มาเร็วเคลมเร็ว : ว่าด้วยเรื่องการรับสินบนของ "บิ๊กแซม"

เป็นที่ทราบโดยทั่วกันแล้วว่าสถานะนายใหญ่ทีมชาติอังกฤษของ แซม อัลลาร์ไดซ์ กลายเป็นเพียงอดีตไปแล้ว หลังจากเจ้าตัวเจอข่าวฉาวเล่นงานจนต้องอำลาตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ล่าสุด แกรี พาร์คินสัน คอลัมนิสต์ผู้เคยสัมภาษณ์ “บิ๊กแซม” มานับครั้งไม่ถ้วน จึงวิเคราะห์สาเหตุออกมาดังนี้…

เริ่มได้ไม่ทันไรก็ต้องจบลงเสียแล้วสำหรับหน้าที่ของ แซม อัลลาร์ไดซ์ หลังเจ้าตัวเพิ่งมีโอกาสยืนคุมทัพสิงโตคำรามอยู่ข้างสนามแค่นัดเดียวเท่านั้น พร้อมนำลูกทีมเก็บชัยชนะแบบไม่เสียประตูอีกต่างหากแม้ว่าจะหืดจับสักเล็กน้อยก็ตาม

บิ๊กแซมยังไม่มีโอกาสคุมทีมลงเล่นในสนามเวมบลีย์ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองเลยด้วยซ้ำ แต่เขามีอันต้องโบกมือลาทีมอย่างกะทันหันพร้อมสถิติชนะ 100% หลังจากเขาไปปรากฎตัวในคลิปวีดีโอขณะกำลังเรียกเงินใต้โต๊ะจากนักธุรกิจที่พยายามพานักเตะเข้ามาค้าแข้งในอังกฤษโดยหลักเลี่ยงกฎของเอฟเอ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นนักข่าวจาก The Telegraph ปลอมตัวมาเพื่อเปิดโปงเรื่องนี้ โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่เขาจะนำทีมชาติอังกฤษเอาชนะทีมชาติสโลวาเกียเสียอีก

It was the sort of easily avoidable error Allardyce would deplore in his players

ความผิดพลาดของอัลลาร์ไดซ์ดูเป็นเรื่องโง่เขลามาก มันสะท้อนให้เห็นว่ายังมีเรื่องราวสกปรกอยู่ด้านหลังประตูห้องแต่งตัวอีกมากที่แฟนบอลทั่วไปไม่รู้ ทว่าเรื่องราวเหล่านี้ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นเลย เพราะ สเวน โกรัน อิริคส์สัน อดีตกุนซือทีมชาติทรีไลอ้อนส์เคยถูกนักข่าวปลอมเป็นเจ้าชายอาหรับมาหลอกสัมภาษณ์เช่นกัน จนสุดท้ายเขาต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังจบบอลโลกปี 2006

อย่างไรก็ตาม กรณีของบิ๊กแซมนั้นต้องจากทีมไปเร็วกว่า เพราะเขายังไม่ทันได้สร้างผลงานเหมือนกับอิริคส์สัน แถมความผิดของเขายังค่อนข้างรุนแรงที่อาศัยช่องโหว่ของกฎสมาคมฟุตบอล(อีกนัยก็คือนายจ้างของเขา)หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง

"...has now left the building"

ปราศจากเรื่องเงิน

ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่ข่าวฉาวครั้งแรกของอัลลาร์ไดซ์ เพราะในปีเดียวกันกับที่อิริคส์สันโดนนักข่าวปลอมตัวเป็นเจ้าชายอาหรับหลอกนั้น บิ๊กแซมเองก็ถูกสื่อในอังกฤษแฉว่ารับเงินสินบนจากการซื้อขายนักเตะเช่นกัน แต่เจ้าตัวรีบออกมาปฏิเสธทันทีและตำรวจก็ไม่พบหลักฐานเอาผิดแต่อย่างใด

นักธุรกิจพยายามถามบิ๊กแซมถึงปัญหาของผู้จัดการทีมที่รับเงินสินบนด้วยว่ามีมากน้อยแค่ไหน แต่แทนที่เขาจะตอบแบบตรงไปตรงมาตามสไตล์ของกุนซือช่างพูด เขากลับเฉไฉและพยายามหลีกเลี่ยงคำตอบนั้น

