ลืมฉันหรือยัง? : 15 อดีตแข้งดังไทยลีกที่คุณอาจคิดว่าเลิกเล่นไปแล้ว

นี่คือ 15 แข้งดาวดังที่เคยโลดแล่นบนศึกไทยลีก ที่คุณ คุณ และคุณ อาจลืมไปแล้วว่า “พวกเขายังคงค้าแข้งอยู่” 

บ้างเคยเป็นมีดีกรีระดับนักเตะทีมชาติ, บ้างเป็นถึงดาวซัลโวไทยลีก, บ้างถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานคนลืม บ้างก็นักเตะพเนจรจนหลายคนจำเขาไม่ได้... โฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ ขอย้อนวันวานด้วยการรวบรวม 15 อดีตแข้งชื่อดังที่คุณอาจคิดว่าพวกเขาเลิกเล่นไปแล้ว

พิเชษฐ์ อินทร์บาง

หากไล่เรียงสโมสรที่ดาวยิงหัวเหม่งรายนี้เคยค้าแข้ง ลำพัง 10 นิ้วมือคงไม่เพียงพอ

พิเชษฐ์ อินทร์บาง หัวหอกมากประสบการณ์ ยังคงเดินหน้าอยู่ในเส้นทางฟุตบอลอาชีพ แม้แทบจะไม่เคยกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมได้เหมือนวันวาน และแทบจะไม่มีสโมสรไหนเลยที่เขาลงหลักปักฐานระยะยาว

อดีตกองหน้าของราชบุรี สมัยโปรลีก ย้ายมาเล่นฟุตบอลาชีพอย่างจริงจังกับ นครปฐม เอฟซี ก่อนที่ฟอร์มจะไปเข้าตา เมืองทอง หนองจอก และกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกที่พา “กิเลนผยอง” คว้าแชมป์ ดิวิชั่น 1 เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก

ช่วงเวลานั้น เขาเล่นได้ท็อปฟอร์มมากโดยเฉพาะการย้ายมาหวดตาข่ายให้กับ สมุทรสงคราม เอฟซี, เพื่อนตำรวจ รวมถึง สุพรรณบุรี เอฟซี ที่เขาสามารถทำประตูได้ต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นที่มีคือ ความเร็ว, การจบสกอร์ที่เฉียบคม และ ลูกโหม่งที่เด็ดขาด

แต่ด้วยสังขารที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวย แถมการเล่นในตำแหน่งกองหน้า ทำให้เขาเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องแข่งขัน กับหัวหอกต่างชาติเขาจึงได้รับบทบาทเป็นเพียง “ซูเปอร์ซับ” มากกว่าตัวจริง

ชื่อของเขาเริ่มหายไปเรื่อยๆ นับตั้งแต่ย้ายออกจาก สุพรรณบุรี เอฟซี  ไปร่วมทีม บีบีซียู เอฟซี, ศรีสะเกษ เอฟซี, พีทีที ระยอง, การท่าเรือฯ ต่อมาย้ายเล่นในลีกล่างกับ อุดรธานี เอฟซี, นนทบุรี เอฟซี และ ระยอง เอฟซี เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา การย้ายทีมบ่อยครั้ง ทำให้ ความสม่ำเสมอของผลงานน้อยลงตามไป นั่นคือเหตุผลที่หลายคนอาจลืมชื่อของเขา

ปัจจุบัน พิเชษฐ์ อินทร์บาง ในวัย 35  ปี หวนกลับมาค้าแข้งให้กับ “อีกานนท์” นนทบุรี เอฟซี อีกครั้ง ในศึก ยูโร่ เค้ก ลีก (T4) โซนกรุงเทพและปริมณฑล

ทรงศักดิ์ เฮมเขียว

ตำนานไทยลีก ที่ถ้าคุณไม่ไปรื้อหาชื่อเขาดีๆ คงไม่รู้ว่ายังโลดแล่นในสังเวียนลีกอาชีพของไทย…

ทรงศักดิ์ เฮมเขียว แบ็คขวาพลังไดนาโม ปัจจุบันอายุอานามปาเข้าไป 37 ปี แล้ว แถมยังฟิตเปรี๊ยะอีกต่างหาก

ย้อนกลับไปในอดีตช่วงเวลาอันรุ่งเรืองของเขา คือ สมัยอยู่กับ  “สิงห์ร้ายกล้วยน้ำไท” มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เขาเป็นแบ็คขวาประเภทวิ่งเติมไม่มีหมด แม้ว่าสรีระร่างกายอาจจะไม่ใหญ่โต ทำให้ สมชาย ทรัพย์เพิ่ม เรียกใช้งานเขาตลอดหากไม่ติดโทษแบนหรือมีอาการบาดเจ็บ ทั้งเกมลีกและเกมฟุตบอลถ้วยระดับเอเชีย เขาคือหนึ่งในปรากฏการณ์ผู้เล่นฝีเท้าดี ของวงการฟุตบอลไทยช่วงปี พ.ศ. 2547-2550 เรียกว่าได้ นฤบดินทร์ ก็นฤบดินทร์ เถอะ!

