ลงสนามทีมเดียว/ความขัดแย้ง/วาระแห่งชาติ : ล้วงลึกเหตุการณ์วันนั้นที่ ทาลินน์

โจ เบรวิน จะย้อนความหลังถึง เกมสุดประหลาดของทีมชาติสกอตแลนด์ เมื่อปี 1996 เมื่อทั้งสองทีมที่ลงแข่งกันในวันนั้นต่างมีเรื่องประท้วงกันตั้งแต่เกมยังไม่ทันเริ่ม

มิโรสลาฟ ราโดมัน ผู้ตัดสินชาวยูโกสลาเวีย เตรียมทำหน้าที่ตามปกติแบบที่เคยทำ เช่นเดียวกับผู้ช่วยสองคนของเขาที่ลงไปปฏิบัติงานของตัวเองที่สนาม คาดริออก สเตเดี้ยม , จับมือกัน แล้วเช็กความพร้อมเพื่อให้เกมเริ่มต้น

สกอตแลนด์ ลงเล่นนัดที่สามของศึกฟุตบอลโลกปี 1998 โดยเกมนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมปี 1996 . บิลลี่ ด็อดด์ส ที่เพิ่งจะลงเล่นเกมทีมชาตินัดนี้เป็นครั้งที่สอง ได้ส่งบอลให้กับ จอห์น คอลลินส์ กัปตันทีมคนใหม่ของทีมชาติ , 3 วินาทีให้หลังทุกอย่างก็จบลง การเชียร์ของแฟนบอลชาวสกอตต์ ที่ตามมาราว 600 ชีวิต จบลงตั้งแต่การตะโกนครั้งแรก หลังจากนั้นก็มีการฉลองกันในห้องแต่งตัว

นี่คือเกมที่มีทีมลงสนามแค่ทีมเดียวและมันเกิดขึ้นในการแข่งขันระดับทีมชาติ ทีมของ เครก บราวน์ เข้าใกล้กับการไปเล่นฟุตบอลโลกที่ประเทศฝรั่งเศสอีกก้าว หลังจากที่ คู่แข่งอย่าง เอสโตเนีย ไม่ยอมลงมาแข่ง

แต่ว่าทุกอย่างมันจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ?

“เรามาซ้อมกันปกติในช่วงตอนกลางคืน” เคล็ก เบอร์ลี่ย์ กองกลางของสกอตแลนด์เผยกับ โฟร์โฟร์ทู “แต่ว่าเคร้ก บราวน์ ไม่พอใจกับระบบอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะเรื่องไฟ”

“ส่วนพื้นสนาม ..:ผมคงต้องบอกว่าผมว่านี่มันไม่ใช่สนามฟุตบอลของทีมนอกลีกด้วยซ้ำ มันห่วยมาก และทุกอย่างมันดูเก่าคร่ำครึไปหมด ปัญหาหนักที่สุดก็คือแสงไฟที่มันไม่สว่างเอาซะเลย และผมคิดว่า เคร็ก คงพบว่ามันจะเป็นปัญหาใหญ่”

การมองที่ไม่ชัดเจน

แน่นอนมันคือปัญหา และมันเริ่มต้นตั้งแต่คืนก่อนเกมวันแข่ง เมื่อ ฌอง มารี กองตองเบียง เจ้าหน้าที่ของฟีฟ่าก็ยิ่งสร้างความกังวลให้กับฝั่งสกอตแลนด์มากขึ้น เมื่อเขาได้ทำการเช่าไฟจากประเทศฟินแลนด์ ซึ่งเหมือนเป็นการยอมรับว่ามันมีปัญหาจริง ๆ หลังจากที่เช็กเรื่องไฟเสร็จ กองตองเบียง ได้ตัดสินใจให้บอลตู่นี้เตะกันเวลาเดิมก็คือช่วง 6 โมง 45 นาทีตามเวลาท้องถิ่น

สกอตแลนด์ ไม่พอใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ พวกเขาได้ยื่นเรื่องไปยังสำนักงานใหญ่ของฟีฟ่า ที่เมือง ซูริค และหลังจากที่มีการประชุมกันในช่วงดึก (คาดว่าประมาณตีสองครึ่ง) ก็มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อ ฟีฟ่า สั่งให้เกมนัดนี้เลื่อนมาเตะอันในเวลาบ่ายสามโมงแทน