ในคลิปฉาวที่หลุดออกมาในครั้งนี้นักข่าวที่ปลอมตัวเป็นนักธุรกิจพยายามถามบิ๊กแซมถึงปัญหาของผู้จัดการทีมที่รับเงินสินบนด้วยว่ามีมากน้อยแค่ไหน แต่แทนที่เขาจะตอบแบบตรงไปตรงมาตามสไตล์ของกุนซือช่างพูด เขากลับเฉไฉและพยายามหลีกเลี่ยงคำตอบนั้น “ไม่ๆ อย่าพูดถึงเรื่องนี้ ผมจะทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่คุณพูดนะ ปัดโธ่! คุณพูดเรื่องอะไรของคุณเนี่ย?” คลิปวิดิโอเผยคำพูดของอัลลาร์ไดซ์

อย่างไรก็ตาม ความผิดสำคัญของบิ๊กแซมในคลิปฉาวนี้คือ เขาดันไปบอกกับนักธุรกิจตัวปลอมว่า กฎของสมาคมฟุตบอลอังกฤษที่ห้ามบุคคลที่ 3 เป็นเจ้าของนักเตะนั้น “ไม่ใช่อุปสรรค” เพราะเขามีลู่ทางหลีกเลี่ยงอยู่ แถมยังเรียกเงินใต้โต๊ะเป็นการแลกเปลี่ยนอีก ทำให้ผลลัพธ์ที่ตามมาเป็นอย่างที่เห็นกัน

ความจริงแล้วเขาเองก็มีรายรับมากมายจากเงินโฆษณาสินค้าหลายชิ้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกา, เสื้อผ้า, โรงแรม และ อีกหลายอย่าง

เรื่องนี้ทำลายอนาคตคุมทีมชาติของเขาทันที แฟนบอลพากันหันหลังให้เขาเพราะรับไม่ได้กับเรื่องเรียกร้องเงินจากคนอื่น เพราะความจริงแล้วเขาเองก็มีรายรับมากมายจากเงินโฆษณาสินค้าหลายชิ้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกา, เสื้อผ้า, โรงแรม และ อีกหลายอย่าง

ดอน เรวีย์ อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษเป็นอีกหนึ่งคนที่แฟนบอลอังกฤษไม่ค่อยชอบนัก เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยเบี้ยวไม่มาคุมทีมที่ข้างสนาม โดยให้เหตุผลว่าไปซุ่มดูฟอร์มคู่แข่ง แต่ความจริงแล้วเขากลับไปเจรจารับงานคุมทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สุดท้ายเรวีย์ต้องประกาศการลาออกจากตำแหน่งด้วยการขายข่าวของตัวเองให้กับสื่อ ขณะที่ ไบรอัน ร็อบสันตำนานแข้งทีมสิงโตคำรามก็ไม่น้อยหน้า เพราะเคยดอดไปเจรจากับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน ก่อนศึกฟุตบอลโลก 1990 ที่อิตาลี จะเริ่มขึ้นเช่นกัน

ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษไม่ได้มีกุนซือที่เห็นแก่เงินเพียงเท่านั้น เพราะ โทนี เวเนเบิ้ล เคยมีข่าวฉาวเกี่ยวกับธุรกิจนอกสนาม ส่วน สเวน โกรัน อิริคส์สัน ก็ไม่เคยได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจอีกเลยหลังจากเกิดเรื่อง ดังนั้นเขาที่จะเข้ามานั่งนายใหญ่ทีมสิงโตคำรามนั้นจำเป็นต้องมองข้ามเรื่องเงินให้ได้

เงิน vs ความเคารพนับถือ

เรื่องที่น่าเศร้าที่สุดของบิ๊กแซมคือ เงิน 400,000 ปอนด์ ที่เรียกร้องจากนักข่าวที่ปลอมตัวมานั้นเป็นเงินจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับชีวิตของเขา อัลลาร์ไดซ์มีบ้านที่แทบจะหรูหราที่สุดในเมืองโบลตัน เมืองที่เขาใช้ชีวิตอยู่เป็นส่วนใหญ่ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา แถมยังได้เงินค่าจ้างจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษปีละ 3 ล้านปอนด์ ซึ่งแทบจะซื้อเบียร์เลี้ยงคนทั้งเมืองได้เลย

เขาอาจคิดว่าตัวเองเป็นชนชั้นกลางที่โดนดูถูกดูแคลน มันทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่ได้รับความเท่าเทียม ดังนั้นเขาจึงดูมีความสุขมากกับการนั่งตำแหน่งกุนซือทีมชาติซึ่งเห็นได้จากในคลิป

จริงๆแล้วอัลลาร์ไดซ์อาจไม่ได้ต้องการข้าวของเครื่องใช้หรูหรา ทว่าสิ่งที่เขาต้องการนั้นคือ“ความเคารพนับถือ”จากคนรอบข้าง เขาอาจคิดว่าตัวเองเป็นชนชั้นกลางที่โดนดูถูกดูแคลน มันทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่ได้รับความเท่าเทียม ดังนั้นเขาจึงดูมีความสุขมากกับการนั่งตำแหน่งกุนซือทีมชาติซึ่งเห็นได้จากในคลิป เพราะบิ๊กแซมยกตัวเองเป็น “ผู้มีอำนาจ” ในการกระทำเรื่องดังกล่าว