กระทั่งเมื่อ ม.กรุงเทพ เปลี่ยนชื่อเป็น แบงค็อก ยูไนเต็ด ใหม่ๆ เขายังได้รับบทบาทยืนประจำการณ์ในตำแหน่งแบ็คขวา แต่มาตรฐานลีกไทยก็สวนทางกับอายุของเขา จึงค่อยๆ ถอถอยลงไปเล่นกับทีมในดิวิชั่น 1 อย่าง ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด และอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ในเวลาต่อมา  

กระทั่งฤดูกาล 2016 เลย ซิตี้ อาร์แอร์ไลน์ จากดิวิชั่น 2 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้กระชากตัวเขาไปร่วมทีม และ น้าทรงศักดิ์ ยังคงได้ทำผลงานได้เป็นอย่างดี จนได้รับการต่อสัญญาให้บู๊กับ เลย ซิตี้ ต่อในฤดูกาล 2017 อีก แม้ปัจจุบันอายุอานามจะใกล้หลัก 4 แล้วก็ตาม

ศราวุฒิ จันทพันธ์

หลายคนในวงการลูกหนังไทยถึงกับบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าคือหนึ่งในสุดยอดแข้งฝีเท้าฉกาจ แต่การใช้ชีวิตนอกสนามที่ออกจะเกเรไปสักหน่อย ทำให้ ศราวุฒิ จันทพันธ์ ไปไม่สุดบนเส้นทางสายลูกหนัง…

มิดฟิลด์พรสวรรค์สูงรายนี้ เคยกดถึง 7 เม็ด ช่วย ชลบุรี เอฟซี ในปี 2007 แถมระเบิดฟอร์มเก่งจนได้รับคำชื่นชมว่าจะกลายเป็นกองกลางที่ก้าวขึ้นไปเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทย และตัวแทนของ เทิดศักดิ์ ใจมั่น ได้ในอนาคต เรียกได้ว่าปีนั้นคือปีแห่งการแจ้งเกิดของเขาเลยทีเดียว แต่ในทางกลับกันก็เหมือนเป็นปีแจ้งดับของเขาในทีมชาติเช่นกัน...

ฟอร์มอันร้อนแรงกับ “ฉลามชล” ทำให้เขามีชื่อติดหนึ่งในขุนพล “ช้างศึก” ชุด ยู-23 ในศึกซีเกมส์ที่โคราช แถมยังถูกวางให้เป็น 11 ตัวจริงของทีมชนิดที่หาใครเบียดยาก

ทว่าการฉลองแชมป์ลีกสูงสุดกับสโมสรที่ออกจะหนักหน่วงไปเสียหน่อย ทำให้เขาตื่นไปรายงานตัวทีมชาติไม่ทัน และไม่มีข้อแก้ตัวให้กับทีมงานสตาฟฟ์โค้ช จึงถูกตัดชื่อออกจากทีมชาติทันที ถือเป็นข่าวที่โด่งดังอย่างมากในเวลานั้น

แม้ว่าจะแทบหมดโอกาสในทีมชาติ แต่กับยอดทีมเมืองน้ำเค็ม ยังมีโอกาสให้เขาเสมอ แต่ด้วยการใช้ชีวิตนอกสนามที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทำให้ฟอร์มสะดุดและไปไม่สุดอย่างที่ใครต่อใครคาดหวัง สุดท้ายโอกาสในการลงสนามของเขากับ “ฉลามชล” ก็ลดน้อยลง จนต้องถูกปล่อยยืมตัวให้ทีมอื่นใช้งาน

ช่วงที่อยู่ นครราชสีมา เอฟซี ศราวุฒิ มีทีท่าเหมือนจะกลับคืนสู่ฟอร์มเก่งของตัวเองอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ไปไม่ถึงขั้นที่เหมาะสม เมื่อเทียบกับพรสวรรค์อันสูงส่งของเขา

หลังจากที่แทบจะหายไปจากสารบบลูกหนังไทย ปีที่แล้ว ก็ได้พบว่าเขาค้าแข้งอยู่ในระดับ ดิวิชั่น 2 กับสมุทรปราการ ยูไนเต็ด แต่ที่เดือนช่วง มิถุนายน 2559 เขาหวนคืนสู่จังหวัดชลบุรีที่คุ้นเคยอีกครั้ง ด้วยสัญญายืมตัวกับ บ้านบึง ยูไนเต็ด

และซีซั่นนี้ ศราวุฒิ จันทพันธ ขึ้นเหนือไปหวดแข้งให้กับ อุตรดิตถ์ เอฟซี ทีมในระดับ ยูโร่ เค้ก ลีก (T4) ซึ่งด้วยพรสวรรค์ที่อัดแน่นอยู่ในตัวเขา เราจึงได้เห็นว่า ศราวุฒิ ยังคงมีทีเด็ดเรื่องของจ่ายบอลได้อย่างแม่นยำ และชั้นเชิงลูกหนังที่ยอดเยี่ยมเหนือแข้งทั่วไป ในลีกระดับ 4 ของประเทศ

Pages