Analysis

ลึกลับซับซ้อน : ตีแผ่ “พร็อกซิมุส” ลีกล่างจากเบลเยียม ...ไฉนมีสิทธิ์ไปยูโรป้า?

ลีกฟุตบอลที่ระบบการแข่งขันลึกลับซับซ้อนที่สุดลีกหนึ่งของโลก , ทีมจบอันดับ 1 ของลีกในฤดูกาลปกติ อาจไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปแม้แต่รายการเดียว , ทีมที่รอดตกชั้นหวุดหวิด อาจได้โควต้าไปเล่น ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก

We are part of The Trust Project What is it?

เท่านั้นยังไม่พอ … เป็นประเทศเดียวในยุโรปที่จัดระบบให้ทีมจากลีกรองลำดับ 2 มีสิทธิ์ไปคัดเลือกยูฟ่า ยูโรป้า ลีกได้ !

เขียนโดย

ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์

ไม่มีลีกประเทศอื่นใดอีกแล้วนอกจาก “เบลเยียม” เท่านั้น

สิทธิ์ที่แตกต่าง

หากไปดูโควต้าจากประเทศต่างๆ ที่คัดเลือกไปเล่นยูฟ่า ยูโรป้า ลีก หลายประเทศมาจากอันดับในลีก และแชมป์ฟุตบอลถ้วย

ลีกเดียว ที่แหวกแนว ให้สิทธิ์ลีกระดับสองของประเทศ มาร่วมมีสิทธิ์เพลย์ออฟไม่ใช่ลีกอื่นใดจากนอกลีกของประเทศ “เบลเยียม” ที่แฟนบอลรู้กันดีว่า มีระบบจัดการแข่งขันที่ยุ่งเหยิงที่สุด

ส่วนจะได้เล่นตั้งแต่รอบไหน ก็ขึ้นอยู่กับค่าสัมประสิทธิ์ของประเทศนั้น ที่ถูกนับคะแนนโดยยูฟ่า

ในรอบคัดเลือกรอบแรก มีทีมจาก ออสเตรีย , โครเอเชีย ,โปแลนด์ , ไซปรัส , เบลารุส , สวีเดน , นอร์เวย์ , อิสราเอล , สก็อตแลนด์ , เดนมาร์ก , อาเซอร์ไบจาน , เซอร์เบีย , คาซัคสถาน , บัลแกเรีย , สโลวีเนีย , สโลวาเกีย , ลิคเตนสไตน์ , ฮังการี , โรมาเนีย , ไอซ์แลนด์ , จอร์เจีย , ฟินแลนด์ , บอสเนียฯ , อัลแบเนีย , มาซิโดเนีย , ไอร์แลนด์ , ลัตเวีย , ลักเซมเบิร์ก , มอนเตเนโกร , ลิธัวเนีย , ไอร์แลนด์เหนือ , เอสโตเนีย , อาร์เมเนีย , หมู่เกาะแฟโร , มอลต้า , เวลส์ , ซาน มาริโน่ , โคโซโว และ ยิบรอลตาร์ ซึ่งส่วนใหญ่โควต้าจะถูกแบ่งให้กับทีมอันดับ 2-3 ในลีก (เพราะแชมป์ลีกจะได้ไปแชมเปี้ยนส์ ลีก) และแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศเล็กๆ

รอบคัดเลือกรอบที่สอง ยังคงเป็นรองแชมป์และแชมป์ฟุตบอลถ้วย ที่ได้สิทธิ์มาเล่นรายการนี้ แต่จะเป็นตัวแทนจากประเทศที่มาตรฐานฟุตบอลสูงขึ้น เริ่มมีทีมจากสวิตเซอร์แลนด์ , ตุรกี และ เนเธอร์แลนด์เข้ามา และรอบคัดเลือกรอบที่สาม ก็จะเป็นทีมจากโปรตุเกส , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , สเปน , อิตาลี และ อังกฤษ เข้ามาร่วมด้วย ส่วนรอบเพลย์ออฟ ก็มาจากทีมที่หล่นมาจากการคัดเลือกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ทีนี้จะมีลีกบางประเทศ ที่ไม่ได้ให้โควต้ากับอันดับในลีกหรือแชมป์บอลถ้วย แต่พวกเขาจัดทัวร์นาเม้นต์เพลย์ออฟขึ้นต่างหากหลังจบฤดูกาลปกติแทน ลีกที่ว่านั่นคือ เดนมาร์ก , เวลส์ และ ไอร์แลนด์เหนือ ในรอบคัดเลือกรอบแรก และ เนเธอร์แลนด์ในรอบคัดเลือกรอบที่ 2 

ลีกดังกล่าวส่วนใหญ่ใช้ระบบเพลย์ออฟแบบนำเอา 4 ทีมจากฤดูกาลปกติ ที่ได้อันดับตามกฎที่วางไว้ มาแข่งกันแบบ 4 ทีมแพ้คัดออก และหาเพียงทีมเดียวไปยูโรป้า ลีก

