Interviews

ลูกนักกรีฑา/แฟนบอลหมอผี/โรคซึมเศร้า : เปิดใจ 'จานลุยจิ บุฟฟ่อน'

เขาคิดอย่างไรกับค่าตัวสถิติโลกในวันที่ย้ายมาอยู่กับยูเวนตุส? รับมือกับโรคซึมเศร้าอย่างไร? และเหตุใดถึงยอมไปเล่นในเซเรียบี? จิจี้ บุฟฟ่อน ขอชี้แจงด้วยตนเอง

We are part of The Trust Project What is it?

จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน เพิ่งประกาศว่าจะอำลา ยูเวนตุส หลังจบฤดูกาลนี้ หยุดเวลา 17 ปีที่มีกับทีมม้าลายไว้เบื้องหลัง

แม้จะเป็นอีกรายที่ยังไม่อาจคว้าถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้ แต่ความสำเร็จมากมาย รวมถึงสถิติการลงสนามกว่า 1,000 นัด คงไม่ผิดหากจะพูดว่า นี่คือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมา

โฟร์โฟร์ทู มีโอกาสได้คุยกับเขาเมื่อช่วงฤดูร้อนปี 2014 

จริงหรือไม่ที่คุณเริ่มเล่นฟุตบอลในตำแหน่งมิดฟิลด์? แล้วเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณถึงมาจบที่ผู้รักษาประตูเสียได้ล่ะ?

คำถามจาก ไรอัน สโตน (อีเมล)

ถูกต้องแล้ว ผมคิดว่าเด็กๆ ทุกคนเมื่อเริ่มเล่นฟุตบอลก็ต้องอยากทำประตูมากกว่าจะป้องกันประตู ถ้าถามว่าผมเคยเป็นกองหน้าด้วยหรือไม่ คำตอบก็คือใช่ ผมเคยเล่นเป็นกองหน้าอยู่พักหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่ามันก็สนุกดีนะ แต่ด้วยความบังเอิญทำให้ผมมาจบที่เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู และพ่อของผมก็ช่วยผลักดันให้ผมเป็นผู้รักษาประตูนะ หลังจากนั้นผมก็อยากจะเป็นเหมือนโทมัส เอ็นโคโน ผู้รักษาประตูของแคเมอรูนมากๆ ช่วงแรกๆ ที่เล่น ที่จริงตอนแรกผมก็ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่หรอกกับตำแหน่งนี้ แต่พอได้เห็นชายคนนี้เล่นกับทีมชาติในบอลโลกปี 1990 แล้ว ทำให้ผมเห็นว่าเอ็นโคโนเป็นสมาชิกคนสำคัญของทีมอย่างมาก

พ่อของคุณเคยได้ที่ 2 ในการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นเยาวชน ส่วนแม่ของคุณก็เป็นแชมป์กีฬาทุ่มน้ำหนัก เขาเคยสอนคุณขว้างลูกบอลบ้างหรือเปล่า?

คำถามจาก เบน ไดรเวอร์ (อีเมล)

พ่อของผม แม่ของผม พี่สาวของผม เป็นนักกีฬาทุกคน แต่ผิดแล้วล่ะ แม่ผมไม่ได้ทุ่มน้ำหนัก แต่แม่ผมขว้างจักรต่างหาก เธอเป็นเจ้าของสถิติในรายการนั้นด้วย ส่วนพ่อของผม เขาก็เป็นนักกรีฑาที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งเลยทีเดียว เรียกได้ว่าครอบครัวของเรามีสายเลือดนักกีฬาก็ได้ มันช่วยให้ผมเติบโตขึ้นด้วย เพราะบางครั้งมันทำให้ผมจริงจังกับการเล่นกีฬามากขึ้น อีกทั้งการที่มีครอบครัวคอยหนุนหลังคุณอยู่ มันเป็นอะไรที่ดีมากๆ

ใครคือฮีโร่ของคุณในวัยเด็ก แล้วคุณคิดว่าใครคือผู้รักษาประตูที่เก่งที่สุดในโลก?

คำถามจาก ฟิโอน่า เมคพีซ (อีเมล)

โอ้ ผมมีฮีโร่หลายคนเลย แต่ไม่มีใครเป็นพิเศษนะ ผมชอบเอ็นโคโน แล้วก็เพื่อนร่วมทีมของเขาอีกคนที่ชื่อ โรเจอร์ มิลลา ผมชอบดูแคเมอรูนแข่ง พวกเขาเปรียบเสมือนทีมอันดับสองในใจผมรองจากอิตาลี อีกอย่างคือผมชอบดูเทนนิสมาก ผมชอบทั้ง (อิวาน) เลนเดิล, (สเตฟาน)​ เอ็ดเบิร์ก และ (แพท) ราฟเตอร์

ได้ยินมาว่าคุณประเดิมสนามให้ปาร์มาในเกมที่เจอกับเอซี มิลาน ซึ่งมีทั้งเวอาห์, บาจโจ้ และซาวิเซวิช ผมเข้าใจถูกใช่ไหม? ในตอนนั้นคุณมีความมั่นใจ และสั่งการกองหลังเหมือนกับทุกวันนี้หรือไม่?