ไฟที่มีปัญหาที่ ทาลินน์

พอทราบเรื่อง เอสโตเนีย ก้ไม่พอใจเป็นอย่างมาก การมาเตะช่วงบ่ายวันพุธ มันคือฝันร้ายของคนพวกนักเตะกึ่งอาชีพ และแฟนบอลที่ต้องทำงานในช่วงเวลาดังกล่าว ที่สำคัญสนามแห่งนี้ก็อยู่ใกลจากเมือง เคธนา ถึง 60 ไมล์  และยิ่งกว่านั้นคือ บีบีซี ได้ตกลงจ่ายเงินให้กับพวกเขา 50,000 ปอนด์ สำหรับการถ่ายทอดสดเกมคู่นี้ แต่พอเวลาเปลี่ยนมันก็หมายความว่าพวกเขาต้องเสียผลประโยชน์

“ในตอนแรกพวกเราไม่เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้น มันไม่ถูกต้องพวกเขาไม่ควรมาเปลี่ยนเวลาเตะเอาในวันแข่ง” มาร์ค พูม อดีตผู้รักษาประตูคนดังเปิดใจกับ โฟร์โฟร์ทู “เรามารู้เรื่องตอนประมาณ 11 โมง การปรับทุกอย่างที่เตรียมมาอย่างเช่นเรื่องการรักษาความปลอดภัยนั้นเป็นไปไม่ได้ เราคิดว่าเตะเวลานั้นแฟนบอลของเราก็คงมาเชียร์เราไม่ได้เช่นเดียวกัน”

“ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราถูกปฏิบัติอย่างไม่ให้เกียรคิ เพราะเราชื่อชาติเล็ก ๆ ที่เพิ่งเติบโต และพวกเขาก็รู้สึกว่าจะมาทำอะไรกับเราก็ได้”

- Estonia legend Mart Poom

“ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราถูกปฏิบัติอย่างไม่ให้เกียรติ เพราะเราชื่อชาติเล็ก ๆ ที่เพิ่งเติบโต และพวกเขาก็รู้สึกว่าจะมาทำอะไรกับเราก็ได้”

เกมเริ่มและจบอย่างรวดเร็ว

กำหนดการของ เอสโตเนีย ยังคงตามเดิม แม้ว่าอันที่จริงเกมมันจะเปลี่ยนเวลาไปแล้วก็ตจาม พวกเขาเดินทางมาที่สนามเพื่อลงแข่งตอน 6 โมง 45 นาที ไอเวอร์ โพห์ลัค ประธานสมาคมไม่พอใจกับการกระทำของ สกอตแลนด์ เป็นอย่างมาก โดยกล่าวว่า “สิ่งที่พวกเขาทำมันไม่ยุติธรรมต่อเราเอาซะเลย” เขากล่าว “เรารู้ดีว่า สกอต จะไปตามเวลาที่เปลี่ยนใหม่ ที่พวกเขาต้องการ และมันก็จะไม่มีการแข่งขันเกิดขึ้นในวันนี้”

จากนั้นมันก็เกิดสงครามน้ำลายจากทั้งสองฝ่าย แม้ว่าจะมีอีกฝ่ายที่ไม่ยอมลงมาที่สนามก็ตาม

บราวนี่ ก็คือ บราวนี่” เบอร์ลี่ กล่าวถึงเจ้านายของตัวเอง “เขาคือคนที่เข้มงวดและเถรตรงที่สุดของโลก และก็ยังเตรียมการเหมือนเดิมราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

“เขายืนกรานว่า เอสโตเนีย จะมาแข่งตามเวลา พวกเขาจะลงจากรถบัสและก็ลงสนาม เขาเลยพยายามให้นักเตะทุกคนยังอยู่ในสนามจนถึงเวลาเริ่มเกม”

ภาพนี้เหมือนขาดอะไรบางอย่าง

“ตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองดูโง่ ๆ นะ ผมจำได้ว่าในอุโมงค์นักเตะมีแต่เรา และ ผู้ตัดสิน มันไม่มีใครอีกแล้ว. บราวนี่ ตวาดใส่ ดาร์เรน แจ๊คสัน ที่พยายามเล่นมุกตลกจากสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ว่าอันที่จริงตอนนั้นเราแค่รู้สึกว่าอยากขึ้นเครื่องกลับบ้าน สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องที่น่าละอาย และเราก็มามีส่วนร่วมกับเรื่องนี้ เราพยายามทำให้ทุกอย่างดูเหมือนปกติ แต่มันไม่ปกติ เพราะไม่มีฝั่งตรงข้ามลงแข่งกับเรา”

“ตอนนั้นมันก็ตลกนะ มีคนมาถามเราว่า “เห้ย แบบนี้เราจะได้หมวกในฐานะที่ติดทีมชาติรึเปล่า ?”

