ลูกชาวนา/ไม่กล้าพูดไทย/ใจแกร่ง : ศรายุทธ สมพิมพ์...เด็กสร้างแข้งเทพรุ่นที่ 1

“ผมปรึกษากับที่บ้านว่าถ้าไม่ไปเรียนต่อที่กรุงเทพ จบ ม.3 ก็คงต้องไปทำงานก่อสร้าง ตามปกติของเด็กบ้านนอก”

นี่คือคำพูดของแนวรับวัย 19 ปี ที่ย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ในวันที่ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมสถานศึกษาชื่อดังของเมืองไทย จากลูกชาวนาที่รักกีฬาฟุตบอลตั้งแต่ยังเล็ก ทุกวันนี้ชีวิตของเขาได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หลังตัดสินใจก้าวเท้าเข้าเมืองกรุงฯเพื่อไล่ตามความฝัน

ศรายุทธ สมพิมพ์ ปราการหลังอนาคตไกล ผลผลิตจากรั้วโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี และอะคาเดมีของ แบงค็อก ยูไนเต็ด เพิ่งได้รับโอกาสประเดิมสนามบนเวทีลูกสูงสุดเป็นครั้งแรกไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา...เขาเป็นใคร มาจากไหน? ฝีเท้าเป็นอย่างไร? โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ขออาสาพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเขา ติดตามได้ที่นี่

เรื่องเล่า 60 วินาที

เด็กหนุ่มจากอำเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เกิดในครอบครัวเกษตร ทำนาด้วยกันทั้งพ่อและแม่ มีน้องชายหนึ่งคน อายุ 16 ปี ที่อยากจะเป็นนักฟุตบอลเหมือนกับพี่ชาย และเมื่อไหร่ที่ “ตาหวาน” ได้กลับบ้าน ก็จะไปช่วยพ่อแม่ทำนา และพยายามสอนฟุตบอลให้กับน้องชายอยู่เสมอ

ศรายุทธ เริ่มฟุตบอลตั้งแต่สมัยยังเรียนชั้นอนุบาล เริ่มหลงรักกีฬาลูกหนังตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้สัมผัส และมีความสุขทุกครั้งยามได้วิ่งอยู่บนสนามหญ้ากับเพื่อนๆ ซึ่งเขายังจำวันเวลาเหล่านั้นได้ดีแม้จะผ่านมานานหลายปี ต่อมาในช่วงประถมศึกษา ถึง ม.1 ก็ลงเล่นในตำแหน่งแบ็คขวาให้กับสถาบันโดยตลอด จนกระทั่งตอน ม.2 โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี สถานศึกษาดังที่ขึ้นชื่อเรื่องกีฬาฟุตบอล ได้ไปเปิดคัดตัวอำเภอประโคนชัย เขาจึงลองไปเข้าร่วมโดยที่ไม่ได้คาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า

ท่ามกลางเด็กนักเรียนจากทั่วทั้งอำเภอ เขาคือหนึ่งในผู้ที่ผ่านการคัดตัวเข้าศึกษาที่โรงเรียนชื่อดัง ทว่าหลังจากไปแจ้งข่าวกับทางครอบครัว พ่อและแม่กลับไม่ให้เขาคว้าโอกาสนั้นไว้ เพราะด้วยความเป็นห่วง และไม่มีเงินพอที่จะส่งเสียลูกชายคนโตเข้าเมืองหลวง แต่เมื่อได้อธิบายไปว่าทางสถาบันจัดการค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง จึงยอมให้ “ตาหวาน” ได้ลองไปใช้ชีวิตคนเดียว พร้อมเดินตามความฝันที่กรุงเทพ และเจ้าตัวได้เปิดเผยว่า ถ้าวันนั้นเขาปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป คงต้องทิ้งเรื่องฟุตบอล และทำงานก่อสร้างทันทีหลังจบ ม.3

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

แน่นอนการใช้ชีวิตในเมืองกรุงอันวุนวายนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายต่อการปรับตัวของหนุ่มน้อยจากแดนอีสาน เขาไม่คุยกับใครเลยตลอดช่วง ม.3 เพราะลิ้นแข็งพูดไทยไม่ชัด และพูดแต่ภาษาเขมรตอนอยู่ที่บ้านเกิด โดยเพิ่งจะมาเริ่มสนทนากับเพื่อนตอน ม.4 แม้จะพูดออกไปแล้วไม่ชัดจนเพื่อนๆต้องหัวเราะ แต่เขากลับมองว่าเป็นเรื่องเล็กและไม่รู้สึกเครียดอะไรกับมันแม้แต่น้อยจนถึงปัจจุบัน

เขาไม่คุยกับใครเลยตลอดช่วง ม.3 เพราะลิ้นแข็งพูดไทยไม่ชัด และพูดแต่ภาษากัมพูชาตอนอยู่ที่บ้านเกิด

เส้นทางลูกหนังในระดับขาสั้น ศรายุทธ ลงเล่นให้กับทั้งทีมฟุตซอลหนึ่งปี ก่อนเบนเข็มไปทางฟุตบอลของโรงเรียนแบบเต็มตัว ผ่านการแข่งขันและคว้าแชมป์ในรายการดังมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฟุตซอล สพฐ.ลีก, เคเอฟซี เซเวนชู้ต, มหานครเกมส์, มวก.คัพ และรองแชมป์ 7 สี รุ่นเดียวกันกับ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ และวิศรุต อิ่มอุระ