ตำแหน่งกุนซือทีมชาติอังกฤษนั้นดูเหมาะสมกับอัลลาร์ไดซ์ไม่น้อย เพราะเขาคือคนที่ชอบพูดคุย ชอบตกเป็นเป้าสนใจของผู้คน และ ทำให้คนอื่นรู้สึกประทับใจ ซึ่งตรงจุดนี้เรารู้จากการผ่านการสัมภาษณ์กับเขามานับครั้งไม่ถ้วน เวลาที่เราคุยกับชายคนนี้ บทสนทนาของเราไม่เคยขาดตอนและไม่เคยเงียบ ดังนั้นมันจึงดูเหมือนว่า จุดเด่นของเขาจะเป็นเครื่องทำลายตัวเขาเอง การที่เขาช่างพูดกลับกลายเป็นหลักฐานมัดตัวเขาจนสูญเสียทุกอย่างไป

ดีใจสุดๆ

แกเร็ธ เซาท์เกต กุนซือทีมสิงโตชุดเล็กได้เลื่อนขั้นขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่ชั่วคราว แต่โอกาสในการจับงานนี้ถาวรของเขานั้นค่อนข้างน้อย

การอำลาตำแหน่งของอัลลาร์ไดซ์เปิดทางให้ แกเร็ธ เซาท์เกต กุนซือทีมสิงโตชุดเล็กได้เลื่อนขั้นขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่ชั่วคราว แต่โอกาสในการจับงานนี้ถาวรของเขานั้นค่อนข้างน้อย แม้มีเสียงสนับสนุนอยู่บ้าง เพราะตัวเลือกอื่นอย่าง สตีฟ บรูซ และ อลัน พาร์ดิว ดูมีภาษีดีกว่า

ในขณะที่สมาคมฟุตบอลอังกฤษกำลังชั่งใจว่า จะจ้างกุนซือชาวอังกฤษ หรือ กุนซือระดับท็อปชาวต่างชาติเข้ามาทำทีม และยังต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับกฎที่กำลังเป็นประเด็นอยู่นี้ เพราะมันยังมีช่องโหว่อยู่ ซึ่งหากพวกเขาขุดคุ้ยเรื่องนี้ให้ลึกลงไปอีก บางทีอาจจะพบหลักฐานเพิ่มเติมสำหรับใช้การเอาผิดอดีตลูกจ้างของพวกเขาก็เป็นได้

ความผิดของ แซม อัลลาร์ไดซ์ ในตอนนี้นั้นมีแค่คำพูดที่บอกว่า “การที่บุคคลที่ 3 จะเป็นเจ้าของนักเตะนั้นไม่ใช่ปัญหา” ดังกรณีของ เอนแนร์ วาเลนเซีย ตัวรุกของเวสต์แฮมที่เขาอ้างถึง  ดังนั้นโทษของเขาจึงไม่น่าหนักเท่ากับโทษของเรวีย์ที่โดนแบนห้ามยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลนานถึง 10 ปี

ยิ่งกว่านั้น เรายังเชื่อว่า อัลลาร์ไดซ์อาจจะกลับมาโลดแล่นอยู่ในวงการฟุตบอลแดนผู้ดีอีกครั้งในอนาคตอันใกล้ เพราะเขาคือคนที่พา โบลตัน วันเดอร์เรอร์ สโมสรจากลีกวันไปเล่นฟุตบอลยุโรปมาแล้ว  ส่วน แบล็คเบิร์น และ นิวคาสเซิล ต่างต้องกระเด็นตกชั้นหลังจากที่เขาอำลาตำแหน่ง เช่นเดียวกับซันเดอร์แลนด์และเวสต์แฮมที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมตกไปอยู่ท้ายตารางในปัจจุบัน

ตอนนี้บิ๊กแซมอาจถูกเล่นงานอย่างหนักจากฝ่ายที่ไม่ชอบเขา ทว่ามันคงไม่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกผิดอะไรมากนักหรอก ตอนนี้ประตูสู่ชนชั้นสูงสำหรับเขาอาจถูกปิดลงเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าเขาคงหัวเสียกับเรื่องนี้ไม่น้อย แต่การแสดงความโกรธอย่างเปิดเผยคงไม่ส่งผลดีต่อเจ้าตัวแน่ ดังนั้นการยอมถอยออกไปและเก็บตัวอย่างเงียบๆสักระยะหนึ่งน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด