มาห์เรซระวังไว้ : 5 แข้งดื้อดันขอย้ายทีม...สุดท้ายล้มเหลวไม่เป็นท่า

โรเบิร์ต โอคอนเนอร์ คอลัมนิสต์ของเราได้รวบรวมนักเตะชื่อดัง 5 รายที่ดื้อดันย้ายทีมแต่สุดท้ายเมื่อได้ย้ายสมใจกลับต้องล้มเหลวไม่เป็นท่า

นิโคลาส์ อเนลก้า (อาร์เซนอล ไป เรอัล มาดริด 1999)

ในสมัยเป็นดาวรุ่ง นิโคลาส์ อเนลก้า ไม่รู้ตัวว่าต้องการอะไรจากชีวิต ช่วงเวลาที่สร้างชื่อกับอาร์เซนอล เขาก้าวจากนักเตะธรรมดาเป็นสุดยอดกองหน้าในยุคนั้น ด้วยพละกำลัง ความเร็วและความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย แต่หลังจากนั้นพฤติกรรมเกเรของเขาก็เริ่มออกลาย เป็นเหตุให้สโมสรต้องล็อกเป้า เธียร์รี อองรี เพื่อมาเป็นตัวแทน

หลังจบฤดูกาล 1999 อเนลก้า เริ่มทำตัวมีปัญหาเรียกร้องอยากจะย้ายไปทีมไปเรอัล มาดริด ถึงขนาดบอกว่า เขาขอเป็นช่างซ่อมทีวีดีกว่ากลับไปอยู่กับอาร์เซนอล ก่อนจะได้ย้ายไปสเปนสมใจ แต่ฤดูกาลแรกและฤดูกาลเดียวบนแผ่นดินสเปนก็ต้องพบกับความล้มเหลวยิงไปแค่ 7 ประตูในทุกรายการ ก่อนจะถูก ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง เซ๊งตัวกลับไปใช้งานในแดนน้ำหอม

ขณะที่ อาร์เซนอลได้ตัว อองรี มาเสริมทัพ ซึ่งกองหน้าตำนานปืนใหญ่รายนี้ก็ตอบแทนด้วยการยิงประตูเป็นกอบเป็นกำ กระทั่งก้าวขึ้นเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร รวมถึงฤดูกาลมหัศจรรย์ซึ่ง ติตี้ ยิง 30 ประตูในซีซั่น 2003-04 พาทีมคว้าแชมป์แบบไร้พ่าย ขณะที่ อเนลก้า กลับมาอยู่อังกฤษอีกครั้งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้เพียงมองความสำเร็จของอดีตต้นสังกัด เนื่องจาก เรือใบสีฟ้าต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น ก่อนจบฤดูกาลที่อันดับ 16

นิโคลาส์ อเนลก้า ทำประตูใน ลา ลีก้า ให้ เรอัล มาดริด ได้เพียง 2 ลูกเท่านั้น

ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้ (เวสต์บรอมฯ ไป คาร์ดิฟฟ์ 2014)

ศูนย์หน้าชาวไนจีเรียโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงกับการมาล่าตาข่ายให้เดอะ แบ็กกีส์ โดยเฉพาะฤดูกาลแรกในอังกฤษปี 2010-2012 ซัดไปถึง15 ประตูจาก 32 นัดในพรีเมียร์ลีก นอกจากนี้เขายังได้ใจจากแฟนบอลเวสต์บรอมฯ ไปเต็มๆ เมื่อมีข่าวว่ายูเวนตุสแสดงความสนใจดึงตัวไปร่วมทีมเดือนเมษายน 2011 แต่ โอเด็มวิงกี้ ยืนยันชัดเจนว่า ความตั้งใจของเขาคือการเล่นในอังกฤษ และอยู่กับทีมตราบที่ทีมไม่ตกชั้น

แต่อีก 3 ปีถัดมา โอเด็มวิงกี้ ยอมบึ่งรถจากเบอร์มิงแฮม มายังกรุงลอนดอน หวังจะเซ็นสัญญากับควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ ให้ทันก่อนถึงเดดไลน์ตลาดซื้อขายนักเตะ แต่สุดท้ายการเจรจาล่มไม่เป็นท่า เจ้าตัวต้องอยู่กับ เวสต์บรอมฯต่อไป ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ คาร์ดิฟฟ์ ในฤดูกาล 2013-14 และยิงได้แค่ประตูเดียวจากการลงเล่น 15 นัดกระทั่งย้ายมาอยู่กับ สโต๊ค ซิตี้ ซึ่งเมื่อย้อนดูเรื่องราวในอดีตช่างห่างไกลเหลือเกินระหว่าง การได้ค้าแข้งในตูรินกับยูเวนตุส เทียบกับ สโต๊ค ซิตี้ ในปัจจุบัน

ดาร์เรน เบนท์ (ซันเดอร์แลนด์ ไป แอสตัน วิลลา 2011)

