ล้วงลึก “เมาโร อิคาร์ดี้”: หัวหอกกัปตันฟันเมียเพื่อนค่ายงูใหญ่เป้าหมายปืน

กัปตันทีม “เนรัซซูรี” รายนี้ตกเป็นเป้าหมายของกุนซือหลายๆ คนทั้ง อาร์แซน เวงเกอร์ หรือ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ทว่าการที่เขามีปัญหามากมายนอกสนาม อาจจะทำให้ดีลนี้มีความเสี่ยงสูง  แต่อย่างไรก็ตาม อดัม ดิ๊กบี้ คอลัมนิสต์ของเราก็เชื่อว่าแข้งรายนี้ไม่ควรถูกมองข้ามเพราะเรื่องเหล่านั้นอยู่ดี… 

หากพูดถึงอิคาร์ดี้ ก็คงมี 2 เรื่องใหญ่ๆ ที่ต้องรู้ หนึ่งก็คือ เส้นทางลูกหนังของเขาไม่เหมือนนักบอลทั่วๆ ไป สองคือ เรื่องราวนอกสนามไม่ได้ทำให้สัญชาตญาณดาวยิงของเขาลดลง ซึ่งถ้าหากคุณสามารถยอมรับความจริง 2 ข้อนี้ได้ คุณก็จะเห็นความสามารถที่แท้จริงของกองหน้ารายนี้

แม้ว่าชื่อเสียงนอกสนามของกองหน้าอาเจนไตน์รายนี้จะไม่ค่อยดีนัก จนทำให้หลายๆ คนอาจจะตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของเขา ทว่าอย่าลืมว่ายามที่อยู่ในสนาม เขาคือชายที่ผลิตสกอร์ให้กับต้นสังกัดอินเตอร์ มิลานได้เป็นกอบเป็นกำ

แฟนบอลไม่ควรมองข้ามความเป็นเพชรฆาตของอิคาร์ดี้

ด้วยความสามารถอันยอดเยี่ยมของเขา มันก็ไม่ได้ช่วยให้คนอื่นๆ มองข้ามชีวิตนอกสนามของเขา หรือความผิดพลาดที่เขาได้ก่อเอาไว้ได้ แต่อย่าลืมว่าสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้มาขัดขวางพัฒนาการของเขา ซึ่งถ้าหากว่าอิคาร์ดี้จะย้ายทีมจริงๆ เราค่อยมาพิจารณากันถึงเรื่องนั้นกันก็ได้ แต่จนถึง ณ เวลานี้ เขาก็ยังคงเป็นผู้เล่นของอินเตอร์ มิลานอยู่

ยุคมืดในบาร์เซโลนา

หลายๆ คนอาจจะตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของเขา ทว่าอย่าลืมว่ายามที่อยู่ในสนาม เขาคือชายที่ผลิตสกอร์ให้กับต้นสังกัดอินเตอร์ มิลานได้เป็นกอบเป็นกำ

กองหน้ารายนี้เกิดเมื่อปี 1993 ที่เมืองโรซาริโอ ประเทศ อาร์เจนตินา โดยในตอนที่เขาอายุ 6 ขวบ ครอบครัวของเขาก็ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปยังเกาะคานารี่ ประเทศสเปน เพื่อหนีปัญหาสภาพการเงินที่ไม่ค่อยดีนักในบ้านเกิด หลังจากนั้นอีก 3 ปี เขาก็ได้เข้าร่วมทีมเยาวชนของสโมสร อูนิโอน เดปอร์ติบา เบซินดาริโอ และทำไปทั้งสิ้น 384 ประตู ตลอด 6 ฤดูกาล...ใช่แล้ว เราไม่ได้พิมพ์ผิด 384 ประตู ทำให้มันจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักที่บาร์เซโลนารีบดึงตัวเขาไปร่วมทีมตั้งแต่อายุได้ 14 ปี

กองหน้าชาวอาร์เจนติน่ารายนี้ค่อยๆ ฝึกปรือฝีเท้าตัวเองอยู่ที่ลา มาเซีย  1 ในอะเคดามี่ที่ดีที่สุดในโลก ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะค้นพบว่าสนามคัมป์ นู ไม่มีที่ว่างสำหรับเขา…

กุนซือในเวลานั้นอย่าง เป็ป กวาร์ดิโอล่า คือผู้ปฏิวัติฟุตบอลของบาร์ซ่าให้เป็นแบบสมัยใหม่ ทว่าด้วยการที่มีทั้ง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อยู่ในทีม หรือแม้กระทั่ง ดาบิด บีญ่า ทำให้อิคาร์ดี้ไม่เคยได้รับโอกาสในการลงเล่นเลย

“คุณไม่มีทางเข้าใจเขาเหมือนที่ผมเข้าใจ”

