ลืมไม่ลง : ฝันร้ายครั้งนั้นที่เวียงจันทน์ของทีมชาติไทย

ตกรอบแรกซีเกมส์ครั้งแรกในรอบ 36 ปี ของแชมป์เก่า 8 สมัยติดต่อกัน และส่งท้ายทัวร์นาเมนต์ด้วยการพ่ายแพ้ในเกม 90 นาทีครั้งแรกในรอบ 53 นัด … นี่ คือ สิ่งที่เกิดขึ้นกับทีมฟุตบอลชาย ทีมชาติไทย ในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ณ นครเวียงจันทน์ ประเทศลาว เมื่อ 8 ปีที่แล้ว

เครดิตภาพหน้าปก : Narin Krua

การเตรียมทีมก่อนแข่งเป็นอย่างไร อะไรเกิดขึ้นบ้างระหว่างแข่งขัน และนักฟุตบอลชุดนั้น รู้สึกอย่างไรกับความเจ็บปวดครั้งนั้น FFT TH ขอย้อนรอยประวัติศาสตร์ให้ทุกท่าน ที่นี่ ที่เดียว…

ทีมชาติไทย ชุดที่ดีที่สุดครั้งหนึ่ง

ก่อนที่ทัวร์นาเมนต์ซีเกมส์ครั้งที่ 25 จะเริ่มต้นขึ้น ไม่มีใครคิดว่า ประวัติศาสตร์ที่แสนขมขื่นจะถือกำเนิดขึ้น เพราะ 20 ขุนพลอายุไม่เกิน 23 ปี ของทีมชาติไทย ในคราวนั้น อุดมไปด้วยทรัพยากรนักเตะคุณภาพจากหลากหลายสโมสรที่กำลังโด่งดังในยุคที่ไทยลีก เริ่มบูมขึ้นมา

ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน, เกียรติประวุฒิ สายแวว, สมปอง สอเหลบ, อาทิตย์ สุนทรพิธ, อดุล หละโสะ, อนาวิน จูจีน, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, คัฟฟ้า บุญมาตุ่น, อภิภู สุนทรพนาเวศ ฯลฯ

นี่ คือ ส่วนหนึ่งของรายชื่อทีมชาติไทยชุดนั้น ในยุคที่มี สตีฟ ดาร์บี้ เป็นหัวหน้าโค้ช และเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นผู้ช่วยโค้ช ซึ่งทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ในวงการ แฟนบอล หรือนักฟุตบอลด้วยกัน ต่างก็เชื่อมั่นว่า พวกเขาดีพอที่จะขึ้นสู่โพเดียมแชมเปี้ยนเป็นสมัยที่ 9 ติดต่อกันได้ในกรุงเวียงจันทน์

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น…

เตรียมทีม 10 วัน ที่ไร้ความฟิต

ทีมฟุตบอลชาย ชุดซีเกมส์ 2009 มีการเก็บตัวกันทั้งหมด ประมาณ 10 วัน ณ โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน หรือในชื่อเก่าคือ โรงแรมเรดิสัน ย่านอาร์ซีเอ พระราม 9 ซึ่งหากดูจากเวลา ก็น่าจะเพียงพอ เพราะนักเตะแต่ละคนมีชื่อเสียง มีความสามารถ และมีฝีเท้าที่ดีกันทุกคน แต่นั่นหมายถึง ทุกคนต้องมีความฟิตในระดับที่น่าพึงพอใจด้วย

สตีฟ ดาร์บี้ อดีตกุนซือทีมชาติไทย ชุดล้มเหลวที่เวียงจันทน์

“ก่อนไปแข่งทัวร์นาเมนต์นั้น ผมมองว่า เรายังเตรียมทีมกันไม่ดี เพราะนักเตะทุกคนมาจากต่างสโมสร มีความฟิตที่ไม่เท่ากัน ผมจำได้ว่า วันที่เราไปทดสอบสภาพร่างกายที่วิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย ทดสอบพวกการวิ่งระยะทางเท่านี้ ในเวลาเท่านี้ แทบจะไม่มีนักเตะคนไหนผ่านการทดสอบเลย แต่เราก็มีความประมาท เพราะคิดว่า คงไม่มีปัญหาอะไร ในย่านอาเซียน เราจึงละเลยตรงส่วนความฟิตไป” คำบอกเล่าจาก อดุล หละโสะ มิดฟิลด์สุดฟิต ที่มองว่าการละเลยในเรื่องความฟิตครั้งนั้น กลายเป็นปัญหาสำคัญติดทีมไปเวียงจันทน์