คำถามจาก มัสซิโม โรบินสัน (อีเมล)

มันเป็นวันที่ยอดเยี่ยม ผมได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมราวกับว่าฝันของผมเป็นจริงหลังจากที่พยายามมาเป็นปีๆ วันนั้นผมมีเกมที่ดี ผมไม่เสียประตูสักลูก (ผลเสมอ 0-0) ผมมีความมั่นใจ และรู้ว่าผมควรอยู่ตรงไหน ผมได้ตะโกนสั่งกองหลังหรือเปล่าน่ะหรอ? ผมคิดว่าใช่นะ ผมหวังว่าผมได้ทำแบบนั้นนะ เพราะผู้รักษาประตูทุกคนควรจะทำ

ในปี 2001 คุณย้ายไปยูเวนตุสด้วยค่าตัว 45 ล้านนยูโร ซึ่งเรียกได้ว่ามหาศาล มันส่งผลต่อคุณอย่างไรบ้างเมื่อคุณรู้ค่าตัวตัวเอง คุณจะพูดอย่างไรกับคนที่คิดว่าไม่มีผู้รักษาประตูคนไหนที่คุ้มค่ากับเงินมากมายขนาดนั้น

คำถามจาก ลีออน อดัมส์ (อีเมล)

มันทำให้ผมพอใจมากๆ เลย ผมไม่มีปัญหาอะไรกับมันเลยจริงๆ เพราะผมก็มองว่ากลไกตลาดซื้อขายมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ ถึงจะมีคนพูดว่าเป็นดีลระดับปรากฏการณ์ แต่นั่นเป็นเพราะพวกเขาไปมองที่มูลค่าเงินมากกว่าอย่างอื่น ไม่ได้มองว่ายูเวนตุสเห็นความเหนียวของผมแล้วถึงยอมทุ่มเงินขนาดนี้เพื่อซื้อตัวมา ถ้าหากพวกเขาซื้อตัวผมด้วยค่าตัวแค่ 5 ล้านแทนที่จะเป็น 45 ล้าน มันก็คงไม่เป็นข่าวใหญ่โตแบบนั้น แต่นั่นเป็นเพราะตลาดที่เป็นตัวกำหนดราคาของเราผู้รักษาประตูที่ดีก็เหมือนอวัยวะสำคัญของทีม แทบจะสำคัญพอๆ กับกองหน้าเลย และไม่เพียงแต่สำคัญ บางทียังแพงเหมือนกับกองหน้าอีกด้วย ถ้าถามผมว่าผมจะย้ายมายูเวนตุสไหม ถ้าพวกเขายอมจ่ายแค่ 5 ล้าน แน่นอนว่าผมจะย้ายมา แต่ผมไม่แน่ใจว่าปาร์มาจะแฮปปี้ด้วยหรือเปล่านะ

เมื่อ 10 ปีก่อน คุณเคยเป็นโรคซึมเศร้าอย่างนัก จนถึงขั้นที่คุณกลัวที่จะก้าวลงสนาม ใครรู้เรื่องนี้บ้าง แล้วทำไมคุณถึงไม่คิดจะพักการเล่นฟุตบอลไว้ก่อนล่ะ?

คำถามจาก เกรแฮม ดาวน์ลิ่ง (อีเมล)

ใครรู้บ้างหรอ? ผมเท่านั้นแหละที่รู้ ผมไม่ได้บอกกับใครเลยเพราะในช่วงแรกๆ ผมไม่ค่อยมีโอกาสจะพูดถึงมันเท่าไหร่นัก ผมไม่รู้ว่าผมสามารถพูดกับใครได้บ้าง แต่พอเวลาค่อยๆ ผ่านไป ผมเริ่มพูดถึงเรื่องนี้กับเพื่อนๆ, เพื่อนร่วมทีม รวมถึงคนที่สนิทกับผมมากๆ มันทำให้ผมเข้าใจว่าผมกำลังป่วย ซึ่งอาการของผมมันสามารถรักษาได้ สาเหตุที่ผมไม่พักการเล่นฟุตบอลเลยก็เพราะผมรู้สึกว่านี่คือความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงต่อเพื่อนร่วมทีมและคนที่คาดหวังในตัวผม ผมไม่อยากทำให้พวกเขารู้สึกแย่ นอกจากนั้นผมยังรู้สึกว่าผมยังไม่อยากพักการเล่นของตัวเองด้วย สำหรับตัวผมแล้วผมคิดว่าการหยุดเล่นมันดูเป็นวิธีที่ไม่สามารถยอมรับได้ มันดูไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ ในตอนนั้นผมยังมีเกมยุโรปที่จะต้องเล่นอีกด้วย (โฟร์โฟร์ทู : แล้วทัศนคติในเกมได้เปลี่ยนไปเพราะโรคซึมเศร้าหรือไม่?) ผมว่าใช่นะ มันทำให้ผมยอมไปหาจิตแพทย์ แต่ก็อย่างที่บอกล่ะว่าสำหรับผมแล้วการสนับสนุนของเพื่อนๆ รวมถึงเพื่อนร่วมทีมคือพลังที่สำคัญที่สุดสำหรับผม