3 ปีให้หลังจากที่ย้ายมาเข้าโรงเรียนลา มาเซีย อิคาร์ดี้ในวัย 17 ปี ก็ตัดสินใจเขียนใบลาออก และย้ายไปร่วมทัพซามพ์โดเรียในอิตาลีด้วยค่าตัวราว 400,000 ยูโร ซึ่งการย้ายถิ่นครั้งนั้น มันทำให้ชีวิตของเขาไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย

ทั้งดีและร้าย

ให้อิคาร์ดี้เริ่มโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนกวาร์ดิโอล่าต้องเสียดาย

หลังจากที่ย้ายไปอิตาลี เขาก็ได้พบกับ มักซี่ โลเปซ และ วานด้า นาร่า ภรรยาของโลเปซ ที่ย้ายมาร่วมทัพลาซามพ์หลังจากอิคาร์ดี้ 18 เดือน โดยโลเปซนั้นแก่กว่าอิคาร์ดี้ถึง 9 ปี แต่ทว่ามันก็ไม่สำคัญสำหรับอิคาร์ดี้ เพราะในตอนนั้น เจ้าตัวออกอาการเหงาหลังจากที่เป็นชาว อาร์เจนไตน์คนเดียวในทีม

เนื่องจากทั้งอิคาร์ดี้และโลเปซต่างก็เป็นกองหน้าเหมือนกัน อีกทั้งยังผ่านการดองเค็มจากบาร์เซโลน่ามาด้วย มันทำให้ทั้งคู่ค่อนข้างมีอะไรที่คล้ายๆ กันหลายอย่าง และเข้าอกเข้าใจกันระดับหนึ่ง โลเปซใช้ประสบการณ์ 2 ปีในดินแดนมะกะโรนีของเขากับมิลานและคาตาเนีย ช่วยให้แข้งรุ่นน้องปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอิตาลีได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งชีวิตนอกสนาม เขายังเชิญชวนให้อิคาร์ดี้มาแชร์ที่พักกับเขาและภรรยาด้วย ด้วยเหตุนี้ ทำให้อิคาร์ดี้เริ่มโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนกวาร์ดิโอล่าแทบจะเสียดาย

วิธีเดียวที่จะหยุดเขาได้คือการตัดฟาวล์

อิคาร์ดี้คือส่วนผสมของกองหน้าที่มีความเร็ว มีรูปร่างที่แข็งแกร่ง และมีความขยัน มันทำให้เขาเริ่มฉายแววเป็นยอดกองหน้าตามสไตล์ฟุตบอลสมัยใหม่ โดยหลังจากที่ได้โอกาสประเดิมสนามในฐานะนักฟุตบอลอาชีพไปในเดือนพฤษภาคม เขาก็เริ่มทำประตูได้เรื่อยๆ จนทำให้ฤดูกาลแรกเต็มๆ ของเจ้าตัวกับซามพ์โดเรีย เขาทำไปทั้งสิ้น 10 ประตู ซึ่ง 6 จาก 10 ประตูนั้นมาจากการยิง 2 ลูกใส่ยูเวนตุส และ 4 ลูกใส่เปสคาร่า

ด้วยเหตุนี้มันทำให้อินเตอร์ มิลาน มหาอำนาจในวงการลูกหนังอิตาลียอมทุ่มเงินจำนวน 11.7 ล้านยูโร เพื่อดึงตัวเขาไปร่วมทีมในช่วงฤดูร้อน 2013 โดยหลังจากนั้น เขาก็สร้างชื่อให้กับตัวเองอีกครั้งหลังจากยิงประตูแรกในสีเสื้อ “งูใหญ่” ได้ในเกมกับยูเวนตุส เรียกได้ว่าเขาเปรียบเสมือนของแสลงของทีมม้าลายยังไงยังงั้น

เหตุการณ์ชู้สาว

ทว่าอีกไม่กี่อาทิตย์หลังจากนั้น บรรดาสื่อแดนมะกะโรนีก็เริ่มตีข่าวว่า กองหน้าวัย 20 ปีรายนี้แอบกุ๊กกิ๊กกับ วานด้า นาร่า ภรรยาของโลเปซ ซึ่งเวลาต่อมา อิคาร์ดี้ก็ยอมมายอมรับว่าข่าวลือนั้นเป็นความจริง อีกทั้งเวลาต่อมา นางแบบรายนี้ก็ออกมายอมรับว่า “ฉันกับสามีมีเซ็กส์กันครั้งล่าสุดคือเมื่อ 3 เดือนก่อน โลเปซเขาละเลยฉันมาโดยตลอด แม้ว่าฉันอาจจะดูมีชีวิตที่หรูหรา สะดวกสบาย แต่รู้มั้ยละว่าจริงๆ แล้วฉันต้องทนทุกข์มานานแค่ไหน” หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เลิกกัน และนาร่าก็ไปแต่งงานกับกองหน้าพลังหนุ่มรายนี้ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ซ่อนความเจ็บปวด