“น้อยมากครับที่ผ่านทดสอบร่างกายที่ กกท. ค่าเฉลี่ยความฟิตของพวกเราค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐาน เราเห็นแล้วแหละว่าตัวเลขของความฟิตมันไม่โอเค แต่เราไม่เหลือเวลาแล้ว ด้วยเวลาที่มันสั้นแล้ว เพราะอีกไม่กี่วันก็จะแข่งแล้ว อันที่จริง ถ้าได้เทสต์ก่อน แล้วเห็นร่างกายของนักกีฬาเป็นแบบนี้ แล้วมันเหลือเวลาพอ ก็จะปรับตารางหาเวลาเพิ่มความฟิตได้ แต่รู้สึกว่า ตอนนั้น พอเทสต์ปุ๊ปอีกไม่กี่วันก็ต้องเดินทางเลย” อนาวิน จูจีน อีกหนึ่งแนวรุกของทีมชาติไทย ชุดนั้น ก็ได้พูดไปในแนวทางเดียวกันในเรื่องของความฟิต

ก่อนเกมแมตช์แรกจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 2 ธันวาคม 2009 ทีมชาติไทยที่เรียกเก็บตัวเพียงแค่ประมาณ 10 วันก่อนแข่ง ก็เลือกที่จะทดสอบความฟิตของนักเตะในช่วงเวลาไม่กี่วันก่อนจะต้องบิน ซึ่งนักเตะบางคนได้บอกกับเราว่า เหมือนแค่เทสต์ให้ผ่านๆ ไปตามระบบระเบียบของการกีฬาแห่งประเทศไทยเท่านั้น โดยไม่ได้สนใจว่า หากไม่ผ่านทดสอบความฟิตแล้วจะต้องทำอย่างไรต่อ หรือมีการแก้ไขปัญหาอย่างไรต่อไป

ระเบียบวินัย และความเป็นมืออาชีพ

ช่วงที่มีการเก็บตัวอยู่ที่โรงแรมเรดิสัน (โรงแรม โกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน ในปัจจุบัน) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง รายล้อมไปด้วยแสงสีในยามค่ำคืน ในสมัยนั้น ทีมชาติไทย ยังมีความเข้มงวดจากทีมสต๊าฟฟ์โค้ชน้อยมาก และระเบียบวินัยของนักฟุตบอลบางราย ที่ยังเป็นเด็ก เป็นดาวรุ่ง ก็น้อยเหมือนอายุ…

“ตอนช่วงเก็บตัวที่โรงแรมเรดิสัน ก็ต้องยอมรับว่านักเตะไทย ยังไม่ได้มีความเป็นมืออาชีพขนาดนั้น พอตกกลางคืน ผมก็ยังวัยรุ่นนะ นานๆ ได้เจอเพื่อน ก็มีบ้างที่แอบออกไปข้างนอก เพราะว่าเค้าก็ไม่ได้คุมเข้มเลย พอกลางคืนก็กลับมานอน แล้วตอนเย็นวันต่อมาก็มาซ้อมบอลได้ตามปกติ ฟีลแบบหลบๆ ไป นิดๆ หน่อยๆ เหมือนตอนนั้น ก็ประมาทกันด้วยแหละ ไม่มีใครคิดว่าจะตกรอบ ก็เลยไม่ได้เข้มงวดอะไร” อาทิตย์ สุนทรพิธ เท้าซ้ายสุดฉมังในยุคดังกล่าว เปิดอกอย่างลูกผู้ชายว่า ในอดีต เขาคือหนึ่งในนักเตะที่ไม่มีวินัยมากพอ และมีการออกจากโรงแรมในช่วงกลางคืน

“ทุกๆ คนมีความรีแลกซ์มากในแคมป์ตอนนั้น เพราะคิดว่า ซีเกมส์แข่งในย่านอาเซียน ไม่น่ามีปัญหาอะไรมาก บางคนก็ออกจากแคมป์ตอนกลางคืน กลับไปบ้าน หรือไปหาแฟน อะไรประมาณนี้ เพราะไม่มีการบี้จากโค้ช ไม่ตึง และมีความยืดหยุ่นมาก ทำให้ระเบียบวินัยค่อนข้างต่ำเลย” คำสารภาพจากนักเตะอีกหนึ่งรายในชุดดังกล่าว ที่บอกว่า แม้ตัวเองจะไม่ได้ออกจากแคมป์ไปไหนไกล แต่ก็เล่นเกม เล่นมือถือจนถึงดึกดื่นเหมือนกัน

