึกดิวิชั่น 1 เมื่อปี 2008 คือ ต้นสังกัดของ เซียก้า ดานโญ่ ให้เงินเดือนเริ่มต้น 20,000 บาท มากกว่าสมัยที่เขาอยู่ไอวอรี่ โคสต์ 1 เท่าตัว... ภายใต้การคุมทีมของโค้ชหมี-สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์ เขาเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ ก่อนพา “กิเลนคู่” (ฉายาเมืองทองฯ ยุคแรก) คว้าแชมป์ลีก เลื่อนชั่นขึ้นสู่ลีกสูงสุดของไทย

“โบนัสที่นี่ดีกว่าที่แอฟริกา ปีแรกเราชนะกันเยอะ แมตช์นึงก็ได้นัดละ 100,000 - 150,000 บาท ก็มาแบ่งกันทั้งทีม รวมเดือนๆนึงผมก็ได้สัก 40,000 บาท เพราะนาย (ระวิ โหลทอง) ให้โบนัสเราเยอะมาก (ยิ้มฟันขาว)”

การมุ่งหน้าสู่ต่างแดนปีแรกของ เซียก้า ดานโญ่ ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว...มันกลายเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานนักเตะแอฟริกาแห่งไทยลีก ทว่าหากย้อนกลับไปเมื่อ 18 ปีก่อน เขายังไม่เคยคิดถึงการเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ต้องออกไปค้าแข้งที่ต่างประเทศเลยสักครั้ง...

จนกระทั่งวันที่ชายชื่อ ‘บิโบ้’ เดินเข้ามาหาเด็กตัวน้อยๆอย่างเขาที่สนามฟุตบอลแห่งหนึ่ง

ชายที่ชื่อ ‘บิโบ้’

ย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีก่อน ที่อาบิฌอง (Abidjan) เมืองทางตอนใต้ของไอวอรี่ โคสต์ ติดกับชายฝั่งทะเลแอตเลนติก มัน คือ เมืองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป็นบ้านเกิดของ เซียก้า ดานโญ่... เช่นเดียวกับชายที่ชื่อว่า ‘บิโบ้’ เขาเป็นเจ้าของอะคาเดมี่ฟุตบอล ที่อยู่ในละแวกบ้านของดานโญ่...ความจริงมีนักฟุตบอลดังมากมายเคยถูกอบรมบ่มสอนที่นั่น นักเตะดังอย่าง ชีค ติโอเต้ อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ของนิวคาสเซิลผู้ล่วงลับก็เป็นหนึ่งในนั้น

อาบิฌอง บ้านเกิดเมืองนอนของ เซียก้า ดานโญ่

“วันหนึ่งตอนอายุสัก 12 ปี ระหว่างเตะบอลกับเพื่อนๆ...คนที่ชื่อ ‘บิโบ้’ เขาเข้ามาหาผม มาชวนผมไปฝึกฟุตบอลที่อะคาเดมี่ของเขา” ดานโญ่ เท้าความ

“เขาไปหาแม่ของผม ขอให้ผมได้ไปซ้อมฟุตบอลที่อะคาเดมี่ เพราะเขาเห็นแววผม คือ ต้องเข้าใจนะว่า ที่แอฟริกาสมัยก่อน ผู้คนไม่ค่อยอยากให้ไปเล่นฟุตบอลเท่าไหร่หรอก พวกผู้ใหญ่ไม่ค่อยเห็นความสำคัญ เขาบอกว่าไปทำงานจะดีกว่า” ดานโญ่ เล่าถึงสาเหตุที่ ‘บิโบ้’ ต้องรุดบุกไปคุยกับแม่ของเขาที่บ้าน “บิโบ้ ไม่ใช่คนร่ำรวย เขาเป็นคนรักเด็ก และชื่นชอบฟุตบอลมากๆ มีคอนเนคชั่นเยอะ เขาบอกกับผมว่าถ้าไปฝึกฟุตบอลกับเขา แล้วมีโอกาสก็จะมีคนดึงตัวไปเล่นทีมอาชีพ หรืออาจได้ไปยุโรป”  

เรามีบอลกันอยู่ 2 ลูก แต่มีเด็กอยู่หลายสิบคน สนามหญ้า...ก็ไม่มีหญ้า สตั๊ดเราก็ไม่มีใส่กัน

ท้ายที่สุดมาดามดานโญ่ แม่ของเซียก้า ไม่ได้ติดขัดใดๆ เขายินยอมพร้อมให้ลูกชายคนที่ 4 ของเธอได้ไปฝึกฝนฟุตบอลอย่างจริงจังตามที่ต้องการ เพราะบางทีเซียก้า อาจจะได้ดีเหมือนกับ 'มุสซ่า' ลูกชายคนแรกของเธอที่ได้ย้ายไปค้าแข้งอาชีพหลายประเทศทั้งแอลจีเรีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, และกาตาร์...อย่างไรก็ตามสนามฝึกซ้อมของบิโบ อะคาเดมี่ ไม่ได้เป็นสนามที่ดีนักหรอก ‘บิโบ้’ ไม่ได้เป็นเจ้าของเอง มันเป็นสนามที่ต้องเช่าต่อจากทีมฟุตบอลทีมอื่นๆ และเวลาเดียวที่เด็กๆของบิโบ้ จะได้ฝึกซ้อม คือ เวลา บ่ายโมงตรง  

“โอ้โห! มันร้อนจริงๆ” เซียก้า เริ่มเล่าถึงการฝึกซ้อมฟุตบอลสมัยเด็กพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขเมื่อเล่าถึงความหลัง

“เรามีบอลกันอยู่ 2 ลูก แต่มีเด็กอยู่หลายสิบคน สนามหญ้า...ก็ไม่มีหญ้า สตั๊ดเราก็ไม่มีใส่กัน แต่เราก็มีความสุขกันมากกับการฝึกซ้อม เพราะบิโบ้ เขาเป็นคนใจดี รักเด็ก และเขาสอนพวกเขาอย่างเต็มที่ด้วยความจริงใจ และเมื่อมีโอกาส เขาก็ส่งเด็กไปอยู่ที่เจเอ็มจี อะคาเดมี่ บ้างก็ส่งไปยุโรป”

“ทุกวันนี้เขาก็ยังไม่ได้ร่ำรวยนะ แต่คนที่ได้ดี ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพก็ช่วยเหลือส่งลูกฟุตบอล เสื้อผ้าให้เด็กๆ ในอะคาเดมี่ของเขา”

“ส่วนสนามที่ใช้น่ะเหรอ? ก็สนามเดิมที่ไม่มีหญ้านั่นแหละ (ฮา)”

-ติดตามเรื่องราวและจุดเปลี่ยนของชีวิต เซียก้า ในหน้าถัดไป-