คุณเศร้าขนาดไหนในตอนที่ยูเวนตุสมีข่าวพัวพันกับเรื่องอื้อฉาวจนถูกริบแชมป์ ซึ่งมันดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะช่วยผลักดันให้อิตาลีคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ คุณคิดว่าคุณจะยังชนะทัวร์นาเม้นต์ได้หรือไม่ถ้าหากมันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวนั้น?

คำถามจาก จอห์น เคอร์ริดจ์ (เคนท์)

ในการเล่นระดับอาชีพ ในฐานะนักฟุตบอลคนหนึ่ง การถูกริบเอาความสำเร็จที่ได้รับมาคืนเป็นเรื่องที่เจ็บปวด มันพรากความสำเร็จในอนาคตของผมไปไม่พอ ยังได้พรากความสำเร็จ 2 ครั้งก่นหน้าของผมไปด้วย (หัวเราะแบบขื่นๆ) แน่นอนว่าพวกเรากลายเป็นจุดสนใจทันทีเมื่อเดินทางไปเยอรมันเพื่อแข่งฟุตบอลโลก ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเรารู้ว่าเราต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อตอบโต้กระแสที่ผู้คนกำลังกล่าวถึง ในตอนนั้นเรามุ่งมั่นกันมากๆ แต่ผมก็ไม่เคยคิดนะว่าพวกเราจะไปถึงแชมป์กัน มันเลยทำให้ผมไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าทั้งสองอย่างมันเกี่ยวกันหรือไม่

การเซฟครั้งไหนที่คุณคิดว่าดีที่สุด ใช่การเซฟลูกยิงของซีดานด้วยมือเดียวในช่วงต่อเวลาพิเศษในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 2006 หรือไม่?

คำถามจาก โดมินิค ฮาว (ทวิตเตอร์)

ลูกเซฟที่ดีที่สุดนะหรอ? อืม… การเซฟลูกยิงของซีดาน? ผมคิดว่าใช่นะ มันคงจะเป็นเซฟที่สำคัญที่สุดในชีวิตผมแล้ว แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันคือการเซฟที่ดีที่สุดหรือเปล่า ไม่รู้สิ…แต่แน่นอนว่ามันคือการเซฟที่สำคัญที่สุด

มันเป็นเรื่องยากแค่ไหนในการตัดสินใจว่าจะอยู่กับทีมต่อหรือย้ายออกไปในวันที่ยูเวนตุสถูกปรับให้ตกชั้นสู่เซเรีย บี คุณคิดอย่างไรกับการที่ปาทริค วิเอร่า และซลาตัน อิบราฮิโมวิชย้ายออกไปจากทีม? แล้วคุณมีความสุขในการเล่นในลีกรองหรือไม่?

คำถามจาก โอลลี (ทวิตเตอร์)

(หัวเราะ) มันง่ายมากๆ เพราะพวกเขาใช้เงินจำนวนมากรั้งตัวผมไว้... ไม่หรอก ผมล้อเล่น แน่นอนว่ามันไม่ง่ายเลย การเล่นในเซเรีย บี ดูเป็นตัวเลือกที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก แต่มันคือการตัดสินใจครั้งหนึ่งที่ผมใช้หัวใจตัดสิน ผู้เล่นคนอื่นๆ ตัดสินใจแบบอื่น มันก็เป็นเรื่องของพวกเขา บางครั้งการที่ต้องเลือกอะไรบางอย่างในชีวิตก็เป็นเรื่องยาก มันอาจจะไม่ได้ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น แต่มันจะช่วยหล่อหลอมให้คุณเป็นคุณแบบทุกวันนี้ การเล่นในเซเรีย บี คือประสบการณ์ล้วนๆ แต่ผมก็ทั้งรู้สึกดีและไม่ดี ถ้าจะบอกว่าผมมีความสุขกับการเล่นในลีกนั้นก็คงจะไม่ถูกต้องนัก แต่ถ้าเรื่องประสบการณ์ละก็แน่นอน ฤดูกาลนั้นคือฤดูกาลแห่งประสบการณ์เลยทีเดียว