แต่แน่นอนอยู่แล้วว่า ทีมที่มีสิทธิ์เพลย์ออฟในลีกนั้น ต้องเป็นทีมในลีกสูงสุดของประเทศ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะโดยทั่วไปสิทธิ์การไปเล่นฟุตบอลยุโรป ถ้าไม่ได้มาจากการทำอันดับ หรือทัวร์นาเม้นต์แบบนี้ ก็ต้องมาจากแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศ ที่ก็ไม่ง่ายกว่าจะได้กันมา

แต่ดันมีลีกเดียว ที่แหวกแนว ให้สิทธิ์ลีกระดับสองของประเทศ มาร่วมมีสิทธิ์เพลย์ออฟด้วย แถมยังสามารถโผล่ไปเล่นในรอบคัดเลือกรอบที่สามได้เลย และลีกนั้นก็ไม่ใช่ลีกอื่นใดจากนอกลีกของประเทศ “เบลเยียม” ที่แฟนบอลรู้กันดีว่า มีระบบจัดการแข่งขันที่ยุ่งเหยิงที่สุด

ทำความรู้จักลีกเบลเยียม

ลีกเบลเยียมปัจจุบันแบ่งออกเป็น 6 ระดับ แต่จะมีเพียง 2 ระดับเท่านั้นที่เป็นลีกอาชีพ นั่นคือ จูปิแลร์ลีก (เบลเยียม ดิวิชั่น 1 เอ) ลีกสูงสุด และ พร็อกซิมุส ลีก (เบลเยียม ดิวิชั่น 1 บี) ซึ่งเป็นลีกรอง

สำหรับลีกสูงสุดอย่างจูปิแลร์ลีก จะมีทีมเข้าร่วม 16 ทีม เมื่อคุณแข่งขันในฤดูกาลปกติทั้ง 30 นัดเสร็จสิ้นแล้ว หากคุณจบในอันดับที่ 1-6 คุณจะต้องไปแข่งต่อในรอบชิงแชมป์ (เบลเยียมเรียก เพลย์ออฟ 1)

รอบชิงแชมป์จะนำ 6 ทีมมาแข่งแบบพบกันหมด อันดับ 1 จะคว้าแชมป์ไปเลย ส่วนอันดับ 2-6 ก็จะมีโควต้าฟุตบอลยุโรป ที่มูลค่าสูงต่ำแตกต่างกันไป

ซึ่งแม้ว่าคุณจะจบอันดับ 1 ในฤดูกาลปกติ แต่หากในรอบชิงแชมป์ คุณไม่ติด 1-4 คุณก็จะไม่ได้ไปคัดเลือกฟุตบอลยุโรปใดๆแม้แต่รายการเดียว (เว้นแต่จะได้แชมป์ฟุตบอลถ้วย)

ขณะที่อันดับ 16 ตกชั้นไปเลย ไม่ต้องมีเพลย์ออฟใดๆ ส่วนอันดับที่ 7-15 จะต้องไปแข่งต่อในทัวร์นาเม้นต์ที่ชื่อว่า “เพลย์ออฟ 2” ซึ่งมีแค่ 9 ทีม ไม่จุใจพอ

รอบเพลย์ออฟ 2 จึงมีการนำ 3 ทีมจากลีกระดับรอง (พร็อกซิมุส ลีก) จำนวน 3 ทีม เข้ามาร่วมแข่งขันด้วย (อย่างที่กล่าวไปว่า เป็นลีกเดียวของยุโรปที่ทำแบบนี้)

ส่วนลีกระดับสองอย่างพร็อกซิมุส ลีก มี 8 ทีม แข่งขันฤดูกาลปกติทีมละ 28 นัด (แต่ละทีมจะเจอกันฤดูกาลละ 4 ครั้ง) แต่แบ่งการแข่งขันออกเป็นสองสเตจ 

แยกแชมป์สเตจแรก และสเตจที่ 2 ออกจากกัน และนำแชมป์จากสองสเตจมาเจอกันเองเหย้า-เยือน เพื่อหาทีมเดียวเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุด

แต่คะแนนรวมจากสองสเตจยังมีความหมาย เพราะเขาจะนำ 3 ทีมที่คะแนนรวมดีที่สุดในลีก (และไม่ได้สิทธิ์เลื่อนชั้น) ไปแข่งขันรอบเพลย์ออฟ 2 ชิงโควต้าไปยูโรป้า ลีก ร่วมกับอันดับ 7-15 ของลีกสูงสุด ที่ได้กล่าวไปด้านบน

งงพอไหมครับ? ถ้ายังไม่งง มาตามกันต่อกับกฎการเพลย์ออฟของลีกที่ยุ่งเหยิงมากที่สุดในหน้าถัดไป