ดาร์เรน เบนท์ เริ่มรู้กสึกว่าอาจไม่เป็นที่ต้องการของซันเดอร์แลนด์ หลังจากได้เห็น อซาโมอาห์ กียาน ศูนย์หน้ากานายิงประตูนาที 93 ช่วยให้ ซันเดอร์แลนด์ เสมอกับคู่ปรับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เกมที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ซึ่งทั้งคู่เสมอกันไปแบบสุดมัน 1-1 เมื่อเดือนมกราคมปี 2011 แต่สำหรับฟอร์มโดยรวมของ เบนท์ ถือว่ายอดเยี่ยมซัดไป 32 ประตูจากทุกรายการ ตลอดการค้าแข้ง 18 เดือนในถิ่นสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ซึ่งอนาคตกับทีมแบล็คแคทก็ดูราบรื่น

สมัยที่อยู่กับ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ดาร์เรนท์ เบนท์ เคยได้ชื่อเป็นหนึ่งในกองหน้าน่าจับตามากที่สุดของอังกฤษ

กระทั่งเดือนมกราคมปี 2011 แอสตัน วิลลา ทุ่มเงิน 18 ล้านปอนด์ เพื่อหวังนำไปกู้วิกฤติพาทีมรอดตกชั้น ซึ่งต่อมามีการฟ้องร้องกันระหว่างทั้งสองทีมรวมทั้งตัวนักเตะ แต่ดาร์เรน เบนท์ ก็ได้ย้ายไปวิลลา ปาร์ค สมใจ ทว่าระยะเวลา 5 ปีในถิ่นมิดแลนด์ ไม่ประสบความสำเร็จ และห่างไกลกับความเป็นยอดดาวยิงคนเดิมเหมือนสมัยค้าแข้งอยู่กับ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์

เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ (อาร์เซนอล ไป แมนฯ ซิตี้ 2009)

อดีตกองหน้าอย่าง อเนลก้า แม้จะเป็นนักเตะดื้อแพ่ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้แฟนบอลอาร์เซนอลเดือดดาลเท่ากับ เอ็มมานูเอล อเดบาเยอร์ เพราะหลังจากศูนย์หน้าชาวโตโก ย้ายจากอาร์เซนอลไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2009 ก่อนที่ทั้งคู่จะพบกันในฤดูกาลถัดมาซึ่ง ซิตี้ เปิดบ้านพบ อาร์เซนอล เขากลายเป็นโจทย์อันดับ 1 ของแฟนบอลอาร์เซนอล เพราะหลังจากทำประตูทีมเก่าได้ เจ้าตัววิ่งย้อนจากหน้าปากประตูอาร์เซนอล ไปแสดงอาการดีใจต่อหน้าแฟนบอทีมเก่าที่อยู่ มุมธงฝั่งตัวเอง

หลังจากนั้นชีวิตการค้าแข้งในถิ่นเอติฮัต สเตเดี้ยม ก็เข้าสู่ช่วงตกต่ำ ถูกปล่อยให้ เรอัล มาดริด ยืมตัวไปใช้งานช่วงมกราคมปี 2011 และทอตแนม ฮอทสเปอร์ส ฤดูกาล 2011-2012 ซึ่งฟอร์มของการเป็นสุดยอดดาวก็ยิงเริ่มหายไป ฤดูกาลที่แล้วลงเล่นให้สเปอร์สแค่ 8 นัดทำได้ 2 ประตู กระทั่งถูกต้นสังกัดปล่อยตัวออกจากทีม กลายเป็นนักเตะไร้สังกัดอยู่ในเวลานี้

สกอตต์ ซินแคลร์ (สวอนซี ไป แมนฯ ซิตี้ 2012)

สกอตต์ ซินแคลร์ สมควรได้รับความเห็นใจ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวต้องกลายเป็นนักเตะพเนจร อยู่กับ 9 ทีมใน 6 ปีซึ่งส่วนใหญ่เป็นลักษณะการยืมตัว กระทั่งอดีตนักเตะเชลซี ค้นพบฟอร์มเก่งในช่วงที่เล่นให้หงส์ขาว สวอนซี ระหว่างปี 2010-2012 ยิงได้ 28 ประตูจาก 82 นัด ซึ่งเมื่อต้นสังกัดยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้ แต่เจ้าตัวกลับปฏิเสธ พร้อมยืนกรานว่าขอย้ายออกจากถิ่นลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ไปอยู่กับสโมสรที่ใหญ่กว่า

สกอตต์ ซินแคลร์ ใช้เวลาส่วนใหญ่ของเขากับ "เรือใบสีฟ้า" ในซุ้มม้านั่งสำรอง

ซินแคลร์ ได้ย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ โดยในวันเซ็นสัญญาเจ้าตัวเผยว่า การได้เล่นร่วมกับนักเตะระดับโลกในทีม รวมทั้งการได้เจอกับยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเกินบรรยาย แต่ในความเป็นจริง 3 ปีที่อยู่ซิตี้ ซินแคลร์ มีโอกาสลงเล่นเกมลีกแค่ 13 นัด ส่วนใหญ่จะอยู่บนม้านั่งสำรองร่วมกับ แจ็ค รอดเวลล์ และมาริโอ บาโลเตลลี เสียมากกว่า

พบกับคอลัมน์ดีๆ แบบนี้ได้ทุกวันที่ fourfourtwo.com/th