ทว่าเรื่องราวรักสามเศร้าไม่จบแค่นั้น เมื่อนาร่าออกมาเผยอีกว่า โลเปซเป็นฝ่ายที่นอกใจเธอก่อน ซึ่งหลังจากนั้นกองหน้ารุ่นพี่รายนี้ก็ขอร้องทางสกายสปอร์ตไม่ให้เผยภาพลูกทั้ง 3 คนของเขาซึ่งอาศัยอยู่กับอิคาร์ดี้ อย่างไรก็ตาม อิคาร์ดี้ก็แสบไม่ใช่น้อย เมื่อจัดการทวีตว่า “ใช่คนนี้หรือป่าวที่นายไม่ได้เจอมาอาทิตย์กว่าแล้ว?” ตามด้วยการโพสต์รูปลูกชายของโลเปซรัวๆ แถม 1 ในนั้นคือรูปที่เขากอดกับเด็กๆ จนหลับไปด้วย

การพบกันของอินเตอร์ มิลานและซามพ์โดเรียครั้งถัดมา ถูกเรียกว่า ศึก “แวนด้าดาร์บี้” ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูจะขาดสะบั้นไปเสียแล้วเพราะพวกเขาปฏิเสธที่จะไม่จับมือกัน โดยในวันนั้น อิคาร์ดี้ทำได้ 2 ประตู พร้อมกับแสดงความดีใจด้วยการวิ่งไปแสดงความดีใจที่แสตนเชียร์ของทีมลาซามพ์พร้อมกับทำมือเหมือนเชื้อเชิญให้แฟนตะโกนต่อว่า ขณะเดียวกันกองหน้าคู่อริอย่างโลเปซกลับพลาดจุดโทษไปดื้อๆ “ผมไม่สนใจว่าคนอื่นจะพูดยังไง” อิคาร์ดี้กล่าว “ผมลงไปในสนาม และทำหน้าที่ของผม ถ้าพวกเขาอยากจะพูดอะไร หรือจะโห่ผม ก็เอาเลย เพราะเสียงเหล่านั้นมันก็แค่เข้าหูซ้ายแล้วทะลุออกหูขวาของผม ผมไม่สนใจหรอก ซึ่งนี่แหละคือจุดแข็งของผม”

“ขอโทษที ผมไม่ใส่ใจคำพูดพวกคุณหรอก”

ดูเหมือนว่าอิคาร์ดี้จะผ่านเหตุการณ์นี้มาได้อย่างแข็งแกร่ง สวนทางกับโลเปซที่ไม่ยอมจับมือกับกองหน้ารุ่นน้อง อีกทั้งในการพบกันครั้งต่อไป เจ้าตัวก็ไปจับเป้าของอิคาร์ดี้แทนอีกด้วย อย่างไรก็ตาม อิคาร์ดี้ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเขาก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปจนถึงทุกวันนี้ ที่เขาทำไปแล้ว 47 ประตูจากการลงสนาม 88 นัดในลีกกับอินเตอร์ มิลาน

เอเย่นต์ตัวแสบ

อิคาร์ดี้ทำได้ถึง 22 ประตูในฤดูกาลที่สองในถิ่นจูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า ซึ่งมันทำให้เขาได้รางวัลดาวซัลโวประจำฤดูกาลนั้นทันที ต่อมาในช่วงฤดูกาลร้อน เจ้าตัวก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมแบบงงๆ นอกจากนั้นเขารายนี้ยังไล่เอเย่นต์ของตัวเองออก เพื่อที่จะเปิดทางให้ภรรยาของตัวเองมาทำหน้าที่นี้แทนด้วย

ถ้าพวกเขาอยากจะพูดอะไร หรือจะโห่ผม ก็เอาเลย เพราะเสียงเหล่านั้นมันก็แค่เข้าหูซ้ายแล้วทะลุออกหูขวาของผม ผมไม่สนใจหรอก ซึ่งนี่แหละคือจุดแข็งของผม