“พระเจ้า ผมหวังว่านั่นจะไม่ใช่พวกเขานะ”

เหล่าแฟนบอลของ กองทัพ ตาร์ตัน ตะโกนอย่างกึกก้องว่า “หนึ่งเดียวใน ทาลินน์”  ในขณะที่ เอสโตเนีย ทำตามที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ก็ตือการโผล่มาที่สนาม ตามกำหนดเวลาเดิม

“ตอนนั้นผมคิดว่า สกอตแลนด์ จะกลับมาเตะกับเรา มันน่าผิดหวังมาก” พูม ยอมรับ “แม้ว่าเราจะเห็นข่าวแล้วว่า สกอตแลนด์ เตะเริ่มเกมไปโดยที่ไม่มีคู่แข่งในสนามที่ว่างเปล่า และมีแฟนบอลสกอตต์ วิ่งลงมาในสนาม”

“พระเจ้า ผมหวังว่านั่นจะไม่ใช่พวกเขานะ”

เหล่าแฟนบอลของ กองทัพ ตาร์ตัน ตะโกนอย่างกึกก้องว่า “หนึ่งเดียวใน ทาลินน์”  ในขณะที่ เอสโตเนีย ทำตามที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ก็คือการโผล่มาที่สนาม ตามกำหนดเวลาเดิม

“ตอนนั้นผมคิดว่า สกอตแลนด์ จะกลับมาเตะกับเรา มันน่าผิดหวังมาก” พูม ยอมรับ “แม้ว่าเราจะเห็นข่าวแล้วว่า สกอตแลนด์ เตะเริ่มเกมไปโดยที่ไม่มีคู่แข่งในสนามที่ว่างเปล่า และมีแฟนบอลสกอต วิ่งลงมาในสนาม”

“ผมยืนยันว่าเราต้องการลงสนาม และถ้าจำไม่ผิดในเกมวันนั้น สกอตแลนด์ มีนักเตะตัวหลักหลายคนที่บาดเจ็บ นั่นทำให้เรารู้สึกว่ามีโอกาสดีที่จะเก็บแต้มได้ในบ้านตัวเอง”

เอสโตเนีย ลงสนามตามเวลาเดิมโดยไม่แคร์ว่า เกมนัดนี้โดนเลื่อนเวลาไปแล้ว

บรรยายภาพ เอสโตเนีย ลงสนามตามเวลาเดิมโดยไม่แคร์ว่า เกมนัดนี้โดนเลื่อนเวลาไปแล้ว

ส่วน เบอร์ลี่ ย้อนความหลังว่า “พวกเขาเดินทางมาที่สนาม เห้ยจริงดิ ?” เขากล่าวด้วยความงง “ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าพวกเขาจะมา ผมยอมรับเลย เราไม่รู้ ผมรู้สึกว่าไม่มีใครอยากเล่นเกมนัดนี้แล้วเพราะว่ามันปัญหาเยอะเหลือเกิน”

“ตอนที่ผมซ้อมก่อนเกมจะเริ่ม ผมจำได้ว่าผมเห็นรถคันหนึ่งเข้ามาที่ลานจอดรถ และก็ได้แต่คิดว่า “พระเจ้า ผมหวังว่านั่นจะไม่ใช่พวกเขานะ” เพราะว่าผมไม่อยากเล่นเกมนัดนี้แล้ว ความคิดของผมคือมันไร้สาระมากกับการเสียเวลาบินไปบินมา”

“หลังจบเหตุการณ์ เราเดินทางตรงไปที่สนามบิน เราดื่มเบียร์กันเล็กน้อยที่ บาร์ และตอนนั้นเราคงปล่อยให้ นักเตะ เอสโตเนีย อยู่ในสนามเดียวดายแบบเดียวกับเรา”

ผลที่ตามมา

หลังจากจบเกม เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น หลายฝ่ายก็คาดว่า สกอตแลนด์ ก็น่าได้รับการตัดสินให้เป็นผู้ชนะด้วยสกอร์ 3-0 แต่ว่าฝั่งของ เอสโตเนีย ก็ยืนยันว่าถ้าเตะกันในเวลานั้นพวกเขาก็ไม่สามารถรวมทีมได้ทันเช่นเดียวกัน

ส่วน กองตองเบียง ก็แนะว่าควรจะให้ทีมของ บราวน์ เอาชนะไปเลย ซึ่งนั่นก็คือข่าวดีของ สกอตแลนด์ เพราะว่าหลังจากเกมนัดนั้นพวกเขามีคิวทำศึกนัดสำคัญกับทีมชาติสวีเดน

แฟนบอลของ สกอตแลนด์ ที่เดินทางกว่า 2,000 ไมล์ มาเชียร์ทีมรักของตัวเอง แม้ว่าจะไม่มีเกมการแข่งก็ตาม

เลนนาร์ท โยฮันส์สัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูฟ่า ที่ต่อจากนั้นได้กลายเป็นประธานยูฟ่า และ รองประธาน ฟีฟ่า ใช้เวลาเกือบเดือนในการตัดสินบทสรุปของคู่นี้ ซึ่งเขาเห็นต่างกับ กองตองเบียง โดยตัวของ โยฮันส์สัน มองว่าเกมนัดนี้ควรจะเตะกันใหม่ เพราะมันคือทางออกที่สวยที่สุด และ 4 เดือนให้หลังเกมนี้ก็เกิดขึ้น ที่ โมนาโก

