มากกว่าฟุตบอล : เมื่อเด็กชาวลาวนับร้อยได้บ้านหลังใหม่จากหัวใจของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ท่ามกลางความยากลำบากในดินแดนทางตอนเหนือของสาธารณรัฐประชาชนลาว เด็กน้อยโรงเรียนบ้านกิ่ว แขวงพงษ์สาลี ต้องเดินเท้าเพื่อไปเรียนหนังสืออย่างยากลำบาก

ทว่าเหมือนแสงแห่งความหวังได้ก่อตัวขึ้น เมื่อมีผู้หยิบยื่นความช่วยเหลือมาถึงดินแดนอันห่างไกล แต่ไม่ใช่มือจากหน่วยงานรัฐ หากเป็นสโมสรฟุตบอลประเทศเพื่อนบ้านที่ริเริ่มโครงการขึ้นมา หวังช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และพวกเขาคือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยอดทีมยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย…..

เมื่อต้นปีที่ 2016 ถือเป็นครั้งแรกที่สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จับมือ “ไทยเบฟเวอเรจ” จัดศึก “บุรีรัมย์ อาเซียนทัวร์ ครั้งที่ 1” เพื่อจุดมุ่งหมายช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาส โดยจัดการแข่งขันกับทีมออลสตาร์ลีกลาว, ทีมออลสตาร์กัมพูชา และสโมสรโปฮัง สตีลเลอร์ จากเค-ลีก

หากมองว่าเป็นธุรกิจเพื่อขยายฐานแฟนบอลก็จัดเป็นเหตุผลหนึ่ง แต่เป้าหมายหลักของงานนี้คือการตอบแทนสังคม เฉกเช่นที่นายใหญ่แห่งทัพ “ปราสาทสายฟ้า” เนวิน ชิดชอบ เน้นย้ำอยู่เสมอว่า ดาวสีส้มที่อยู่เหนือโลโก้ทีม หมายถึงดาวแห่งจิตอาสา ที่มุ่งทำประโยชน์แก่สาธารณชนตลอดเวลา

สิ่งที่บุรีรัมย์ ได้ทำช่วยให้เด็กด้อยโอกาสกว่าร้อยคนในดินแดนทุรกันดารมีที่อยู่อาศัย พร้อมโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างที่พวกเขาตั้งใจมาโดยตลอด งบประมาณก่อสร้างหอพักกว่า 2,700,000 บาท แม้ส่วนหนึ่งมาจากผู้สนับสนุนที่ต่างๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดครึ่งหนึ่งในนั้นรายได้มาจากเกมฟุตบอลล้วนๆ

“ปีที่แล้วเราไปลาว 2 ปีติดกันซึ่งเราได้สร้างหอพักให้เด็กที่นั่นกว่าร้อยคนได้อยู่กัน”  นายใหญ่แห่งค่าย “ปราสาทสายฟ้า” กล่าวถึงความสำเร็จที่ผ่านมา

แม้สิ่งที่ได้กลับมาในภาคธุรกิจจะเป็นอย่างไรก็ไม่ใช่เป้าหมายหลัก เพราะจุดมุ่งหมายของพวกเขาคือการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น โดยหลังจากนี้นายใหญ่ “ปราสาทสายฟ้า” และสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังคงแสดงเจตจำนงการเป็นผู้ให้ต่อไปในอนาคต

ด้านหัวเรือใหญ่อีกรายอย่างคุณบรรณสาร จันทร์สมศักดิ์  เลขาธิการสมาคมไทย-ลาว เพื่อมิตรภาพ ที่คอยประสานงานในโครงการนี้ก็ยอมรับว่า นอกจากเงินสนับสนุนจากภาคอื่นๆแล้ว งบประมาณครึ่งหนึ่งของโครงการนี้ก็มาจากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 

“เมื่อต้นปีผมเป็นเลขาธิการมิตรภาพไทย - ลาว รายการฟุตบอลที่จัดขึ้นก็ได้เงินมาก้อนหนึ่ง รวมถึงได้จากผู้สนับสนุนมานิดหน่อย ซึ่งเราสามารถสร้างหอนอนให้เด็กโรงเรียนบ้านกิ่วได้”

“เหตุผลที่เราเลือกที่นี่ เพราะเด็กบนนั้นเวลาเรียนหนังสือเขาไม่สามารถเดินไปกลับมาเรียนหนังสือได้เพราะใช้เวลา 8-9 ชั่วโมง เลยคิดว่าเราต้องสร้างหอพักให้ผู้ชาย 60 ผู้หญิงอีก 60 คน ซึ่งเวลานี้ก็ใกล้จะเสร็จแล้วกำลังจะตรวจรับ และเตรียมเอาเฟอร์นิเจอร์เข้าในอีกไม่กี่วัน เปิดมามีนาคมปีหน้าที่โรงเรียนเปิดเทอมก็จะเข้าอยู่ได้ ถึงช่วยไม่ได้ทั้งหมด เนื่องจากโรงเรียนมีเด็กเพียงร้อยกว่าคนรวมเด็กใกล้ๆบ้านอยู่ด้วย เราเลยใช้วิธีให้เด็กจับฉลากทุกปีว่าใครจะได้อยู่ เพราะไม่รู้จะเลือกอย่างไร”
 