อาทิตย์ สุนทรพิธ หนึ่งในนักเตะชุดนั้นยอมรับว่ากฎระเบียบในแคมป์ไม่ได้เข้มงวดเหมือนทุกวันนี้

จุดโทษท้ายเกม และอาการบาดเจ็บของ ธีรศิลป์

“ผมว่า ทีมเราก็ฝากความหวังไว้ที่มุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) จนเกินไปเหมือนกัน” อดุล หละโสะ มิดฟิลด์ผึ้งงานเปรยออกมา หลังถูกถามถึงบรรยากาศในเกมแรก ที่ ทีมชาติไทย เสมอกับ เวียดนาม 1-1

“มุ้ย เค้าเคยไปซีเกมส์ 2007 ที่โคราชมาแล้ว เคยได้แชมป์ เคยเล่นทีมชาติชุดใหญ่ ประสบการณ์ของเค้ามีพอสมควร เค้าเก็บบอลได้ ยิงบอลดี ช่วงนั้นเค้าก็กำลังขึ้นมาเลย”

ย้อนหลังกลับไปในวันที่ 2 ธันวาคม 2009 ทีมชาติไทย ประเดิมสนามซีเกมส์ 2009 ที่กรุงเวียนจันทน์ พบกับ ทีมชาติเวียดนาม โดยแนวรุกมี ธีรศิลป์ แดงดา จับคู่กับ กีรติ เขียวสมบัติ ส่วนแผงแดนกลางมี อาทิตย์ สุนทรพิธ, ภาณุวัฒน์ จินตะ, อดุล หละโสะ และ คัฟฟ้า บุญมาตุ่น คอยขับเคลื่อนเกม

ทีมชาติไทย เริ่มต้นอย่างโชคร้าย และอาการบาดเจ็บก็เป็นผลต้องเปลี่ยนตัวถึง 2 คน ในช่วงครึ่งแรก โดย สุทธินันท์ พุกหอม กองหลังตัวกลาง ต้องออกแล้วส่ง สุจริต จันทกล ลงมาเล่นแทนในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ตั้งแต่นาทีที่ 37 ส่วนอีกคนนั่นคือ กองหน้าเบอร์ 1 จากทีมแชมป์ไทยลีกปีนั้นอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา ที่เจ็บเล่นต่อไม่ไหว ต้องออกจากสนามในช่วงจบครึ่งแรก และถูกแทนที่ด้วย สมปอง สอเหลบ

การบาดเจ็บของสองนักเตะหลักตั้งแต่ครึ่งแรก ทำให้การปรับแก้เกมของ สตีฟ ดาร์บี้ มีเงื่อนไขมากขึ้น ในช่วงครึ่งหลัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทีมชาติไทย ก็ได้ประตูออกนำจาก กีรติ เขียวสมบัติ ในนาทีที่ 72 จากลูกเปิดของ อาทิตย์ สุนทรพิธ

แต่จนแล้วจนรอด ในนาทีที่ 89 ผู้ตัดสินชาวอินเดียก็มองว่า จังหวะเทคตัวโหม่งแย่งบอลกันนั้น สุจริต จันทกล ไปกดหลังของนักเตะเวียดนาม ทำให้ทีมไทยเสียลูกโทษ และเปลี่ยนสกอร์เป็น 1-1 เมื่อเวลาจบการแข่งขัน ซึ่งทำให้ทีมชาติไทย ประเดิมได้เพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น

“มุ้ย เค้าเคยไปซีเกมส์ 2007 ที่โคราชมาแล้ว เคยได้แชมป์ เคยเล่นทีมชาติชุดใหญ่ ประสบการณ์ของเค้ามีพอสมควร เค้าเก็บบอลได้ ยิงบอลดี ช่วงนั้นเค้าก็กำลังขึ้นมาเลย” คำกล่าวจากเพื่อนร่วมทีมอีกหนึ่งรายที่เชื่อว่า การบาดเจ็บของ ธีรศิลป์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ทีมชาติไทย ไม่ประสบความสำเร็จในคราวนั้น