- Mauro Icardi

ฤดูกาล 2015/16 ก็ยังเป็นฤดูกาลที่เจ้าตัวทำได้ดีหลังจากกดไป 16 ลูกในลีกแม้ว่าจะมีโอกาสยิงเพียง 1.7 ครั้งต่อเกม แถมมีนักเตะเพียง 3 คนเท่านั้นที่ยิงมากกว่าเขา ขณะที่ มีนักเตะ 42 คนที่มีโอกาสยิงมากกว่า อย่างไรก็ตามในช่วงกลางฤดูกาล เจ้าตัวก็บอกกับนักข่าวว่า “ในช่วง 10 นัดแรก ผมมีโอกาสจบสกอร์แค่ 4 ครั้ง แต่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ถึง 3 ครั้ง ผมคิดว่ามันเป็นตัวเลขที่ใช้ได้เลยนะ” ทว่าด้วยคำพูดนี้ มันทำให้เขาถูก โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือชื่อดังของทีมดร็อปไปอยู่บนม้านั่งสำรอง ทว่าหลังจากที่อิคาร์ดี้ได้รับโอกาสอีก เขาก็มาทำ 4 ประตูใน 3 นัดอีก เรียกได้ว่าคงไม่มีใครห้ามไม่ให้เขาทำประตูได้

ฤดูร้อนเดินทางมาถึงพร้อมกับปัญหาเช่นเดียวกับนักเตะคนอื่นๆ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะเอเย่นต์/นางแบบ/ภรรยา ก็ทิ้งบอมบ์ในทวิตเตอร์ว่า สามีสุดที่รักของเธอต้องการอยู่กับทีมต่อ แต่อินเตอร์จำเป็นต้องขายเขาออกไป ซึ่งหลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ ปิเอโร่ ออซิลิโอ ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรก็ออกมาปฏิเสธทันที

นาร่าคงไม่ยอมรับง่ายๆ และตอบโต้ด้วยการให้สัมภาษณ์ว่า อินเตอร์ต้องการขายกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์รายนี้ออกไป “เมาโรเสียใจอย่างมากที่ต้องย้ายออกจากทีมไป เนื่องจากพวกเขากำลังมีปัญหาทางการเงิน ทำให้เขาไม่สามารถเก็บตัวเราไว้ได้”

นอกจากนั้นเธอยังกล่าวอีกว่า “เราไม่มีค่าฉีกสัญญา ดังนั้นเราหวังว่าอินเตอร์จะไม่ตั้งราคาค่าตัวเขาไว้สูงจนเกินไป” ซึ่งตรงนี้เองที่อาร์เซนอลกระโดดเข้ามาร่วมวงด้วย

“มันตลกสิ้นดี” ออซิลิโอกล่าวอย่างสุภาพ “พูดกันตามตรง อิคาร์ดี้เพิ่งจะต่อสัญญากับเราไปเมื่อปีก่อน เราให้ปลอกแขนกัปตันกับเขา ดังนั้นเราไม่มีทางขายเขาหรอก” นาร่าตอบโต้อีกครั้งด้วยการให้สัมภาษณ์ว่า อิคาร์ดี้ไม่พอใจอินเตอร์และสัญญาของเขา ซึ่งสัญญาฉบับนั้นคือฉบับที่เธอเป็นคนเจรจากับยอดทีมของอิตาลีเอง

อนาคตต่อไป

เขาทำไปแล้ว 47 ประตูจากการลงสนาม 88 นัดในลีกกับอินเตอร์ มิลาน

ตอนนี้ดูเหมือนว่าหลายๆ ทีมจะติดภาพปัญหานอกสนามของเจ้าตัวจนมองข้ามเรื่องฝีเท้าไปแล้ว อีกทั้งเขายังแทบไม่ได้เป็นคนตัดสินใจใดๆ เองเลยด้วยซ้ำ เพราะเอเย่นต์ภรรยาเป็นคนจัดการทั้งหมด ดังนั้นตอนนี้มันอาจจะถึงเวลาที่เขาต้องเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างแล้ว

หลังจากบริษัทซันนิ่ง กรุ๊ปเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร พวกเขาก็ให้สัญญาว่าจะอัดฉีดเงินก้อนโตเข้ามาเสริมทีม ซึ่งแน่นอนว่าคงจะเข้าทางคู่สามีภรรยาอิคาร์ดี้แน่นอน อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้มีอาร์เซนอล และ แอตเลติโก มาดริดที่ดูจะสนใจใช้บริการแข้งรายนี้ ซึ่งไม่ว่าใครจะได้ตัวไป พวกเขาจะได้กองหน้าจอมถล่มประตูที่สามารถช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ไปร่วมทีมอย่างแน่นอน

เวงเกอร์ต้องการกองหน้าที่ถล่มประตูได้

อย่างไรก็ตามมันค่อนข้างยากที่จะมองภาพรวมของสถานการณ์ตอนนี้ เพราะนาร่าดูจะพยายามเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับธุระส่วนตัวออกสู่สาธารณชนโดยตลอด แต่ไม่ว่าจะยังไง อย่าลืมว่ากองหน้าวัย 23 ปีรายนี้แสดงให้เห็นมาตลอดว่าเรื่องฉาวนอกสนามของเขาไม่สามารถกระทบต่อฟอร์มการเล่นของเขาได้เลย