“รายได้ที่เราได้มาจากการแข่งขันฟุตบอลมันไม่เพียงพอต่อการสร้างหอพักก็จริง แต่เราได้คนช่วยเพิ่มเข้ามา เพราะเขาเห็นถึงความตั้งใจ อย่างกระทรวงการต่างประเทศของไทยก็สนับสนุนเข้ามา เรียกว่าครึ่งหนึ่งมาจากฟุตบอลหรือบุรีรัมย์ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งมาจากที่อื่น เนื่องจากอาคารมี 2 หลัง หลังหนึ่งสร้างจากเงินสโมสรล้วนๆ ส่วนอีกหลังมาจากผู้สนับสนุนรายอื่น ซึ่งนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศท่านเห็นภาคเอกชนช่วยขนาดนี้ เลยอยากจะช่วยด้วย รวมทั้งหมดค่าใช้จ่ายประมาณ 2,700,000 บาท”
 

นอกจากตำแหน่งเลขาธิการสมาคมไทย-ลาว แล้ว ปัจจุบันคุณบรรณสาร จันทร์สมศักดิ์ ยังอยู่ในฐานะเลขาธิการสมาคมไทย-เมียนมา เพื่อมิตรภาพ อีกด้วย โดยพยายามร่วมมือกับยอดสโมสรแดนอีสานต่อเนื่อง เพื่อการเป็นผู้ให้แก่เด็กด้อยโอกาสต่อไป

“ขณะนี้เรามีโครงการจะไปลาวด้วย แต่ขณะเดียวกันทางแขวงจำปาสักเขาจัดการไม่ทัน รวมถึงเรื่องทีมที่จะมาจากต่างแขวง ทางท่านเนวิน ก็เลยรออยู่คุยกันว่าถ้าไปได้ก็จะไป ซึ่งเราก็จะจัดแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ตัวผมเองได้คุยกับท่านเนวินว่า ปีหนึ่งก็ไปทำให้ผมสักครั้งกับทั้ง 2 ประเทศนี้”

นั่นคือสิ่งที่ทำให้เห็นว่าฟุตบอลไม่ใช่แค่เกมกีฬาเท่านั้น แต่ยังสร้างประโยชน์ให้เพื่อนมนุษย์ได้อีกด้วย เช่นเดียวกับนายใหญ่บุรีรัมย์ มุ่งมั่นตอบแทนสังคมควบคู่ไปกับการทำทีมฟุตบอลตลอดมา

การกลับมาอีกครั้งของศึก “ช้าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียน ทัวร์ 2017” ซึ่งบุรีรัมย์จะเปิดรังไอโมบาย สเตเดี้ยม พบกับ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ยอดทีมจากมาเลเซีย และอาร์มี เอฟซี จากกัมพูชา รวมถึงบุกไปเยือนเมียนมา เพื่อลงแข่งขันกับทีมออลสตาร์...พวกเขายังคงสานต่อปณิธานอันแน่วแน่ ตามที่นายเนวิน ตั้งเป้าหมายว่าจะสลับเวียนไปเรื่อยๆเพื่อทำสาธารณประโยชน์ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งครั้งนี้เงินรายได้จากการแข่งขันจะนำไปสร้างห้องวิทยาศาสตร์ ให้กับเด็กที่เมือง อิรวดี ประเทศเมียนมา

“ปีนี้เราไม่ได้ไปที่ลาวแล้ว เพราะโปรเจคต์จบไปแล้ว เปลี่ยนไปประเทศเมียนมา แทนเพื่อหาเงินสร้างห้องวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กที่ อิรวดี”

“ที่ผ่านมาเราสามารถสะท้อนให้เห็นว่าฟุตบอลก็ช่วยเหลือสังคมได้ และสร้างมิตรภาพเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้เหมือนกัน” เนวิน กล่าวทิ้งท้าย 
 
ฟุตบอลอาจไม่สามารถเป็นแรงขับเคลื่อนหลักให้เด็กและเยาวชนบนโลกทั้งใบ ห่างหายจากโอกาส และความหิวโหย… แต่หากมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกคนฉุกคิด และต่อยอดช่วยเหลือกันไป ไม่มีการแบ่งแยกว่าชาติไหน ผิวสีอะไร…

เพียงเท่านี้ก็ยิ่งใหญ่มากพอ