ตลอดช่วงเวลากับสุรศักดิ์มนตรี สโมสรดังอย่างแบงค็อก ยูไนเต็ด ที่จับมือเป็นพันธมิตรกับทางโรงเรียน ได้จับตาดูผลงานของ “ตาหวาน” มาโดยตลอด ก่อนเรียกตัวเข้าไปซ้อมกับอะคาเดมี รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ของทีมเป็นรุ่นแรก ทันทีหลังจบการศึกษาชั้น ม.6 ก่อนที่จะได้โอกาสติดทีมชาติไทยชุด U19 ในตำแหน่งแบ็คซ้ายของ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด ชุดแชมป์อาเซียน เมื่อปี 2015 รวมถึงชิงแชมป์ เอเชีย รอบคัดเลือก ก่อนถูกจับไปเล่นเซนเตอร์แบ็ค ในยุคของ “โค้ชหนุ่ย” เฉลิมวุฒิ สง่าพล

แม้ตอนแรกจะอึดอัดกับบทบาทใหม่ แต่พอได้เล่นมาเรื่อยๆก็รู้สึกชอบ จนเป็นตำแหน่งที่ถนัดไปเสียแล้ว และเป็นเวลากว่า 2 ปี ที่เขาฝึกซ้อมกับอะคาเดมีของ “แข้งเทพ”...ในที่สุดก็ได้โอกาสลงประเดิมสนามระดับอาชีพอย่างเป็นทางการกับทีมเป็นครั้งแรกฤดูกาลที่ผ่านมา

จุดแข็ง

การอ่านเกม, ตัดบอลทำลายเกมรับคู่แข่ง และแย่งบอล คือสมบัติพื้นฐานของกองหลัง และมันเป็นสิ่งที่เขาทำได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งที่ผ่านการเล่นในตำแหน่งฟูลแบ็คมาก่อน อีกทั้งยังเป็นเด็กที่มีความตั้งใจ หาทางพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ จากบรรดารุ่นพี่ร่วมตำแหน่งภายในทีม ที่คอยสอนและแนะนำสิ่งที่ดีให้กับเขาเสมอ

จุดอ่อน

แน่นอนว่าด้วยร่างกายที่ไม่ใหญ่นัก และด้วยวัยที่ถือว่ายังเด็ก การเข้าปะทะกับบรรดาแนวรุกต่างชาติในทีมคู่ต่อสู้ จึงเป็นปัญหาสำหรับเขา นอกจากนี้เจ้าตัวยังยอมรับว่า เวลาฝึกซ้อมแล้วต้องเจอกับผู้เล่นร่างใหญ่อย่าง เจย์ซี จอห์น หรือ ดราแกน บอสโกวิช เขาไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของสองแข้งรายนี้ได้เลย

“เขาเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยม”

- มาโน โพลกิ้ง

รู้หรือไม่?

ในศึกโตโยต้า ลีก คัพ กับ ตาก ซิตี้ นอกจากจะเป็นการลงสนามนัดแรกของเขากับ แบงค็อก ยูไนเต็ด แล้ว ยังเป็นเกมที่ทำให้เขาโดนใบเหลืองครั้งแรกในระดับอาชีพอีกด้วยเนื่องจากเปลี่ยนตัวผิด จากช่วงชุลมุนที่ ศศลักษณ์ ไหประโคน โดนใบแดง พอดีกับที่มีการเปลี่ยนตัวให้เขาลงสนามแทน รณชัย รังสิโย ทว่า “ตาหวาน” กลับวิ่งลงไปก่อนด้วยความตื่นเต้น ทั้งที่อดีตหัวหอกทีมชาติไทยยังไม่ออกจากสนาม และเล่นไปนานกว่า 10 นาที ก่อนผู้ตัดสินจะเห็นและแจกใบเหลืองไปตามระเบียบ

จากปากคนใกล้ตัว

“เขาเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยม” มาโน โพลกิ้ง เฮดโค้ชของ “แข้งเทพ” พูดถึง ศรายุทธ

“ในส่วนของการเคลื่อนที่นั้น เขายังต้องพัฒนาขึ้นอีกเล็กน้อย แต่เขามีคุณสมบัติทุกอย่างที่ผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังจำเป็นต้องมีอยู่แล้ว”

โปรดติดตามตอนต่อไป…

ศรายุทธ สมพิมพ์ เพิ่งได้รับโอกาสลงเล่นบนลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2017 นัดเปิดฤดูกาล กับ ราชนาวี เอฟซี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน แม้จะถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย แต่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่  และมีค่าอย่างมากสำหรับแนวรับวัย 19 ปี รายนี้ และตัวเขาเองได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะฝึกฝีเท้ารวมถึงร่างกายให้แกร่งขึ้นเรื่อยๆ และจะทุ่มเทสุดชีวิตเมื่อได้รับโอกาส พร้อมช่วยทีมประสบความสำเร็จให้ได้ในฤดูกาลนี้