“โชคดีที่ตอนนั้นผมเจ็บ” เบอร์ลี่ ยิงมุก “มันจบด้วยสกอร์ 0-0 เป็นอีกค่ำคืนที่น่าจดจำของ สกอตแลนด์”

“โชคดีที่ตอนนั้นผมเจ็บ” เบอร์ลี่ ยิงมุก “มันจบด้วยสกอร์ 0-0 เป็นอีกค่ำคืนที่น่าจดจำของ สกอตแลนด์”

- Ex-Scotland midfielder Craig Burley

เกมนัดนั้นกลายเป็นเกมเปลี่ยนชีวิตของ พูม ที่เป็นเหมือนใบเบิกทางในการไปเล่น พรีเมียร์ลีก โดย เขาได้กลายมาเป็นเพื่อนร่วมทีมกับ เบอร์ลี่ ที่ ดาร์บี้ ก่อนที่ทีมจะตกชั้นไปเมื่อปี 2002

“ผมต้องยอมรับว่าการที่เกมนัดนั้นกลับมาเตะใหม่มันคือเกมเปลี่ยนชีวิตของผม” พูม เผย “ถ้าหากว่าเราต้องลงเล่นในเดือนตุลาคม บางทีผมอาจจะไม่มีโอกาสมาเล่นที่อังกฤษอีกครั้งก็ได้”

“จิม สมิธ อดีตผู้จัดการทีมของ ดาร์บี้ เคยเซ็นผมไปร่วมงานกับเขามาแล้วครั้งหนึ่งที่ พอร์ทสมัธ เมื่อปี 1994 ผมมีช่วงเวลาที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ในตอนนั้นเนื่องจากอาการบาดเจ็บ รวมทั้งยังไม่ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่เนื่องจากเวิร์ค เพอร์มิต ผมเลยตัดสินใจกลับมาที่ เอสโตเนีย”

“ผมพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้กลับมาที่อังกฤษ ผมทำงานหนักมาก และ จิม ก็ยังคงติดตามผลงานของผม โชคดีที่ อลัน ฮอดจ์กินสัน โค้ชผู้รักษาประตูของ สกอตแลนด์ ได้ชมฟอร์มนัดนั้นของผมที่ โมนาโก จากคำสั่งของจิม ผมเล่นได้ดี เก็บคลีนชีต และเซฟลูกสำคัญ ๆ หลายลูก จากนั้นผมก็ได้เซ็นสัญญากับ ดาร์บี้ ในวันเส้นตายตลาดนักเตะ”

ฟอร์มของ มาร์ท พูม ทำให้เขาได้ย้ายไปดาร์บี้

กรณีศึกษา

สุดท้ายแล้ว สกอตแลนด์ ก็ได้ไปลุยศึกฟุตบอลโลกปี 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส และนั่นก็คือ การเล่นรายการระดับ เมเจอร์​ครั้งสุดท้ายของพวกเขา ด้วยการมีแต้มเหนือสวีเดน 2 คะแนน ส่วน เอสโตเนีย พวกเขาเก็บได้ 4 คะแนนจากการลงเล่น 10 นัด และจบเป็นอันดับสุดท้ายของกลุ่มหลังจากที่ไปแพ้ให้กับทีมของ บราวน์ ที่ รักบี้ มาร์ค 2-0 ในเกมอีกนัดของรอบคัดเลือก

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และครั้งเดียวที่มีการประท้วงไม่มาแข่ง อย่างเช่นในตอนเพลย์ออฟ ฟุตบอลโลกเมื่อปี 1974 หลังจากที่เสมอกันมา 0-0 ในเกมนัดแรก สหภาพโซเวียต ปฏิเสธที่จะเล่นในเกมนัดที่สอง ที่สนาม เอสตาดิโอ นาซิอองนาล กับ ชิลี ด้วยเหตุผลทางการเมืองของรัฐบาลในยุคของ ออกุสโต้ ปิโนเชต์ ฟีฟ่า ปฏิเสธคำรองของพวกเขาที่จะขอไปเล่นที่สนามอื่น นั่นทำให้ โซเวียต ถูกตัดสิทธ์และชิลี ได้ไปฟุตบอลโลกแทนก่อนที่จะไปตกรอบแรกในฟุตบอลโลกครั้งนั้น

เหมือนกับ สกอตแลนด์ ในการแข่งขันที่ประเทศฝรั่งเศส

ติดตามสารคดีอื่นๆ ได้ที่นี่ FourFourTwo.com